หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ

“ไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มี”

เวลาอยู่ในป่าทำให้ผมพบว่า ประโยคนี้เป็นความจริง

ว่าตามจริง ในฐานะของคนแปลกหน้า ที่เข้ามาในป่าโอกาสที่จะพบกับ “เจ้าของบ้าน” คือเหล่าสัตว์ป่าต่างๆ นั้นไม่ง่ายนักหรอก พวกมันมีประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าคนมาก ไม่ว่าจะสายตา, จมูก, หู รวมทั้งยังมี ยาม ที่คอยสอดส่องส่งสัญญาณเตือน พวกมันจึงหลบไปก่อนเสมอ

ร่องรอยต่างๆ ที่ปรากฏตามพื้น บนลำต้นไม้, กองมูล โดยเฉพาะรอยตีน คือหลักฐานว่า มีชีวิตมากมายอยู่ในป่า

รอยตีนที่พบตามด่านจะมีสองประเภท คือรอยตีนแบบกีบ ซึ่งเป็นของสัตว์กินพืช และรอยตีนแบบอุ้ง ซึ่งเป็นของสัตว์กินเนื้อ

หากคุ้นเคยสักหน่อย ก็พอจะบอกรายละเอียดของเจ้าของรอยได้ไม่ยาก

ลักษณะของสัตว์สี่ขาโดยทั่วไปจะมีตีนหน้าใหญ่กว่าตีนหลัง เพราะตามธรรมชาติแล้ว มันต้องใช้รองรับน้ำหนักส่วนหัวที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่าส่วนสะโพก

ในรอยตีนสัตว์กินเนื้อมีรอยตีนแบบอุ้งก็จริง แต่มีข้อแตกต่างระหว่างกลุ่มเสือ กับกลุ่มหมา เสือเก็บเล็บได้ เวลาเดินจึงเงียบกริบ รอยตีนไม่มีรอยเล็บ ส่วนรอยตีน หมาจิ้งจอก, หมาไน จะมีรอยเล็บ

เห็นเพียงแค่รอยตีน ความแตกต่างระหว่าง เสือกับหมา ก็ปรากฏให้เห็น

เมื่อเข้าป่า การพบเห็นสัตว์ป่าตัวเป็นๆ จะนับว่าเป็นโชคก็ได้

แต่หากไม่เห็นตัว เพียงได้พบร่องรอยของมัน โดยเฉพาะ “รอยตีน” ที่ทิ้งไว้บนพื้น ริมลำห้วย หรือบนพื้นทรายก็ไม่ใช่เรื่องแย่

รอยเหล่านั้นคือหลักฐานว่า ชีวิตมากมายเดินผ่านที่นี่ ก่อนเราจะยืนอยู่ตรงนี้

การได้เห็นรอยตีนก็เหมือนการได้พบ บางรอยใหม่สด เพิ่งเดินไปล่วงหน้าไม่นาน

บางรอยเลือนราง บางรอยทับซ้อนจนแทบแยกไม่ออกว่าของใครมาก่อนใครหลัง บางรอยทำให้ใจเต้นแรง

ร่องรอยเหล่านั้นสอนผมว่า ป่าไม่เคยว่างเปล่า

เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการหลักฐาน ความชัดเจน และการมองเห็นด้วยตา

มักลืมไปว่า โลกใบนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่มีอยู่ แม้เราไม่อาจสัมผัสได้โดยตรง

ป่าไม่ได้ให้เราเห็นทุกอย่างด้วยการเผยตัว แต่มอบหลักฐานเล็กๆ ไว้ ให้เราเรียนรู้ด้วยใจ

รอยตีนในป่า หากดูเพียงผ่านๆ เราเห็นแค่ร่องรอยบนดิน

สัตว์กินเนื้อ เช่น เสือ หมาจิ้งจอก หมาไน รอยตีนแสดงชัดว่ามันเดินอย่างระวัง ไม่สะเปะสะปะ ส่วนสัตว์กินพืช เช่น กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง สมเสร็จ ช้าง จะทิ้งรอยที่กว้างกว่า หนักแน่นด้วยน้ำหนักตัว อย่างมีพลัง

การเดินทางของพวกมันจุดหมายคือแหล่งอาหาร ไม่ใช่เพื่อซุ่มล่า

การแยกแยะรอยตีน ทำให้เราเห็นวิถีของชีวิต อุ้งตีน และกีบ ผู้ล่าและผู้ถูกล่า ทุกชีวิตต่างทำหน้าที่ของตัวเอง

ทุกครั้งที่เจอรอยตีน ผมจะหยุดมองอยู่นาน

รอยตีนคือความจริงรูปแบบหนึ่ง ป่าบันทึกทุกย่างก้าวของชีวิตที่ผ่านมา

ตรงกันข้ามกับคนในเมือง ที่ก้าวเดินมากมาย แต่กลับไม่มีร่องรอยอะไรให้เห็นในใจคนอื่น

เราเดินทับซ้อนกันบนพื้นถนนแข็งๆ โดยไม่เกิดรอย ไม่รู้ใครมาจากไหน หรือกำลังไปทางใด

โลกทุกวันนี้ ทิ้งรอยเท้าไว้บนโซเชียลมากกว่าผืนดิน

รอยเหล่านั้นลบได้ง่าย แก้ได้ เปลี่ยนแปลงได้ตามที่ผู้สร้างต้องการ

ในขณะที่รอยตีนในป่า บอกเล่าความจริง

ผมพบรอยตีนเสือบ่อย ส่วนใหญ่พบรอยที่มันเดินไปล่วงหน้า รอยใหม่ทำให้ใจเต้นแรง มีบางช่วงรอยทับรอยเก่า เหมือนมันวนเวียนอยู่บริเวณเดิม

จินตนาการพาผมไปไกล เสืออาจกำลังตามหาตัวเมีย อาจตรวจแนวเขต อาจกำลังเฝ้าเหยื่อที่ล่ามา หรืออาจแค่เดินเล่นในความหมายของมัน

ผมไม่รู้เหตุผลของมันทั้งหมด

ขณะยืนอยู่ตรงนั้น ผมรับรู้ว่ามีชีวิตอีกชีวิตอยู่ไม่ไกล ใกล้พอจะรับรู้ แต่ก็ไกลพอที่จะไม่พบกัน บางความสัมพันธ์ก็เป็นแบบนี้

ในป่า รอยตีน รวมทั้งร่องรอยต่างๆ บอกเราได้มากกว่าชนิดของสัตว์ บอกทิศทางที่ไป

รอยลื่น รอยวิ่ง กองมูล บอกได้ว่า เจ้าของเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย

บางทีรอยเหล่านี้คงเช่นเดียวกับชีวิตคน เราเองก็ทิ้งร่องรอยให้ผู้อื่นตีความเสมอ ทั้งคำพูด การกระทำ ความเงียบ การหายไป การกลับมา ทุกอย่างคือรอยตีนบนใจคนอื่น

เราหลีกหนีการเห็นตัวตนจริงๆ ได้ เราปิดบังความเหนื่อยด้วยรอยยิ้ม ใช้เสียงหัวเราะกลบความเศร้า ใช้ถ้อยคำปิดบังความคิดลึกๆ ที่ใจไม่อยากบอก

แต่ร่องรอยที่แท้จริงมักอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจทิ้งไว้

คนอื่นอาจไม่เห็นตัวเราเต็มๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขามองไม่เห็นรอยที่เราทิ้งไว้

หมาจิ้งจอก : หมาจิ้งจอก เป็นนักล่าที่ทำงานเพียงลำพัง วิธีการล่าจึงต้องใช้วิธีซุ่มรอ ใช้ความอดทน แต่มันก็เป็นนักล่าซึ่งทำงานอย่างได้ผล

ในคืนข้างแรมที่แสงดาวส่องประกายระยิบระยับ

แคมป์อยู่ริมลำธาร กิ่งไม้แห้งที่ใช้ทำฟืน ลูกไฟแตกกระจาย

ในความมืดข้างนอกมีบางชีวิตแอบมองอยู่ ไม่ใช่ความน่ากลัว แต่เป็นความรู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่ลำพัง

เช้าวันรุ่งขึ้น รอยตีนเลียงผา ปรากฏอยู่ไม่ห่างจากแคมป์นัก เหมือนมันเดินเข้ามาสังเกตหรือดมกลิ่นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในพื้นที่

หลายคนคิดว่าในป่านั้นเงียบสงบ ที่จริงป่าเต็มไปด้วยเสียง ตลอดเวลามีการเดินทางของสิ่งมีชีวิต แม้เราจะมองไม่เห็น แต่ทุกอย่างเคลื่อนที่อยู่เสมอ

ความเคลื่อนไหวนั้นซ่อนอยู่ในรอยตีนมากกว่าภาพตรงหน้า ความเงียบเหงาที่คิดว่าป่าเป็น อาจอยู่ในใจของคนเอง

รอยตีนที่เห็น พาผมไปไกล มันพาผมเดินย้อนกลับเข้ามาในตัวเอง ผมมองชีวิตตัวเองเหมือนเป็นเส้นทางในป่า และสงสัยว่าหากมีใครได้อ่านรอยตีนผม เขาจะเห็นอะไร

จะเห็นความรีบเร่ง ความลังเล หรือความแน่วแน่ จะเห็นความฝัน หรือความกลัว

สัตว์ป่าทุกชนิดเดินด้วยเหตุผล เพื่อหาอาหาร ตรวจอาณาเขต

ไม่มีตัวไหนเดินเพียงเพื่อเดิน

ไม่มีสัตว์ตัวใดพาตัวเองไปสู่ความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

แต่ดูเหมือนว่าคนจำนวนมากกลับเดินไปข้างหน้าโดยไม่รู้ว่าจุดหมายคืออะไร ทำตามกระแส ทำตามคนอื่น วิ่งแข่งกับเงาของตัวเอง

รอยตีนในป่าทำให้ผมถามตัวเอง ว่าผมกำลังเดินไปข้างหน้าเพราะเข้าใจเส้นทาง

หรือเพียงเพราะไม่อยากหยุด

ลุงสังวาลย์ พิทักษ์ป่าอาวุโส เคยบอกผมตอนกำลังเดินไปโป่งว่า “ไม่เห็นตัวสัตว์น่ะไม่เป็นไรหรอก เห็นรอยตีนมันน่ะดี เพราะตัวสัตว์ผ่านไปทันที แต่ร่องรอยคือบทเรียนที่คงอยู่ยาวกว่า”

มันเหมือนการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น

เรามักโฟกัสที่ภาพชัดๆ เช่น คำพูด การปรากฏตัว ผลลัพธ์ ความสำเร็จ

แต่เรากลับไม่ค่อยสนใจร่องรอยเล็กๆ ที่สะท้อนตัวตนแท้จริง

วิธีที่เขาฟัง วิธีที่เขามอง วิธีที่เขาเงียบ วิธีที่เขาเปลี่ยนท่าทางเมื่อเจอเรื่องสำคัญ ในความสัมพันธ์ ความเข้าใจมักไม่ได้มาจากสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่มาจากสิ่งที่ทิ้งไว้โดยไม่ตั้งใจ

ผ่านมาเนิ่นนาน ผมเริ่มเข้าใจความหมาย การเห็นรอยตีนในป่าจึงไม่ใช่แค่ รู้ว่า มีชีวิตมากมาย ไม่ใช่การเก็บข้อมูลหรือถ่ายภาพ

แต่มันคือการสอนว่าโลกใบนี้มีความหมายละเอียดกว่าที่ตาเห็น

ป่าเป็นครูที่สอนโดยไม่พูด ค่อยๆ สอนให้เราหยุดมอง หยุดรีบร้อน

ความรู้ในป่าไม่ได้เกิดขึ้นตอนเราเคลื่อนไหว แต่เกิดขึ้นตอนเราอยู่นิ่งตอนเราฟัง

วันนี้ เมื่ออยู่ในป่า ผมไม่ได้หวังเจอสัตว์ตัวใหญ่เหมือนเมื่อก่อน

ไม่ได้หวังได้ภาพงดงามหรือใกล้ชิดจนลืมหายใจ

รอยตีนเล็กๆ อยู่หน้าผิวดินที่เปียกฝนเมื่อคืน อยู่ตรงเบื้องหน้าที่เหมือนไม่มีอะไรเลย มันเตือนว่าป่ายังคงหายใจ สัตว์ป่ายังคงใช้ชีวิต โดยไม่สนใจว่าผมจะเห็นหรือไม่

เหมือนสิ่งอื่นๆ เหมือนความหมายของการได้เกิดมาใช้เส้นทางนี้ร่วมกับผู้อื่นอาจไม่เห็นความหมายทุกครั้งที่ก้าวเดิน

แต่รอยตีนที่ทิ้งไว้จะบอกแทนว่า เราเคยผ่านทางนี้

ผมรู้สึกอบอุ่นเสมอเมื่อเห็น รอยตีนลูกเสือที่เดินไปพร้อมกับแม่

เห็นความอบอุ่นที่พวกมันมี

แต่เมื่อเห็นรอยตีนเสือที่เดินตัวเดียว ก็ไม่ยากกับการทำความเข้าใจ วิถีของเสือคืออยู่เพียงลำพัง

รอยตีนเสือกดลงบนพื้นอย่างมั่นคง บอกได้เพียงว่า มันเป็นเสือที่โตเต็มวัยแล้ว

แต่ รอยตีน ไม่ได้บอกว่า มันอาจรู้สึกถึงความอ้างว้าง

บทเรียนต่างๆ บอกผมว่า เราเกิดมาเพื่อ รับฟังในสิ่งที่ป่าสอน “รอยตีน” บอกให้รู้ว่า บนโลกใบนี้ มีหลายสิ่ง ที่ตาไม่เห็น

…แต่ ควร “รับรู้”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย