E-DUANG
การเลือกยุบสภาของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนเลือกตั้ง 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก่อนเลือกตั้ง 2569 ล้วนผ่านการไตร่ตรอง วางแผน
เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการไปต่อ เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องการไปต่อ
เห็นได้จาก”พลังประชารัฐ” เห็นได้จาก”รวมไทยสร้างชาติ”
เห็นได้จากความเชื่อมั่นของ”ภูมิใจไทย”ในบรรยากาศก่อนการตัดสินใจในเดือนธันวาคม
การไหลเข้าของ”รวมไทยสร้างชาติ” ของ”ชาติไทยพัฒนา” เป็นความเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทย อยู่ในสถานะเป็นผู้กำหนด”เกม”
ถามว่าพรรคภูมิใจไทยกำหนด”เกม”จริงหรือ
หากประเมินผ่านการเคลื่อนตัวของ”บ้านใหญ่”เด่นชัดว่าแต้มต่อเป็นของพรรคภูมิใจไทย
มองผ่าน”ชายแดนไทย กัมพูชา”ก็ยังเป็นคุณ
ยิ่งมองภาวะที่”หัวขบวน”พรรคเพื่อไทยถูกตรึงไว้ในที่จำขัง ยิ่งสร้างความมั่นใจ
เด่นชัดว่าลดทอนการปะทะลงไปต่อเนื่อง
ไม่ว่ากรณีที่ดินเขากระโดงก็เริ่มเงียบ ไม่ว่ากรณีฮั้วส.ว.ก็เริ่มไม่มีการเคลื่อนไหว กดดัน
เป้าอยู่ที่พรรคประชาชน มากกว่าพรรคภูมิใจไทย
กระนั้น การขยับแต่ละก้าวย่างของพรรคประชาชนผ่านความสดใหม่ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็มิอาจประมาท
ที่สำคัญคือ การเล่นบทกำหนด”เกม”
ถามว่าทุกก้าวของพรรคการเมืองหลังการยุบสภาดำเนินไปในทิศทางใด
ตอบได้เลยว่าการปลุกกระแสต่อต้าน”เทา”จุดติด
ตอบได้เลยว่าการโยนแต่ละประเด็นขึ้นมาท้าทายและเรียก ร้องการปรับตัว
โดยเฉพาะโครงสร้างแห่งระบอบ”รองนายกรัฐมนตรี”
โดยเฉพาะการโยนโครงสร้างแห่ง”ทีมทำงาน รัฐมนตรี” อันยึดโยงอยู่กับระบอบ”รองนายกรัฐมนตรี”
เท่ากับพังทลายโครงสร้าง”เดิม”ในการจัดตั้ง”รัฐบาล”
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า ไม่ว่าแนวทาง”แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี” แนว ทาง”รองนายกรัฐมนตรี” แนวทาง”รัฐมนตรี”พรรคประชาชน
คือ การปักธงในทาง”ความคิด”อันเป็นดั่ง”ปลายหอก”
ทะลวงไปยังธรรมนิยมเดิมของระบบ”ซื้อเสียง” ธรรมนิยมเดิมของ”แฟคชั่น”ทางการเมืองผ่าน”บ้านใหญ่”
ยากยิ่งที่จะ”ปฎิบัติ”ตามได้อย่างทัดเทียม
ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคประชา ธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคกล้าธรรม
นี่คือ “เกม”อันมาจากพวกอ่อนหัดอย่าง”ประชาชน”
