bg-single

หินก้อนเล็ก ถูกใช้เป็นที่สถิตของผีบรรพชน ในแนวคิดแบบสังคมบรรพกาล

05.01.2026

On History | ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

ในยุคหินกลางของยุโรป คือช่วงระหว่างราว 11,600-6,000 ปีที่แล้ว มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ “หิน” ก้อนเล็ก ขนาดราวหินกรวดแม่น้ำตามมาตรฐานทั่วไป เป็นสัญลักษณ์ของ “ผีบรรพชน” ผู้ล่วงลับไปแล้วอยู่ด้วยนะครับ

หลักฐานที่ว่าก็คือ กลุ่มหินเขียนสี (painted pebble) ในวัฒนธรรมอซิลเลียน (Azilian) ที่กระจายตัวอยู่ในแถบแคว้นฟรังโก-กันตาเบรีย (Franco-Cantabria region) ที่ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และแคว้นกันตาเบรียทางตอนเหนือของสเปน ในช่วงระหว่าง 12,500-10,000 ปีที่แล้ว

นักโบราณคดีชาวตะวันตกส่วนใหญ่สันนิษฐานเอาไว้ตรงกันมาเนิ่นนานแล้วว่า การเขียนสีเอาไว้บนก้อนหินอย่างนี้ไม่ได้ถูกทำขึ้นเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ย่อมมีนัยยะเชิงพิธีกรรมประกอบอยู่ด้วยเป็นแน่

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การค้นพบของนักธรรมชาติวิทยา ชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่มีชื่อว่า ฟริตซ์ ซาราซิน (Fritz Sarasin, พ.ศ.2402-2485) ที่สำรวจพบหินเขียนสีในวัฒนธรรมอซิลเลียน จำนวน 133 ก้อน ที่ถ้ำเบียร์เส็ค (Birseck cave) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเขาสังเกตเห็นว่า หินเขียนสีเหล่านี้ทั้งหมดถูกทุบทำลายจนแตกหักเสียหาย

ลักษณะอย่างนี้จึงทำให้ซาราซินสงสัยใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมมนุษย์โบราณต้องบรรจงทุบก้อนหินเหล่านี้ให้แตกด้วย?

และหลังจากที่ผ่านการทบทวนต่างๆ ซาราซินก็ได้เสนอข้อสันนิษฐานเอาไว้ว่า การทุบหินเหล่านี้ คงจะเป็นการทำลายรูปเคารพทางศาสนา (iconoclasm) หรือการทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าที่ครอบครองถ้ำแห่งนี้มาก่อนในยุคหินกลาง โดยผู้ที่เข้ามาครอบครองกลุ่มใหม่ในยุคหินใหม่ ที่ไม่ได้นับถือบรรพชนร่วมกันกับชนกลุ่มเดิมที่เป็นผู้เคยครอบครองถ้ำแห่งนี้มาก่อน

ดังนั้น ก้อนหินที่ถูกเขียนสีเอาไว้เหล่านี้ ก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนในยุคหินกลาง ที่เคยใช้งานพื้นที่ภายในถ้ำเบียร์เส็ค โดยที่มีหน้าที่ทำนองเป็นหินที่มีผีบรรพชนสถิตอยู่นั่นเอง

นักมานุษยวิทยาชาวเยอรมัน ผู้สนใจในการศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อย่าง โยฮันเนส มาริงเงอร์ (Johannes Maringer, พ.ศ.2445-2524) เป็นผู้หนึ่งที่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวของซาราซิน

และมาริงเงอร์ยังได้เสนอเอาไว้ในงานชิ้นคลาสสิคของเขาเอง ที่ชื่อ “The Gods of Prehistoric Man” (ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาเยอรมัน ตั้งแต่เมื่อเรือน พ.ศ.2499) ว่า หินเขียนสีในวัฒนธรรมอซิลเลียนนั้น สามารถเปรียบเทียบได้กับหินเขียนสีที่เรียกว่า “ชูริงกา” (Churinga หรือบางทีสะกดว่า Tsuringa หรือ Tsiraunga) ของพวกอะบอริจิน (Aborigine) ทางตอนกลางของออสเตรเลีย และบนเกาะแทสเมเนีย (Tasmania) ที่อยู่ติดกัน

หินชูริงกา ของชาวอะบอริจินในออสเตรเลียก็ทำมาจากหินกรวดแม่น้ำ (pebble) เช่นเดียวกับหินเขียนสีที่พบในวัฒนธรรมอซิลเลียน แต่หลายทีก็ทำจากไม้รูปทรงรี ที่นำมาขัดเงา ความหมายตามรูปศัพท์ของชื่อเรียกหินดังกล่าว ในภาษาอรันทา (Aranda บางทีสะกดว่า Arunta, Arrarnta หรอ Arrernte) ของกลุ่มชนอะบอรินจินทางตอนกลางของทวีปออสเตรเลียนั้น มีความหมายว่า “ศักดิ์สิทธิ์” และถูกใช้ในพิธีกรรมของชนพื้นเมืองเหล่านี้อย่างหลากหลายเป็นอย่างมาก

เช่น บางครั้งใช้เป็นเครื่องดนตรีทำนองเดียวกับบูลโรเรอร์ (Bullroarer) อันเป็นเครื่องดนตรีโบราณ ที่สร้างเสียงด้วยการหมุนแผ่นไม้ที่ผูกติดกับเชือกในอากาศ มักใช้ในพิธีกรรม, บางครั้งใช้ที่ภาพเขียนบนพื้นดินศักดิ์สิทธิ์, ใช้ที่เสาพิธีกรรม, ใช้ในเครื่องประดับศีรษะในพิธีกรรม, ใช้ในการสวดศักดิ์สิทธิ์ และใช้ที่พิธีในเนินดินศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

ที่สำคัญก็คือ มาริงเงอร์ยังได้ระบุด้วยว่า “หินชูริงกา” นั้น ถูกนับถือในฐานะที่เป็น “การปรากฏเป็นรูปร่าง (embodiment) ของผู้วายชนม์ ผู้ซึ่งจิตวิญญาณและคุณลักษณะจะถูกส่งทอดไปยังผู้ถือครอง (หินชูริงกา) ในปัจจุบัน”

ดังนั้น หินเหล่านี้จึงเป็นที่สถิตของพลังชีวิตของบรรพชน ซึ่งมีอิทธิพลต่อผู้ถือครองที่เป็นทายาทลูกหลานของพวกเขานั่นเอง

โดยแต่ละเผ่าในเขตพื้นที่อรันทา ทางตอนกลางของออสเตรเลียนั้น จะมีสถานที่จัดเก็บหินชูริงกาของบรรพชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิงรวมกันเอาไว้ โดยบางทีก็จะเก็บรวบรวมเอาไว้ใน “ถ้ำ” เป็นต้น

การที่ชาวอะบอริจินเก็บหินเหล่านี้ไว้ในถ้ำ เป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว “ถ้ำ” คือ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์” ในทำนองเดียวกับโบสถ์ หรือวิหารในศาสนาสากล เพราะอะบอริจินไม่ได้อาศัยอยู่ในถ้ำ แต่มักจะใช้ถ้ำเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ

และยังชวนให้คิดถึงการค้นพบหินเขียนสีวัฒนธรรมอซิลเลียน ในถ้ำเบียร์เส็ค ซึ่งก็ควรมีฐานะเป็นเหมือนหินที่สถิตของบรรพชน เช่นเดียวกับหินชูริงกาเป็นอย่างยิ่ง

หินชูริงกา ของชาวอะบอริจิน ในออสเตรเลีย
(ที่มา : https://www.aboriginal-bark-paintings.com/tjuringa/)

ความเชื่อเกี่ยวกับหินขนาดเล็ก ที่น่าสนใจยังมีอยู่ในความเชื่อของชาวดายัก (Dayak) อันเป็นชนพื้นเมืองกลุ่มใหญ่ในเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซียด้วย

ชนกลุ่มนี้เชื่อว่าหินกรวดแม่น้ำขนาดเล็ก ที่โดยมากมักมีสีดำ อย่างที่เอาไปใช้ก่อเป็นสิ่งปลูกสร้างวัฒนธรรมหินตั้งก็คือ ไข่ หรือเมล็ดพืช ซึ่งชาวดายักให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเชื่อกันว่าหินเหล่านี้จะนำโชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์มาให้

ความเชื่อในทำนองนี้เกี่ยวข้องกับ “การเกิด” ซึ่งสัมพันธ์อยู่กับ “ความตาย” ตามความเชื่อในหลากหลายวัฒนธรรมของโลกโบราณอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อย้อนกลับไปพิจารณาถึงตัวอย่างจากหินชูริงกา และหินเขียนสี ในวัฒนธรรมอซิลเลียน อันเป็นที่สถิตของพลังชีวิตของบรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว ที่อาจเปรียบได้กับการเป็น “ร่างกาย” ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ของผีบรรพชนเหล่านี้ เพื่อใช้ในโลกของคนเป็น

แนวคิดทำนองอย่างนี้ก็ชวนให้ขบคิดเป็นอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความจริงที่ว่า มีการฝังหินอยู่ในหลุมฝังศพ อันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเชื่อ และพิธีกรรม อยู่ในหลุมฝังศพหลากหลายแห่งในทุกๆ วัฒนธรรมทั่วทั้งโลก

ร่องรอยหลักฐานจำนวนมากเหล่านี้ต่างก็แสดงให้เห็นว่า ในโลกยุคบรรพกาลนั้น “หิน” มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับทั้ง “กำเนิด” และ “ความตาย” ซึ่งก็คือสิ่งเดียวกันในมุมกลับ เหมือนกับเป็นคนละด้านของเหรียญ

ในโลกของคนตายนั้น หินจึงทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของการถือกำเนิดในโลกใหม่ ส่วนในโลกของคนเป็นหินก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ผี” อันเป็นพลังชีวิตของคนตาย ที่คนเป็นใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผีบรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?