E-DUANG
การหยอกล้อทางคำพูดระหว่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงอยู่อย่างเป็น”ภาพต่อ”ในทางการเมือง
เหมือนกับเป็นเรื่องใน”ครอบครัว”แต่มี”ผลสะเทือน”
เมื่อเดินทางไปช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครพรรคประชาชนที่อุบล ราชธานีเมื่อวันที่ 6 มกราคม
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปราศรัยตอนหนึ่ง
“ที่บ้านเมืองมันน่าห่วงเพราะคนเป็นรัฐมนตรีเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ววันนี้ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่เลย เป็นคนนามสกุลเดียวกันกับผมอีก”
อีก 2 วันต่อมาในการปราศรัยของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ลานคนเมือง กทม.
ในฐานะ”แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี” พรรคเพื่อไทย
“ผมทำการเมืองมา 25 ปีนอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมือง ผมก็ทำให้หลานมันดูครับ”
ประหนึ่งจะหยอกเอินระหว่างอากับหลาน แต่”เจ็บ”
จะเข้าใจสถานการณ์หยอกเอินระหว่างอาหลานไม่จำเป็นต้องย้อนปูมประวัติแห่งตระกูล”จึงรุ่งเรืองกิจ”
หากดูเพียงการเกิดขึ้นของ 2 พรรคการเมืองก็จะเข้าใจ
1 คือการเคลื่อนไหวของ”กลุ่มสามมิตร”เพื่อระดมคนเข้าก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐโดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน กับ นายสมคิด จาตุรศรีพิทักษ์ เป็นกำลังสำคัญ
ขณะเดียวกัน 1 คือ การเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2561
โดยมี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นต้นคิด ประสานเข้ากับอีก 2 หนุ่มที่เป็น”นักกิจกรรม” คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายชัยธวัช ตุลาธน
จุดต่างอย่างสำคัญมิได้อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐมีรากฐานจากความต้องการสืบทอดอำนาจให้กับคณะ”รัฐประหาร”
หากแต่ต้าน”รัฐประหาร”คือเป้าหมายแห่ง”อนาคตใหม่”
การอาสาเข้าไปเป็นนั่งร้านทางการเมืองให้กับอำนาจของรัฐประ หารผ่านพรรคพลังประชารัฐของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ไม่ต้องย้อนกลับไปยังบทบาทร่วมในพรรคกิจสังคม พรรคไทยรักไทย หากแต่เพียงดูจากคำพูดและบทบาทก็ชัดเจน
“รัฐธรรมนูญนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา” เกิดขึ้นอย่างไร
การย้ายจากพรรคพลังประชารัฐมาเป็นกำลังหลักให้กับพรรคเพื่อไทยกระทั่งได้เป็น”แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี”ก็กระจ่าง
กระจ่างในท่ามกลางความเป็นไปของ”อนาคตใหม่”
ภาพของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อปราศรัยที่ลานคนเมือง กับภาพของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อหาเสียงช่วยผู้สมัครที่อุบลราชธานีจึงทรงความหมาย
เนื่องจากฉายภาพ”การเมืองไทย”เชิงเปรียบเทียบได้อย่างทะลุลอด
จากคำปราศรัยที่ลานคนเมืองของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับคำปราศรัยที่อุบลราชธานีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
จึงคือ”รูปธรรม”แห่งการต่อสู้ทางการเมืองที่เป็นจริง
มิได้เป็นความขัดแย้งภายในสายตระกูล”จึงรุ่งเรืองกิจ”หากเป็นเงาสะท้อนภายใน”องค์ประกอบ”ของพรรคการเมือง
1 คือ การเมือง”เก่า” 1 คือ การเมือง”ใหม่”
ที่สุดแล้ว การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์จะเป็นคำตอบว่าประชาชนจะเลือกการเมืองแบบใด
จะอยู่ในสภาพ”เดิม” หรือถึงเวลาต้อง”เปลี่ยน”
