หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ

70 ตารางกิโลเมตร เป็นข้อมูลที่นักวิจัยได้รับจากการติดตามเสือโคร่งตัวเมียตัวหนึ่งในการใช้พื้นที่

พวกเขาค่อนข้างแปลกใจ เพราะนี่เป็นพื้นที่หรืออาณาเขตของเสือตัวเมียซึ่งน้อยกว่าเสือตัวเมียตัวอื่นๆ ที่ พวกเขาเคยติดตาม

นักวิจัยคาดว่าเป็นเช่นนี้เพราะในพื้นที่มีความหนาแน่นของประชากรเหยื่อมาก ขนาดพื้นที่ของเสือจึงลดลง

“วิธีเดียวที่จะรู้แน่ คือ จับเสือตัวเมียอีกตัวที่เป็นเพื่อนบ้านเสือตัวนี้ เพื่อติดตามให้แน่ใจครับ” หัวหน้าโครงการแจ้งทีม

การจับเสือตัวเมียที่ได้ข้อมูลว่าใช้พื้นที่เพียง 70 ตารางกิโลเมตร เพื่อสวมปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณ ทีมใช้เวลาไปหนึ่งเดือน กว่างานจะสำเร็จ

คราวนี้ทุกคนไม่รู้หรอกว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร เรารู้ดีว่าเมื่อทำงานกับสัตว์ป่า เราไม่ได้เป็นผู้กำหนด ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับเสือ

นักวิจัยมีข้อมูล จำนวนของเสือในบริเวณนั้น รู้ว่ามีตัวผู้กี่ตัว ตัวเมียกี่ตัว เพราะการสำรวจโดยตั้งกล้องดักถ่าย อย่างเป็นระบบมายาวนาน ทำให้ได้ข้อมูลที่ดี

“บอกลาความเจริญได้เลยครับ” หัวหน้าโครงการพูดยิ้มๆ ตอนเราเตรียมสัมภาระ เพื่อเดินทางสู่จุดหมาย

แม้ว่าจะอยู่ในบ้านของเหล่าสัตว์ป่า แต่การพบเจอสัตว์ป่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก สำหรับสัตว์ป่า คนคือชีวิตแปลกหน้าที่อันตราย การทำงานและใช้เวลาในป่ามานาน สอนผมว่าในป่าอันกว้างใหญ่ สิ่งที่มองไม่เห็น มีความหมายมากกว่าสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า

เสือตัวเมียซึ่งเป็นเป้าหมายของเราเช่นกัน นอกจากภาพจากกล้องดักถ่ายแล้วเราไม่เคยเห็นตัวมัน มีแต่รอยตีน กลิ่นฉี่ที่พ่นไว้บนลำต้นไม้

เราเจอร่องรอยการล่า ร่องรอยเหล่านั้นบอกเล่าเรื่องราวภายในอาณาเขตของมัน

เสือตัวเมีย “เพื่อนบ้าน” ที่นักวิจัยมีข้อมูล ใช้อาณาเขตราว 70 ตารางกิโลเมตร พวกเขาคาดว่าเสือตัวนี้น่าจะใช้พื้นที่พอๆ กัน

70 ตารางกิโลเมตร ไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่า มันคือป่าทึบ ลำห้วย สันเขา ด่าน หรือทางเดินที่สัตว์ป่าใช้ ไม่ผิดนักหากจะพูดว่า พื้นที่นี้คือ “ที่ทำงาน” การควบคุมปริมาณสัตว์กินพืช คืองาน ส่วนการได้กินนั้นเป็นผลพลอยได้

ที่ทำงานของเสือไม่ได้ยึดติดกับขนาด ขนาดอาณาเขตขึ้นอยู่กับ “ปริมาณเหยื่อ”

หากป่ามีประชากรสัตว์กินพืชอุดมสมบูรณ์ อาณาเขตของเสือตัวเมียก็จะเล็กลงเพราะไม่จำเป็นต้องเดินไกล ไม่จำเป็นต้องเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องข้ามพื้นที่เปิดหรือใกล้มนุษย์

ในทางกลับกัน เมื่อประชากรเหยื่อลดลงเสือตัวเมียต้องขยายพื้นที่เดินไกลขึ้น ผ่านพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น และใช้พลังงานมากขึ้น ทุกก้าวที่เดินคือความเสี่ยงที่เพิ่มตามมา ในป่าทุกพื้นที่มีเจ้าของ

ชีวิตซึ่งถูกมองเห็นเป็นชีวิตที่ดุร้าย อันตราย แท้จริงเป็นชีวิตที่ไม่ชอบการต่อสู้ เสือไม่ต้องการปะทะโดยไม่จำเป็น

ขอบเขตของเสือถูกสื่อสารผ่านกลิ่น, รอยตะกุย, รอยขีดข่วน

นี่คือการสื่อสาร ที่ถูกให้ความเคารพ เสือรู้ดีว่าพลังงานที่เสียไปกับการต่อสู้ อาจหมายถึงอาการบาดเจ็บซึ่งจะเป็นอุปสรรคกับการล่าได้ ชีวิตเสือขึ้นอยู่กับเหยื่อ และการล่าต้องประสบผล เสือรู้จักพื้นที่ของตัวเองดี รู้ว่าจุดไหนมีเหยื่อผ่านประจำ รู้ว่าช่วงเวลาใดควรหลีกเลี่ยง รู้ว่าพื้นที่ใดเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง

เมื่อป่าแคบลง ดูคล้ายกับว่าอาณาเขตของเสือจะแตกกระจาย พื้นที่ที่เคยเชื่อมต่อกันกลายเป็นหย่อมป่า ถนน ไร่ ชุมชนคั่นกลาง พื้นที่ที่ใช้ได้จริงของเสือลดลง และความเสี่ยงกลับเพิ่มขึ้น ในหลายพื้นที่ ปัญหาเสือกับคน รวมทั้งช้าง, กระทิง ไม่ได้เกิดจากสัตว์ป่าที่ “ดุร้ายขึ้น” แต่เกิดจากสัตว์ป่าที่ “ไม่มีทางเลือก”

อาณาเขตของเสือหายไป เช่นเดียวกับของสัตว์อื่นๆ พวกมันจำเป็นต้องเสาะหาพื้นที่ซึ่งเข้าใกล้ขอบป่ามากขึ้น เข้าใกล้ชุมชน และเมื่อพลาด หรือเกิดการปะทะ เรื่องราวจบลงด้วยคำว่า สัตว์ป่าเป็นปัญหา แต่ในมุมของสัตว์ป่า พวกมันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นปัญหามันแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่เพียงเพื่อมีชีวิตอยู่

แต่เพื่องานที่ได้รับมอบหมายมาให้ทำ

เสือโคร่งอินโดจีน : การแยกเขี้ยวขู่คำรามเป็นการสื่อสารว่า ผู้บุกรุก เข้ามาใกล้เกินระยะอนุญาตแล้ว

งานของเราเสร็จเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพียงแค่สองสัปดาห์ เสือตัวเมียซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน กับเสือตัวเมียที่นักวิจัยติดตามก็ได้รับการสวมปลอกคอ

ข้อมูลที่ได้จากเสือตัวนี้จะยืนยันได้แน่ชัดว่าขนาดพื้นที่ซึ่งเสือใช้นั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณประชากรสัตว์กินพืชที่อยู่ในพื้นที่

อีกสิ่งหนึ่งที่บอกคือ เสือไม่ยึดติดกับสถานที่ มันยึดติดกับเงื่อนไขของหน้าที่ที่ทำ เมื่อเราพูดถึงความจำเป็นที่ต้องมีเสือ บางคนมองไปที่จำนวน แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ พื้นที่ที่มีสัตว์กินพืชเพียงพอ

ถ้าความเปลี่ยนแปลงทำให้สัตว์กินพืชอยู่ไม่ได้ เสือตัวเมียหนึ่งตัวก็อยู่ไม่ได้ การเพิ่มพื้นที่ป่าอาจไม่สำคัญเท่าการทำให้ป่าที่มีอยู่มีชีวิตอยู่จริงมีสัตว์ป่า ป่ามีความต่อเนื่อง พอให้เสือตัวเมียทำหน้าที่ของมัน ผมทำงานอยู่ในบ้านของสัตว์ป่า ผมก็ไม่ค่อยได้เห็นเสือบ่อยนัก

แต่ทุกวันผม “เห็น” พวกมันผ่านร่องรอย

อาณาเขตของเสือ ไม่ใช่เส้นบนแผนที่ แต่คือเส้นของชีวิต “เส้น” ที่เปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่เราทำกับผืนป่า สิ่งสำคัญไม่ใช่ “70 ตารางกิโลเมตร” หรือเสือต้องการพื้นที่เท่าไร แต่คือพื้นที่นั้น เหมาะสมสำหรับชีวิตหรือไม่

เราคิดเสมอว่า เหล่าสัตว์ป่าเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ของพวกมัน

ในความเป็นจริง งานของพวกมัน สิ่งที่สัตว์ป่าทำให้กับโลกใบนี้ ทั้งหมดนั้นเพื่อพวกเรา “70 ตารางกิโลเมตร” กว้างพอที่เสือตัวเมียใช้เพื่อดำรงชีวิตไปตามวิถี

และไม่กว้างเกินไป ที่เราจะมองเห็น ชีวิตที่อยู่ในนั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย
นักวิชาการแนะ ‘2 ยุทธศาสตร์’ กู้ระเบิดเวลา ศก.ไทย!!
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
รัฐบาลสายลมแสงแดด (กับ Singing Cabinet) | สุรชาติ บำรุงสุข
ไพร่ติดมหาวิทยาลัย และกิจกรรมภาคบังคับ ประวัติย่อของนักศึกษาไทย ที่ผู้มีอำนาจไม่ยอมให้เติบโต
เพื่อทุกความฝันจะมีวันมั่นคง : หนังสือบันทึกความหวังและการต่อสู้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า
ตลาดแฝดอสังหาฯ
All-New Lexus ES อลังการขึ้น เจาะ 2 ขุมพลังใหม่ไฟฟ้าและไฮบริด
ผัดพริกหยวกหมูสไลซ์