bg-single

คุยกับทูต | วิคเตอร์ เซเมนอฟ อาชญากรรมสงครามในยูเครน (1)

04.01.2026

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังเฉลิมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่อย่างมีความสุข แต่สถานการณ์ในยูเครนยังคงวิกฤตหนักจากสงคราม ทำให้ผู้คนยังคงเผชิญความยากลำบาก ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ขณะที่การสู้รบยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชีวิตพลเรือน วิกฤตมนุษยธรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ประชาชนยูเครนต้องเผชิญภัยหนาว การขาดแคลนอาหาร ยา และทรัพยากรจำเป็น โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้แนวหน้า

ในปี 2026 ยูเครนเผชิญกับความท้าทายด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สงครามเข้าสู่ปีที่ห้า โดยมีสาเหตุมาจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างไม่หยุดยั้ง การพลัดถิ่นครั้งใหญ่ และข้อจำกัดอย่างมากในการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ

“สันติภาพที่เป็นธรรม” จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน แต่ถูกขัดขวางโดยการสู้รบที่ดำเนินอยู่และการจงใจโจมตีชีวิตพลเรือน

นายวิคเตอร์ เซเมนอฟ (Mr.Viktor Semenov) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย

สถานการณ์ในยูเครน

ยูเครนรับมือสงครามด้วยการต่อสู้ป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตย และพึ่งพาความช่วยเหลือจากพันธมิตรตะวันตก ในขณะที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากประเด็นภายใน

นายวิคเตอร์ เซเมนอฟ (Mr.Viktor Semenov) ซึ่งมารับตำแหน่งอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน ปี 2024 ชี้แจงถึงสถานการณ์ในยูเครน

“การรุกรานยูเครนทางทหารเต็มรูปแบบของรัสเซียเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 และดำเนินมาถึงปัจจุบันปี 2026 ก้าวขึ้นสู่ปีที่ห้า แม้จะเผชิญความท้าทายอย่างหนักหน่วง แต่ยูเครนยังคงแสดงความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตย โดยใช้การทหารและอาวุธต่อต้านเพื่อแสวงหา “สันติภาพที่ครอบคลุม เป็นธรรม และยั่งยืน” สะท้อนถึงความเหนียวแน่นทางจิตใจและความหวังที่จะได้รับเอกราชคืนมา แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา”

รัสเซียอ้างว่า เป้าหมายของ “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ในยูเครนคือการ “ปลดปล่อย” ยูเครนจาก “ลัทธินาซีใหม่ (Neo-Nazism)” และเพื่อ “ป้องกันการขยายตัวของ NATO” ซึ่งรัสเซียมองว่า เป็นการคุกคามต่อความมั่นคงของตนเอง โดยเป้าหมายหลักก็เพื่อหยุดยั้งยูเครนไม่ให้เข้าร่วม NATO และปกป้องประชากรในภูมิภาคตะวันออกของยูเครน

“ท่ามกลางสถานการณ์ในแนวหน้าที่ยังคงตึงเครียดตลอดระยะทาง 1,250 กิโลเมตร ผมขอย้ำว่า แม้รัสเซียจะโฆษณาชวนเชื่ออย่างไรก็ตาม รัสเซียไม่ได้เป็นฝ่ายชนะสงครามนี้ และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ใดๆ ได้เลย

ตามรายงานของกองบัญชาการทหารสูงสุดของเรา ณ กลางเดือนธันวาคม รัสเซียสูญเสียทหารไปเกือบ 1.2 ล้านนาย ทุกเดือนมีทหารรัสเซียเสียชีวิตประมาณ 30,000 นาย แต่เครมลินก็ยังคงสังเวยชีวิตผู้คนต่อไปอย่างไม่ลังเล

เช้าวันที่ 23 ธันวาคม 2025 รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อยูเครนใช้โดรนมากกว่า 650 ลำ และขีปนาวุธกว่า 30 ลูกโจมตีหลายภูมิภาค ส่งผลให้เกิดไฟดับเป็นวงกว้าง และมีผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กเล็ก (รอยเตอร์ส)
สถานีจ่ายไฟฟ้าที่ถูกทำลายจากการโจมตีของรัสเซียในภูมิภาคโอเดสซา ภาพ-DTEK

การสู้รบที่ดุเดือดที่สุดเกิดขึ้นใกล้เมืองโปครอฟสก์ (Pokrovsk) ในภูมิภาคโดเนตสก์ (Donetsk) สถานการณ์ที่นั่นยังคงยากลำบากเนื่องจากฝ่ายศัตรูกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อแนวป้องกันของเรา อย่างไรก็ตาม กองกำลังของเรากำลังทำการโจมตีตอบโต้ทางยุทธวิธีที่ประสบความสำเร็จ

ในเมืองคูเปียนสค์ (Kupiansk) เราได้ล้อมกองทัพรัสเซียไว้ได้แล้ว แม้ว่าปูตินจะอ้างอย่างผิดๆ ว่าเมืองนี้ถูกยึดไปแล้วก็ตาม

เนื่องจากไม่สามารถบรรลุชัยชนะทางทหารได้ รัสเซียจึงใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ (Weaponizing Winter) และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างเป็นระบบซึ่งได้ทำลายหรือสร้างความเสียหายให้กับกำลังการผลิตพลังงานของประเทศไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์”

การที่รัสเซียใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ หรือที่เรียกว่า “นายพลฤดูหนาว” (General Winter) เป็นกลยุทธ์ทางประวัติศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยใช้ได้ผล โดยใช้ประโยชน์จากความหนาวเหน็บรุนแรงของสภาพอากาศ โดยเฉพาะการทำให้กองทัพผู้รุกรานอ่อนล้าและพึ่งพิงระบบส่งกำลังบำรุงที่ยากลำบากในสภาพอากาศโหดร้าย

ทั้งนี้ เพื่อทำลายขวัญกำลังใจของประชาชน สร้างความยากลำบากในชีวิตประจำวัน กดดันให้ยูเครนต้องเจรจา และชาติตะวันตกให้ยุติการสนับสนุน โดยหวังว่า ฤดูหนาวจะทำให้การป้องกันของยูเครนอ่อนแอลง และทำให้เกิดความไม่พอใจภายในประเทศ

“คณะผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติสรุปว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเหล่านี้ ละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL)

ผู้คนยืนต่อแถวรับน้ำดื่มจากตู้กดน้ำสาธารณะระหว่างไฟฟ้าดับสนิทในเมืองโอเดสซา หลัจากการโจมตีด้านพลังงานของรัสเซีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม
ในเมืองโอเดสซา ประเทศยูเครน ภาพ – Kateryna Lisunova

สถานการณ์วิกฤตในยูเครนที่พลเรือนอ่อนแอ เช่น ผู้สูงอายุ ครอบครัวที่มีเด็ก และผู้ป่วยในโรงพยาบาลต้องทนทุกข์ทรมานเผชิญความหนาวเย็นสุดขั้วกับอุณหภูมิติดลบโดยไม่มีไฟฟ้าหรือเครื่องทำความร้อน ซึ่งเป็นการโจมตีโดยจงใจออกแบบมาเพื่อทำลายขวัญกำลังใจ

คนงานด้านพลังงานของยูเครนได้กลายเป็นวีรบุรุษของชาติอย่างแท้จริง พวกเขาต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนักในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เสียหายจากการโจมตีของรัสเซีย ภายใต้สภาพอากาศที่หนาวจัดและอันตรายจากความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีซ้ำๆ ในจุดเดิม

การทำงานของพวกเขาสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำให้ประเทศสามารถดำเนินต่อไปได้ และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความเสียสละของชาวยูเครน

รัสเซียยังคงยึดครองโรงงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 โรงงานแห่งนี้ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ (Blackout) ครั้งใหญ่ทั้งหมด 12 ครั้ง อุปกรณ์ชำรุด และมีการละเมิดกฎความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ไฟฟ้าดับทั้งหมด สร้างสภาวะอันตรายที่คุกคามความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของมวลมนุษยชาติ

ส่วนหนึ่งของเมือง Kostiantynivka ในเขต Donetsk Oblast ซึ่งกำลังถูกโจมตีโดยกองทัพรัสเซียที่เข้ายึดครอง
ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ยูเครนเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรต้นฤดูได้ 24,805.9 พันตัน จากพื้นที่เพาะปลูก 6181.6 พันเฮกตาร์ คิดเป็นร้อยละ 55 ของพื้นที่เพาะปลูกเหล่านี้ทั้งหมด ที่มา- UkrAgroConsult

แม้จะเผชิญสงครามหนักหน่วง ยูเครนยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในความมั่นคงอาหารโลก โดยผลิตน้ำมันดอกทานตะวัน (36%) และข้าวโพด (13%+) ส่งออกเลี้ยงโลก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกกลาง แต่เกษตรกรต้องทำงานท่ามกลางอันตราย ทั้งการระดมยิง ทุ่นระเบิด และโดรน ทำให้การผลิตและส่งออกหยุดชะงัก กระทบราคาอาหารโลกอย่างมาก

ขณะที่เกษตรกรต้องเผชิญความยากลำบากจากภัยสงคราม แต่โครงการ “ธัญพืชจากยูเครน” (Grain from Ukraine) ภายใต้การริเริ่มของประธานาธิบดีเซเลนสกีก็ได้ส่งออกธัญพืช 320,000 ตันไปยัง 18 ประเทศในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย ช่วยบรรเทาความหิวโหยให้กับผู้คน 20 ล้านคน และแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางอาหารโลก”

โครงการธัญพืชจากยูเครน เป็นความคิดริเริ่มสำคัญของประธานาธิบดีเซเลนสกี เพื่อส่งออกธัญพืชจากยูเครนที่ติดค้างจากสงครามไปยังประเทศที่ขาดแคลนโดยมีเป้าหมายช่วยบรรเทาความหิวโหยและเสริมสร้างมั่นคงทางอาหารโลก แม้ว่าเกษตรกรจะลำบาก แต่โครงการนี้ก็ช่วยส่งออกธัญพืชได้หลายแสนตัน (ตัวเลขอาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา) เพื่อช่วยเหลือผู้คนนับสิบล้านคน

แสดงให้เห็นถึงความพยายามของยูเครนในการรักษาเสถียรภาพทางอาหารโลก ท่ามกลางความท้าทายจากสงคราม

โบสถ์พระแม่มารี ความสุขของผู้เศร้าโศก ภาพ ศาสนาในเปลวไฟ Church of the Holy Mother of God ”Joy of All Who Sorrow” ภาพ- Religion in flames
ประธานาธิบดีเซเลนสกีบันทึกคำปราศรัยหน้าป้ายชื่อเมืองคูเปียนสค์ (Kupiansk) เมืองแนวหน้าในภูมิภาคคาร์คิฟ (Kharkiv) ซึ่งกองทัพยูเครนขับไล่ผู้รุกรานออกไปได้สำเร็จ
ทหารยูเครนที่ขาดอาหารในระหว่างถูกรัสเซียจับเป็นเชลยสูญเสียน้ำหนักไปมากถึง 50 กิโลกรัม

“ความแข็งแกร่งทางทหารของยูเครนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ชัยชนะในสนามรบเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศในการเจรจาที่สำคัญกับพันธมิตรระหว่างประเทศอีกด้วย

ขณะที่กระบวนการเจรจาพัฒนาไป ความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างต่อเนื่องยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้เพื่อแสงสว่างนี้ ไม่ว่าจะผ่านโครงการของสหประชาชาติ ความช่วยเหลือโดยตรงจากรัฐบาล หรือการบริจาคส่วนบุคคลผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น United24

และเมื่อรัสเซียเห็นว่า โลกรวมใจต่อต้านการรุกรานของตน สงครามครั้งนี้ก็จะจบลงเร็วขึ้น

ความมุ่งมั่นของเรายังคงไม่สั่นคลอน ถึงแม้รัสเซียจะโฆษณาชวนเชื่ออย่างไรก็ตาม เราไม่ได้พ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ ประเทศชาติยังคงปกป้องเสรีภาพ คุ้มครองประชาชน และมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพด้านอาหารของโลก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความกล้าหาญและความสามัคคีสามารถต้านทานการรุกรานที่โหดร้ายที่สุดได้”

นายวิคเตอร์ เซเมนอฟ อุปทูตยูเครน เน้นย้ำว่า

“ชาวยูเครนก็เช่นเดียวกับทุกชาติในโลก จะยังคงทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสิทธิในการดำรงชีวิตบนแผ่นดินของตนเองต่อไป”

สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อเอกราชและอธิปไตยของยูเครนอย่างแท้จริง เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า ชาวยูเครนจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องชีวิตและแผ่นดินเกิดจากภัยรุกรานของรัสเซีย แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความสามัคคี ที่เปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นพลังในการยืนหยัดต่อต้าน

จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน