E-DUANG
มีความแตกต่างอย่างแน่นอนระหว่างบรรยากาศการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กับ บรรยากาศการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566
เดือนพฤษภาคม 2566 พรรคเพื่อไทยเป็นตัวละครที่ชัดเจนในการสัประยุทธ์
เนื่องจากเป้าหมายคือ “ปิดสวิตช์ 3 ป.”
พรรคก้าวไกลอาจมีรากฐานจาก 81 เสียงของพรรคอนาคตใหม่ แต่ก็มิได้หนักแน่นเท่ากับพรรคเพื่อไทย
เนื่องจากพรรคเพื่อไทย คือ อวตารแห่ง”ไทยรักไทย”
จากพรรคไทยรักไทย ผ่านพรรคพลังประชาชน มายังพรรคเพื่อไทย เท่ากับเป็นรากฐานที่มั่นคง แข็งแกร่ง
กระแสพรรคเพื่อไทย”แลนด์สไลด์”จึงดังกึกก้อง
ทั้งๆที่ในความเป็นจริง การดำรงอยู่ของพรรคเพื่อไทยสัมพันธ์กับชัยชนะและความสำเร็จของพรรคไทยรักไทยอย่างแนบแน่น
แต่เมื่อมาถึงเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จึงแปรเปลี่ยน
เด่นชัดว่านี่มิได้เป็นการปะทะระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ เหมือนเมื่อเดือนมีนาคม 2562 และเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
เนื่องจากบทบาทของพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ มิได้มี”ความหมาย”อีกต่อไป
เนื่องจากการถ่ายโอน”อำนาจ”และ”บารมี”จากพรรคพลัง ประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แปรและผันไปอยู่ในมือของ พรรคภูมิใจไทยอย่างมีจังหวะจะก้าว
คำถามก็คือ แล้วการต่อสู้กับพรรคภูมิใจไทยยังอยู่บนบ่าของ พรรคเพื่อไทยหรือไม่
คำตอบอยู่ที่ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน
การแปรเปลี่ยนคู่ต่อสู้กลายมาเป็นระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนมิได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเอง หรือคิดขึ้นเอง
หากเป็นไปตามความเป็นจริงแห่งการเลื่อนไหลทางการเมือง
เป็นการเมืองเนื่องแต่การเปิดยุทธการข้ามขั้วทางการเมืองในเดือนสิงหาคม 2566 และรวมถึงความพยายามในการเริ่มบาท ก้าวแห่ง Grand Compromise ในเดือนกันยายน 2568
แล้วเกิดความล้มเหลวในเดือนธันวาคม 2568 คู่แห่งความขัดแย้งจึงแปรเปลี่ยน
เป็นระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน
เมื่อพรรคประชาชนคือความต่อเนื่องของพรรคอนาคตใหม่ พรรค ก้าวไกล อย่างมีการพัฒนา
“เนื้อหา”การต่อสู้ทางการเมืองจึง”พัฒนา”อย่างเข้มข้น
เป็นความเข้มข้นเมื่อมองผ่านแคนดิเดต”นายกรัฐมนตรี” เป็นความเข้มข้นเมื่อมองผ่าน”โครงสร้าง”ของ”คณะบริหาร”
นี่คือการจัดทีม นี่คือการนำอย่างมีลักษณะ”รวมหมู่”
จุดเด่นเป็นอย่างมากของการบริหารอย่างเป็น”ทีม”จึงก่อให้ เกิดจุดต่างระหว่างรัฐบาลแบบ”เดิม”กับรัฐบาลแบบ”ใหม่”
อาศัยนวัตกรรมนี้ไปสู่ ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก
