bg-single

จากศูนย์การสำรวจแนวคิด ของจุดเริ่มต้นจากผลงานศิลปะ ในคลังสะสมของ DC Collection

12.01.2026

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ไม่ว่าเราจะเดินทางไปไกลหลายร้อยหลายพันกิโลเมตรขนาดไหน แต่แรกสุดเราก็ต้องก้าวจากจุดเริ่มต้น

เช่นเดียวกับจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ จากศูนย์ Zero Marker ที่เริ่มต้นจากการจัดแสดงในบ้านเก่าที่ตั้งอยู่บนหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ อันเป็นจุดเริ่มต้นระยะการเดินทางของประเทศไทย

นิทรรศการครั้งนี้เป็นนิทรรศการ Pop-up ที่คัดสรรผลงานบางส่วนของ DC Collection ชุดคลังสะสมส่วนบุคคลของ ดิสพล จันศิริ นักสะสมงานศิลปะชายไทยผู้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ

โดยดิสพลได้สร้างพื้นที่ DC Collection ที่เชียงใหม่ (เปิดให้เข้าชมเฉพาะผู้ที่นัดหมายล่วงหน้า)

ก่อนที่จะเปิดนิทรรศการ Pop-up ครั้งนี้ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมในกรุงเทพฯ

Untitled (Bicycle) (2014) อ้าย เว่ยเว่ย

โสมสุดา เปี่ยมสัมฤทธิ์ ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลัง และผลงานบางส่วนของนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“เริ่มแรก คุณดิสพลต้องการทำนิทรรศการ Pop-up ขึ้นมาสักสองสามสัปดาห์ ที่บ้านหลังนี้ ซึ่งเราพบว่าตัวบ้านตั้งอยู่ข้างๆ หลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ประทับใจเรามากที่สุด จากการค้นคว้าข้อมูลเราพบว่า หลักกิโลเมตรที่ศูนย์เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยประกาศใช้ในปี พ.ศ.2493 ในสมัยของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเรามองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง เราจึงเลือกวันเปิดงานเป็นวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันรัฐธรรมนูญ”

“ถึงแม้นิทรรศการของเราจะไม่ได้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง แต่เรามีนัยยะถึงความเป็นประชาธิปไตยว่าตลอด 93 ปีที่ผ่านมา เราได้เดินทางไปได้ไกลแค่ไหน หรือเราเดินวนกลับมาที่เดิมไหม เรามองว่า ในคำว่า หลักกิโลเมตรที่ศูนย์ เหมือนเป็นการเดินทางที่ไม่ได้เป็นแค่เพียงระยะทางอย่างเดียว หากแต่เป็นการเดินทางในเชิงของมิติเวลาด้วย”

“ถ้าเรามองจากความเป็นบ้านเก่าหลังนี้ ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปลายรัชสมัยของรัชกาลที่ 5-6 เป็นบ้านของพระยาอรรถวิรัชวาทเศรณี ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านมาเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน และมีการปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนเป็นบางสิ่งบางอย่างในอนาคต เพราะฉะนั้นความหมายของบ้านนี้ก็กำลังถูกเปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกับพื้นที่ของถนนราชดำเนินที่ถูกเปลี่ยนความหมายไปตามกาลเวลา”

“ซึ่งกลายเป็นที่มาของนิทรรศการนี้ ในชื่อจากศูนย์ (Zero Marker) แต่ไม่ได้เป็นศูนย์ที่ไม่มีอะไรเลย หากเป็นการวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น อาจจะเป็นเรื่องของสภาวะส่วนตัว ความทรงจำ ความสูญเสีย หรือรอยต่อของมิติเวลาที่กำลังเปลี่ยนไปเป็นนิยามความหมายอื่นๆ”

“เราจึงพยายามคัดสรรผลงานในคอลเล็กชั่นสะสมของคุณดิสพลที่ไปด้วยกันได้และเหมาะสมกับพื้นที่จัดแสดง ซึ่งเป็นบ้านสองชั้น โดยมีผลงานทั้งหมดประมาณ 28 ชิ้น”

“เริ่มจากผลงานในห้องแรกอย่าง Untitled (Bicycle) (2014) ของ อ้าย เว่ยเว่ย (Ai Weiwei) ที่เป็นจักรยาน ซึ่งเป็นพาหนะที่เป็นสัญลักษณ์ของประชาชนชาวจีน แต่ในขณะเดียวกัน ศิลปินก็พิมพ์สัญลักษณ์รูปหน้าของตัวเองลงบนอานจักรยาน แสดงถึงการถูกกดทับบางอย่าง ซึ่งอ้าย เว่ยเว่ย เองก็เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินหัวขบถผู้ต่อต้านและตั้งคำถามต่อรัฐบาลจีนอยู่แล้ว”

“ตามมาด้วยผลงาน Checkpoint (จุดตรวจ) (2023) ของ วัชรนนท์ สินวราวัฒน์ ซึ่งเป็นเรื่องของจุดตรวจสถานที่ที่ไม่ได้เป็นทั้งจุดเริ่มต้นหรือปลายทาง ผลงานของเขาเป็นการสำรวจทัศนียภาพของชนบทในช่วงสงครามเย็น เพื่อสะท้อนถึงการถูกจำกัดเสรีภาพ รวมถึงความไม่แน่นอนและความกดดันในสังคมการเมืองของไทย”

“ในขณะที่ผลงานของวัชรนนท์ ในห้องแรกสะท้อนข้อจำกัดของเสรีภาพของคนผ่านจุดตรวจ แต่ผลงานในห้องที่ 2 อย่าง Freedom of Choice ของ สุรสีห์ กุศลวงศ์ ที่ดูคล้ายพัสดุไปรษณีย์ สะท้อนถึงเสรีภาพของโลกทุนนิยมที่เราสามารถเดินทางไปที่ไหนในโลกก็ได้ ผ่านการซื้อของออนไลน์ทั่วโลกจากการจัดส่งทางไปรษณีย์”

“ส่วนผลงาน From ‘Partially Buried in Three Parts (Kent Ohio)’ (1996) ของ เรเน่ กรีน (Renee Green) ศิลปินอเมริกัน ก็เป็นทั้งแผนที่จริงและแผนที่ในจินตนาการมาคอลลาจเข้าด้วยกัน เพื่อสะท้อนการเดินทางในสถานที่จริง (site) และสถานที่ไม่จริง (non-site) เพื่อตั้งคำถามถึงความทรงจำ ความสูญเสีย และความหวังส่วนบุคคล กับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์”

“ในขณะที่ห้องโถงที่ 1 มีผลงาน Hope is Now (2023) ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ เป็นงานจิตรกรรมที่สะท้อนความหวังและกำลังใจของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา ในขณะที่ผลงานภาพถ่าย คุณตา หมายเลข 3 (2016) ของ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ เป็นภาพคุณตาผู้นั่งใต้ภาพคุณยายที่จากไป สะท้อนถึงภาวะความทรงจำของคนที่ยังมีชีวิตอยู่”

“ถัดไปสู่ห้องโถงที่ 2 เป็นผลงานภาพถ่าย L’Homme-caoutchouc (Rubber Man) (2015) ของ ไคว สำนาง (Khvay Samnang) ศิลปินชาวกัมพูชา อันเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะแสดงสดในชื่อเดียวกัน ที่สะท้อนถึงการถูกรุกล้ำพื้นที่จากการล่าอาณานิยมของฝรั่งเศส ในการเปลี่ยนป่าธรรมชาติให้กลายเป็นสวนยางพารา เพื่อตอบสนองแรงกระเพื่อมของทุนนิยม”

“ต่อด้วยห้องที่ 3 กับผลงานจิตรกรรมของ ลัทธพล ก่อเกียรติตระกูล ที่ใช้เทคนิคที่ไม่อยู่ในขนบดั้งเดิมของการทำงานจิตรกรรม มาสร้างความหมายใหม่ๆ ให้การทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งเรามองว่าสอดคล้องกับความเป็น ‘จากศูนย์’ เพราะเป็นจุดเปลี่ยนในการสร้างความหมายใหม่อีกแบบให้วัตถุทางจิตรกรรมแบบเดิมๆ”

“ในขณะที่ผลงาน The Great from the West และ The Great from the East (1990) ของ มณเฑียร บุญมา สื่อถึงความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมตะวันตกและตะวันออก ผ่านการใช้สัญลักษณ์ทางศาสนา ในลักษณะคล้ายรูปทรงของสถูปเจดีย์ในพุทธศาสนาที่วาดจากดินและขี้เถ้า และการวางผลงานในกรอบลักษณะคล้ายรูปทรงไม้กางเขนในคริสต์ศาสนา”

“ซึ่งมีบทสนทนากับผลงานประติมากรรม Windy ของ ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ศิษย์ของมณเฑียร ที่สร้างจากแผ่นสังกะสี ในรูปแบบของการทดลองเล่นปริมาตรและความเอียงของวัตถุที่อยู่ใกล้ๆ กัน”

“ส่วนในห้องที่ 4 กับผลงาน Dubai to Calcutta #19 (2006) ของ สุโบดห์ คุปตา (Subodh Gupta) ศิลปินชาวอินเดีย ที่พูดถึงประสบการณ์การเดินทางไปทำงานในต่างประเทศของแรงงานข้ามชาติชาวอินเดีย ผ่านประติมากรรมรูปทรงรถเข็นและสัมภาระข้าวของที่ทำจากบรอนซ์และอะลูมิเนียม”

“พอขึ้นไปบนชั้น 2 บนผนังฝั่งหนึ่งของห้องโถงที่ 3 เราจะพบกับผลงาน Wrapped Statues, Project for the Glyptothek, Munich, West Germany (1988) ของ คริสโตและฌานน์-โคล้ด (Christo and Jeanne-Claude) ที่เป็นภาพร่างการห่อหุ้มอาคาร อันเป็นผลงานอันโดดเด่นของพวกเขา”

“ถึงแม้จะเป็นแค่ภาพร่าง แต่เราคิดว่าเหมาะกับพื้นที่ของบ้านนี้ ที่ถึงจะไม่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าแบบงานของคริสโตและฌานน์-โคล้ด แต่ก็ถูกห่อหุ้มด้วยนั่งร้านจากการปรับปรุงบ้านอยู่ การดูงานห่อหุ้มอาคารของคริสโตและฌานน์-โคล้ด ยังทำให้เรารู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังถูกเปลี่ยนแปลงอยู่ข้างใน คล้ายกับพิธีกรรมบังสุกุลในศาสนาพุทธ ที่เปลี่ยนสภาวะสิ่งที่ถูกห้อหุ้มไปยังสภาวะใหม่”

“ถัดไปในห้องที่ 6 เราจะพบกับ Untitled (2020) ผลงานภาพถ่ายของ วินัย ดิษฐจร ที่นำเสนอภาพของเหล่าไรเดอร์ พนักงานส่งอาหาร ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองพอดี ภาพของไรเดอร์ที่อาจจะรอคอยออร์เดอร์ใหม่”

“แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสื่อถึงความหวังในการรอการเปลี่ยนแปลงบางอย่างจากการชุมนุมทางการเมืองอยู่”

ส่วนในห้องที่ 5 จะพบกับผลงาน Untitled (to Lucie Rie, master potter) 1 O (1990) ของ แดน ฟลาวิน (Dan Flavin) ศิลปินมินิมอลลิสต์ชาวอเมริกัน ศิลปะจัดวางจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ที่ฉายแสงหลากสีสันอย่างโดดเด่นอยู่ภายในห้องสลัวส่องให้เห็นรายละเอียดอันประณีตในบ้าน

ในห้องที่ 7 ยังมีผลงาน Truth and Ambitions (2000) ของ นที อุตฤทธิ์ จิตรกรรมภูทิทัศน์สีขาว เทา ดำ ที่ไม่ได้ระบุอย่างเฉพาะเจาะจงว่าเป็นสถานที่ไหน แต่เป็นเหมือนภาพที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำของศิลปินมากกว่าภูมิทัศน์จริง”

“ความน่าสนใจของงานนี้ก็คือ หลายคนคิดว่าเป็นผลงานที่ถูกทำขึ้นเพื่อติดตั้งจัดแสดงในพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ เพราะถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบภายในช่องระหว่างโครงไม้บนผนังในห้องอย่างพอดิบพอดี แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นผลงานเก่าในปี 2000 ที่เพิ่งถูกนำมาจัดแสดงในพื้นที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก เรียกได้ว่าลงตัวอย่างเหมาะเหม็งจริงๆ อะไรจริง!”

“แนวคิด จากศูนย์สะท้อนทั้งสภาวะความเป็นส่วนตัวกับสภาวะที่อาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ้านเมือง ถึงแม้เราจะไม่เตะประเด็นทางการเมือง แต่การจัดแสดงนิทรรศการในบริบทของพื้นที่ตรงนี้ เราก็ควรจะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยรอบด้วย แม้กระทั่งตัวบ้านหลังนี้เอง เราก็มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของงงานในนิทรรศการ เราไม่อยากให้บ้านทำหน้าที่เป็นเพียงแค่พื้นที่ในการแสดงงานเท่านั้น เพราะตัวบ้านเองก็เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ด้วย”

“นิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการ Pop-up ครั้งแรก ในพื้นที่แห่งนี้ ผลงานส่วนใหญ่ในนิทรรศการถูกเก็บอยู่ในคลังสะสมของ DC collection โดยไม่เคยถูกเปิดเผยออกมาเลย ด้วยเหตุนี้ คุณดิสพลผู้สะสมผลงานจึงอยากให้งานได้ออกมาหายใจร่วมกับผู้คนนั่นเอง”

นิทรรศการ “จากศูนย์ (Zero Marker)” จัดแสดงเฉพาะกิจที่ ดีซี คอลเลกชั่น บ้านดินสอ (ตรงข้ามประตูโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ) ตั้งแต่วันที่ 10 – 30 ธันวาคม พ.ศ.2568 น่าเสียดายที่กว่าบทความนี้จะตีพิมพ์ นิทรรศการก็จบลงไปแล้ว แต่ถ้าหากดีซี คอลเลกชั่น มีการจัดนิทรรศการอะไรให้ชมกันอีก เราจะรีบแจ้งให้ผู้อ่านทราบโดยพลัน!

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากคุณโสมสุดา เปี่ยมสัมฤทธิ์, ติดตามข้อมูลและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook DC Collection



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’