bg-single

2026 กับ AI ที่ไม่ใช่ Chatbot

29.12.2025

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

2026 กับ AI ที่ไม่ใช่ Chatbot

สามปีที่ผ่านมาเป็นปีของ Chatbot AI อย่างไม่ต้องสงสัย ใครๆ ก็ใช้ AI ตั้งแต่ Gen Z ไปจนถึง Baby Boomers ทำให้ Chatbot AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่คนในยุคดิจิทัลขาดไม่ได้ไปแล้ว

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะนึกถึง Chatbot AI เวลาพูดถึงเทคโนโลยี AI แต่มันก็ไม่ได้เป็น AI เพียงอย่างเดียวที่มีบทบาทสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี AI ยังมีฟังก์ชั่นอีกหลายรูปแบบที่ช่วยทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายและสมาร์ตขึ้น และจะเป็นเทคโนโลยีที่ยังน่าจับตามองว่าจะเป็นตัวกำหนดเทรนด์หลักๆ ในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้

เว็บไซต์ PCMag คัดเลือกเทคโนโลยี AI ตัวเด่นๆ ที่แสงสปอตไลต์ยังส่องมาไม่ถึง แต่จะเก่งและมีบทบาทสำคัญอย่างชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า

อย่างแรกก็คือ เทคโนโลยี AI ที่ใช้กับกล้องและการประมวลผลภาพ

ผู้ใช้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ น่าจะคุ้นเคยกับการที่สมาร์ตโฟนของตัวเองฝังความสามารถของ AI ในการจับและประมวลผลภาพกันมาแล้ว AI ในมือถือของเราช่วยทำให้ภาพที่เราถ่ายด้วยกล้องสมาร์ตโฟนออกมาสวยขึ้น ชัดขึ้น หรือเก็บโมเมนต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดได้อย่างฉับไวมากขึ้น

ที่ผ่านมา สมาร์ตโฟนหลายค่ายสามารถถ่ายภาพด้วย burst mode หรือโหมดการถ่ายแบบกดชัตเตอร์รัวมาหลายๆ ภาพ แล้วนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันเป็นภาพที่ออกมาดีที่สุด ซึ่งในตอนนี้เมื่อ AI ถูกนำเข้ามาช่วยในการถ่ายภาพโหมดนี้ก็ทำให้ภาพที่ได้จาก burst mode สวยมากขึ้น มันสามารถเลือกภาพที่ดีที่สุดจากบรรดาภาพถ่ายที่เรากดถ่ายมาโดยดูจากความคมชัดของหน้า หรือคัดสรรให้เลยว่าภาพไหนหน้าของทุกคนในภาพพร้อมทั้งหมดแบบที่ไม่มีใครเผลอกะพริบตาหรืออ้าปาก

นอกจากการคัดสรรภาพที่ดีที่สุดให้แล้ว AI ในโทรศัพท์ก็ยังมีฟีเจอร์ที่ซับซ้อนสำหรับการถ่ายภาพมืออาชีพด้วย อย่างการช่วยวิเคราะห์ให้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่าแสงแบบไหนจึงจะทำให้ภาพออกมาสวยที่สุด

สมาร์ตโฟนบางรุ่นมาพร้อมความสามารถที่ AI จะช่วยคำนวณให้ได้ว่าจังหวะที่เราถ่ายภาพนั้น ช่วงไหนที่โทรศัพท์นิ่งและเหมาะที่สุดสำหรับการกดชัตเตอร์ ทำให้ได้ภาพที่ออกมาชัดไม่สั่นไหวอีกต่อไป

สรุปก็คือ ในปีหน้าและปีต่อๆ ไป ถึงแม้ฝีมือการถ่ายภาพของเราจะไม่ได้พัฒนาขึ้น แต่ภาพถ่ายจากสมาร์ตโฟนของเราจะออกมาสวยและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วยตัวของมันเอง

ต่อไป ตามมาด้วย AI นักแปลภาษาที่จะช่วยให้การทำงานของเราราบรื่นและผิดน้อยลง

ทุกวันนี้ เครื่องมือแปลภาษาถูกพัฒนาให้มีความเก่งกาจขึ้น และมันก็ได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ตามแพลตฟอร์มที่เป็นเครื่องมือในการทำงานของเรา ช่วยให้เราสามารถถอดสคริปต์ แปลภาษา หรือใช้เสียงสั่งพิมพ์ได้ไหลลื่น

ใครประชุมออนไลน์บ่อยๆ เครื่องมือ AI หลายตัวก็มีความสามารถในการทำหน้าที่เป็นเลขา จดและสรุปประเด็นสำคัญให้ได้ ไม่ว่าองค์ประชุมจะคุยกันวุ่นวายแค่ไหน แต่มันก็จะสามารถจับใจความสำคัญให้เราได้อย่างไม่ตกหล่น

ที่ว่าเก่งอยู่แล้วก็จะเก่งขึ้นไปได้อีก เพราะ Google กำลังพัฒนา AI ที่นอกจากจะสามารถสรุปประเด็น จดโน้ตต่างๆ ให้แล้ว มันจะยังบอกได้ด้วยว่าคนในที่ประชุมคนไหนมีโทนน้ำเสียงเป็นยังไง แสดงออกทางอารมณ์แบบไหน หรือบรรยากาศในการประชุมเคร่งเครียดหรือไม่

ความดีงามของเทคโนโลยี AI ที่เป็นเครื่องมือแปลภาษาและถอดสคริปต์แบบนี้ก็คือแทนที่เราจะต้องก้มหน้าพิมพ์จดบันทึกโน้ตประเด็นสำคัญๆ จากการประชุม เราสามารถผลักหน้าที่นี้ให้เป็นของ AI แล้วเราก็จะมีเวลาและสมาธิไปกับการตั้งใจฟังเนื้อหาการประชุมได้จริงๆ

หรือในทางกลับกัน บางคนก็อาจจะบอกว่าถ้า AI มันเก่งขนาดนี้เราก็ไม่จำเป็นต้องฟังเนื้อหาการประชุมแล้วหรือเปล่า ค่อยให้มันสรุปให้ตอนจบทีเดียวก็แล้วแต่สไตล์การทำงานของใครของมัน

เทรนด์ของปีหน้าเทรนด์ถัดมาคือ AI ที่จะอยู่บนดีไวซ์ของเราเอง ประมวลผลจบบนดีไวซ์แบบไม่ต้องส่งออกไปขึ้นคลาวด์ที่ไหน

หากคอมพิวเตอร์มี Neural Processing Units หรือ NPUs บิวต์อินมาแล้วก็จะทำให้การประมวลผลของ AI ทำได้เร็วขึ้น ปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องพึ่งเซิฟเวอร์ภายนอก และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงด้วย

พูดถึงผลกระทบที่ AI มีต่อสิ่งแวดล้อม เราอาจจะเคยได้ยินมาว่า AI data center สวาปามไฟฟ้าปริมาณมหาศาลและทิ้งรอยเท้าทางคาร์บอนเอาไว้มากมาย ดังนั้น NPUs ที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิผลจึงจะเป็นเทรนด์สำคัญที่จะช่วยประหยัดพลังงานได้

นอกจากนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้ใช้งานฟังก์ชั่น AI ทั่วไปคือไม่สูบแบตเตอรี่ฮวบๆ จนต้องหาที่เสียบชาร์จกันทั้งวี่ทั้งวันกันอีกแล้ว และจะไม่ทำให้ดีไวซ์ร้อนฉ่าเท่าเดิมด้วย

Chatbot AI ครองหน้าสื่อแทบทุกวันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากเรื่องดีๆ อย่างความสามารถที่เก่งกาจของมันแล้ว เรื่องแย่ๆ เองก็ไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นการขโมยผลงานของคนอื่น อย่างการขโมยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของนักวาดที่เป็นที่รู้จัก ไปจนถึงการให้ข้อมูลผิดๆ ที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง

แต่จากการคาดการณ์เทรนด์นี้ก็ทำให้เราเห็นว่ายังมี AI อีกหลายรูปแบบที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่เงียบๆ และเป็นประโยชน์ต่อทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของเราจริงๆ

ดังนั้นในปี 2026 จึงพอจะคาดเดาได้ว่าต่อให้เสียงของ Chatbot AI จะไม่ได้เงียบลงไปขนาดนั้น แต่ความสำคัญของ AI ในรูปแบบอื่นๆ จะเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

โดย AI ในทุกรูปแบบก็จะยังคงครองพื้นที่ในชีวิตของเราต่อไป

มติชนเลือกตั้ง69 #เลือกตั้งเลือกอนาคต #มติชนเลือกตั้ง69เลือกตั้งเลือกอนาคต

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน