bg-single

สังคมธุรกิจไทย 2568 (2) ปัญหา ‘ดุสิตธานี’

04.01.2026

วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

หมายเหตุ

ซีรีส์หลายตอนจากนี้ เรื่องราวบทสรุปความเคลื่อนไหวสังคมธุรกิจไทยในช่วงปีที่กำลังจะผ่านพ้น ตั้งใจนำเสนอเป็นภาพทบทวนในช่วงต่อปลายปี (2568) กับต้นปี (2569)

ดุสิตธานี หนึ่งในตำนานธุรกิจโรงแรม… คงสะท้อนภาพธุรกิจครอบครัวไทย ที่มีปัญหาซ่อนอยู่

เรื่องราวและปัญหาสำคัญปะทุสู่สาธารณะ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เมื่อต้นปี (25 เมษายน 2568) ด้วยปรากฏว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด (บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ในสัดส่วน 49%) ไม่อนุมัติงบการเงิน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 จำต้องมีการเลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นออกไป (เป็น 28 พฤษภาคม 2568)

เวลานั้นผู้คนพากันเพ่งมอง

เรื่องราว DUSIT จึงได้มีการทบทวน

DUSIT เป็นบริษัทแรกๆ เข้าตลาดหุ้นไทยซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้นอย่างจริงจัง (ปี 2518) หลังจากโรงแรมห้าดาว “ดุสิตธานี” หัวมุมถนนสีลมเปิดขึ้น (ปี 2513) ไม่นาน อยู่ในบางจังหวะบางช่วงคาบเกี่ยวนั้น ไม่เอื้ออำนวยนัก เผชิญวิกฤตการณ์น้ำมันโลก การลดค่าเงินบาท เป็นช่วงปลายสงครามเวียดนาม สหรัฐพ่ายแพ้และถอนฐานทัพ ธุรกิจอเมริกันบางส่วนถอนการลงทุนจากไทย ภัยคุกคามคอมมิวนิสต์กับทฤษฎีโดมิโน สั่นคลอนอยู่ระยะหนึ่ง

แล้วค่อยๆ มาสู่ภาวะผ่อนคลาย DUSIT มีแผนการขยายโรงแรมครั้งแรก (2521) เป็นไปตามกระแส ท่ามกลางการลงทุนระลอกใหญ่ โดยเฉพาะกิจการโรงแรม มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาร่วมวง เปิดตัวในย่านใหม่ๆ ของกรุงเทพฯ อาทิ โรงแรมปาร์คนายเลิศ (ปี 2523) และโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว (ปี 2526)

โอกาสทางธุรกิจเปิดกว้างในช่วงนั้น มีความต่อเนื่องพอสมควร จนถึงภาวะเศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู ทศวรรษ 2530 DUSIT ขยายเครือข่ายครั้งใหญ่ครั้งแรก สู่หัวเมืองใหญ่ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว ทั้งภูเก็ต หัวหิน และเชียงใหม่

รวมทั้งแผนการเชิงรุกครั้งใหญ่ขยายสู่ต่างประเทศ

ชนัตถ์ ปิยะอุย

DUSIT ภายใต้การนำของนักธุรกิจสตรีไทยผู้บุกเบิก ผู้โดดเด่น-ชนัตถ์ ปิยะอุย (15 พฤษภาคม 2465-3 พฤษภาคม 2563) เปิดฉากตอนใหม่ ภายใต้ร่างเงาธุรกิจครอบครัว

ด้วยการนำทายาทเข้ามา ค่อยๆ มีบทบาท โดยเฉพาะบุตร-บุตรีถึง 2 คน (จาก 3 คน) ในเวลาเดียวกัน (ปี 2522) ชนินทธ์ โทณวณิก บุตรคนโต กับสินี เธียรประสิทธิ์ บุตรี เริ่มต้นด้วยตำแหน่งสำคัญ ในฐานะกรรมการ DUSIT ตั้งแต่เพิ่งก้าวสู่วัย 20 ปี ทั้งนี้ ทั้งสองคนยังมีอยู่ในคณะกรรมจากวันนั้นจนถึงวันนี้

ในช่วงบั้นปลายชีวิต ชนัตถ์ ปิยะอุย ได้จัดการเรื่องมรดก ดูเป็นไปอย่างรอบคอบพอควร ด้วยการตั้งบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด (2553) เป็น Holding company โดยเฉพาะเข้าถือหุ้นข้างมากในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ ได้จัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้บุตร-บุตรีทั้งสามคน ถือหุ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ขณะในการบริหาร ชนินทธ์ โทณวณิก ถูกวางบทบาททายาทไว้อย่างตั้งใจแต่แรก ยุคของเขามาถึงอย่างแท้จริง เมื่อ DUSIT ปรับตัว เปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ท่ามกลางสถานการณ์พลิกผันและอ่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จากวิกฤตการณ์ COVID-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามการค้าสหรัฐ-จีน

ชนินทธ์ โทณวณิก ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร DUSIT (2559-ปัจจุบัน) ขณะโครงสร้างคณะกรรมการมีการเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งหมด 10 ใน 12 คน (นอกจากเขาและน้องสาว) ผู้มาใหม่ล้วนมีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ อาทิ อาสา สารสิน (ประธานกรรมการ ) นวลพรรณ ล่ำซำ สมประสงค์ บุญยะชัย กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ และภควัต โกวิทวัฒนพงศ์

ภาพของ DUSIT ดูดีขึ้นไม่น้อย ขณะเดียวกัน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2559-2568) ในฐานะมืออาชีพผู้ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง

ที่น่าสนใจ ในทีมบริหารมีบุคคลหนึ่งโดดเด่นขึ้นมา ศิรเดช โทณวณิก บุตรชายของชนินทธ์ โทณวณิก นั่นเอง เขาเข้ามามีบทบาทสำคัญครั้งแรกในตำแหน่งผู้อำนวยฝ่ายบัญชี DUSIT (2548-2557) ในวัยราว 20 ปี ขณะนั้นยังอยู่ในช่วงชนัตถ์ ปิยะอุย มีบทบาทบริหารอย่างแข็งขัน

จากนั้นเขามีบทบาทมากขึ้น ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการลงทุน และขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ (2561-2565) และปัจจุบันเป็นรองประธานฝ่านพัฒนาธุรกิจโรงแรม (2565-ปัจจุบัน) ในวัย 40 ปี

เท่าที่สำรวจ ไม่ปรากฏมีคนในตระกูลคนอื่นๆ เข้ามามีบทบาทในการบริหาร DUSIT โดยเฉพาะที่มาจากคนในครอบครัวน้องสาวชนินทธ์ โทณวณิก

ในช่วงเวลาต่อเนื่องนั้น DUSIT มีแผนการลงทุนใหม่ๆ ทั้งขยายเครือข่ายโรงแรมสู่ธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะอาหารและอสังหาริมทรัพย์ ในนั้นมีดีลสำคัญ โดยเฉพาะความร่วมมือทางธุรกิจครั้งใหญ่ ระหว่างดุสิตธานีกับกลุ่มเซ็นทรัล

ว่าไปแล้ว เป็นแผนการใหญ่ที่แตกต่างบางมิติ โดยเฉพาะเป็นความร่วมมือกับคู่แข่งขันทางธุรกิจด้วย ทั้งนี้ในเครือเซ็นทรัล มีธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจหลัก 1 ใน 3 อยู่ในตลาดหุ้นด้วย (บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL) ขณะบริษัทในเครือเซ็นทรัลอีกแห่ง (บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ) ถือหุ้นใน DUSIT เป็นอันดับสอง (17.09%)

ในแง่หนึ่ง เป็นไปได้ว่า ด้วย DUSIT มีข้อจำกัด ด้วยปรากฏมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2540 (จาก 600 ล้านบาท เป็น 850 ล้านบาท)

ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา DUSIT ถือว่าอยู่ระยะเปลี่ยนผ่าน เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการ ไม่เพียงประสบการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งได้งดการจ่ายเงินปันผลมาตั้งแต่ปี 2564

เมื่อ 28 พฤษภาคม 2568 DUSIT มีการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญอีกครั้ง ตั้งใจแก้ไขปัญหาจากการประชุมครั้งก่อนหน้า แต่ผลที่ออกมาไม่เป็นเช่นนั้น กลับสะท้อนความขัดแย้งในร่างเงาธุรกิจครอบครัวเข้มข้นขึ้นอีก

ที่ประชุม (โดยเฉพาะจากผู้ถือหุ้นในนาม-บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ) คงมีมติไม่อนุมัติงบการเงินปี 2567 ที่หนักไปกว่านั้น ไม่อนุมัติแต่งตั้งกรรมการอิสระ 4 คน (นายอาสา สารสิน, นางปราณี ภาษีผล, นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์, นายสมประสงค์ บุญยะชัย) กลับเข้าดำรงตำแหน่ง

เรื่องราวความขัดแย้งขยายวงเป็นข่าวครึกโครมมากขึ้น ดูเหมือนว่าบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งอยู่ในมือน้องสาวทั้งสองคน (ของชนินทธ์ โทณวณิก) มีความพยายามมากขึ้นอีก ในการประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้ง (ที่เรียกว่าประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 ) ในอีก 4 เดือนถัดมา (26 กันยายน 2568)

ครั้งนี้มีเป้าหมายใหญ่อยู่ที่การปลดชนินทธ์ โทณวณิก ออกจากตำแหน่งกรรมการ (เท่ากับปลดออกจากอำนาจบริหาร) และตั้งใจแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่

ขณะเดียวกันตั้งใจคลี่คลายปัญหางบการเงินซึ่งเชื่อว่ามีผลกระทบวงกว้างกว่า

อย่างไรก็ตาม แผนไม่ได้เป็นตามที่คาด ขณะที่ประชุมได้อนุมัติงบการเงินที่ค้างคามานาน

แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงและการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ไม่สามารถทำได้ ด้วยมีการร้องเรียนไปยัง กลต. รวมทั้งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ด้วยอ้างว่าเป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับการครอบงำกิจการ

ล่าสุด (4 ธันวาคม 2568) DUSIT ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง “แจ้งเลื่อนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568” (“การประชุมที่เลื่อนมาจากวันที่ 26 กันยายน”)

โดยสาระที่ว่าจะมีการประชุมขึ้นอีกครั้งในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 นั้น-ได้ขอเลื่อนออกไปอีก เป็น 6 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยเหตุผล “…ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด”

เรื่องจึงยืดเยื้อกว่าที่คิด บางทีอาจทอดเวลาเพื่อเจรจาประนีประนอมก็เป็นได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’