bg-single

ความคิดของมาก้า (MAGA) คืออะไร

17.01.2026

คอลัมน์ ตุลวิภาคพจนกิจ
โดย ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ



“ความคิด” (mind) ในที่นี้ ผมหมายความอย่างกว้างถึงการแสดงออกในอารมณ์ความรู้สึกจนกลายเป็นชุดความเชื่อของคนจำนวนมากในภาคใต้ที่มีต่อวิถีชีวิต สถาบันสังคม ศาสนา และความสัมพันธ์ของความเชื่อทั้งหมดต่อสังคม เกิดเป็นระบบความคิดและอุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม รวมศาสนาด้วย รวมเรียกว่า “อารยธรรมภาคใต้” (Southern Civilization)

ในประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาอเมริกัน นักประวัติศาสตร์และอื่นๆ มักเสนอแต่ของปัญญาชนนักคิดนักเขียนในภาคเหนือ แทบไม่มีใครรู้หรือสนใจคนเหล่านี้ในภาคใต้

เชื่อกันว่า ภาคใต้ไม่มีปัญญาชนนักคิดที่แท้จริง ดังนั้น จึงไม่มีภูมิปัญญาภาคใต้

ที่เป็นเช่นนี้เพราะภาคใต้ตั้งแต่กำเนิดในอาณานิคมทางใต้โดยผู้อพยพอังกฤษ

เวอร์จิเนียเป็นอาณานิคมแรกที่รับเอาแรงงานผิวดำมาเป็นผู้ใช้แรงงานหลักในการเพาะปลูกทำไร่ จนขยายเป็นไร่ขนาดใหญ่ที่ส่งสินค้าสำคัญเข้าตลาดโลกคือยาสูบ น้ำตาล คราม ข้าว และที่มีผลสูงยิ่งคือ ฝ้ายสำหรับโรงงานทอผ้าในระยะแรกของอุตสาหกรรมอังกฤษ

ทำให้ภาคใต้กลายเป็นสังคมครองทาสและมีระบอบการเมืองแบบทาสที่อยู่ในมหาชนรัฐประชาธิปไตยร่วมกับภาคเหนือ

อิทธิพลของระบบทาสต่อชนชั้นนายทาสมีมากมาย อันหนึ่งคือ ชะลอความเติบโตและก้าวหน้าของความรู้และภูมิปัญญาสมัยใหม่

ดังเห็นได้จากการก่อตั้งวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมีชื่อในสหรัฐทั้งหมดที่เรียกว่า “ไอวี่ลีก” (Ivy League) หรือสถาบันเก่าแก่ เช่น ฮาร์วาร์ด เยล พรินซ์ตัน โคลัมเบีย และคอร์เนลนั้นล้วนอยู่ในภาคเหนือทั้งสิ้น

บรรดาทายาทของชนชั้นเจ้าของทาสใหญ่ๆ ต้องส่งลูกหลานขึ้นไปเรียนอุดมศึกษาในภาคเหนือทั้งนั้น เหมือนกับลูกหลานเจ้านายและเจ้าสัวในอุษาคเนย์เช่นกัน


หลังจากความพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมือง นักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่จึงพบว่า ภาคใต้เก่า (คือ 11 มลรัฐในภาคใต้ก่อนสงครามกลางเมืองที่สนับสนุนระบบทาส) ก็มี “ความคิด” ด้วยเหมือนกัน

และความคิดทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจถูกยกระดับขึ้นไปเป็นอุดมการณ์ของชนชั้นปกครองในภาคใต้ในช่วงสามทศวรรษก่อนสงครามกลางเมือง

อันเป็นผลมาจากการต่อสู้กับการโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์ระบบทาสในภาคใต้โดยขบวนการเลิกทาสในภาคเหนือ นำโดยวิลเลียม ลอยด์ แกริสัน ปัญญาชนภาคเหนือ นักหนังสือพิมพ์ปากกล้าที่โจมตีระบบทาสอย่างไม่ปรานีปราศรัย ถึงขั้นเรียกร้องให้รัฐทางเหนือเลิกอยู่ร่วมกับรัฐทางใต้

หลังจากเห็นการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อหลายปีก่อนโน้นในการโจมตีระบอบทักษิณอย่างรุนแรงและไม่ปรานีปราศรัย ทำให้ผมคิดใหม่ถึงบทบาทและฐานะของขบวนการเลิกทาสโดยแกริสันว่าเหมือนกับ พธม.อย่างยิ่งในทางอุดมการณ์ที่อาศัยศาสนาคริสต์และสถาบันหลัก (รัฐธรรมนูญ) เพื่อโค่นล้มระบอบตรงข้าม

ผมจึงว่า ขบวนการเลิกทาสในอเมริกาน่าจะเป็นขบวนการประชาสังคมแห่งแรกในโลกที่ตั้งใจโค่นล้มระบอบรัฐที่เป็นเป้าของการโจมตี

ในที่นี้ ประเด็นผมคือ ปัจจัยสำคัญและเป็นฐานให้แก่ชนชั้นปกครองนายทาสภาคใต้เก่าสามารถปลุกระดมและผลักดันให้รัฐภาคใต้เก่าประกาศแยกตัวออกจากสหรัฐอเมริกาหลังจากลิงคอล์นได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ซึ่งเป็นฟางเส้นสุดท้ายได้นั้น มาจากการมี “ความคิดของภาคใต้” (the mind of the South) ที่ครองอำนาจนำเหนือความคิดและอุดมการณ์อื่นๆ

ความคิดนี้ได้ยกระดับเป็นตัวแทนของโลกทัศน์ชนชั้นนายทาส เพราะมันได้กลายเป็นอุดมการณ์แห่งรัฐไปท่ามกลางการขับเคี่ยวกับอุดมการณ์เสรีนิยมในภาคเหนือ

เช่นนี้ที่ความพยายามประนีประนอมกันหลายครั้งระหว่างอำนาจการเมืองภาคเหนือกับใต้จากการประนีประนอมมิสซูรีปี 1820 ถึงการประนีประนอมใหญ่ปี 1850 ไม่ประสบความสำเร็จ

เพราะความคิดของคนทั้งเหนือและใต้ต่างมีโลกทัศน์อันเป็นของตนเองที่แตกต่างกันเสียแล้ว


ที่ผ่านมาเรามักคุ้นเคยกับโลกทัศน์และอุดมการณ์ภาคเหนือ เช่น เสรีนิยม รัฐธรรมนูญ อิสรภาพ เสรีภาพของปัจเจกบุคคลและทรัพย์สินส่วนตัว เรียกรวมๆ ว่า ระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม

หากภาคใต้มี “ความคิด” ของเขาเอง มันมีหน้าตาบุคลิกอย่างไร ผมประมวลสรุปออกมาและแปลกใจที่นักคิดภาคใต้ก็เติบโตและหล่อเลี้ยงภูมิปัญญาด้วยกรอบวิธีคิดและประวัติศาสตร์ยุโรปตะวันตกเหมือนกับภาคเหนือ

พูดได้ว่า ทั้งสองภาคมีภูมิหลังอันเดียวกัน แต่ตอนนี้ขัดแย้งและกำลังแตกแยกกันเป็นสองส่วน ด้วยปัญหาระบบแรงงานหลักในการผลิตภายใต้ระบบทุนนิยมระหว่างแรงงานเสรีกับทาส

แนวคิดสำคัญที่ดำรงอยู่ในความคิดภาคใต้จึงประกอบไปด้วยคำหลักเหมือนกัน เช่น อิสรภาพเสรีภาพ (freedom) ความก้าวหน้า (progress) ปัจเจกชน (individual) และทรัพย์สินส่วนตัว (private property)

แต่ที่ต่างกันอย่างแรงคือ สัมพันธภาพระหว่างปัจเจกชนกับรัฐ ระหว่างศาสนากับรัฐ ระหว่างเอกชนด้วยกันเอง

ในขณะที่ภาคเหนือให้ความสำคัญแก่ปัจเจกชนเหนือรัฐ และรัฐเหนือศาสนา เอกชนเหนือชุมชน

ส่วนภาคใต้ให้ความสำคัญแก่รัฐเหนือปัจเจกชน ศาสนาเหนือรัฐหรือชุมชน และชุมชนเหนือเอกชน


ผู้นำการเมืองคนสำคัญ เช่น จอห์น ซี. แคลฮูน แห่งรัฐเซาท์แคโรไลนา จึงตอบโต้ “คำประกาศเอกราช” ของบิดาผู้สร้างมหาชนรัฐที่ประกาศว่าคนเราเกิดมาเท่าเทียมกัน ด้วยการเปิดวรรคทองของเขาใน Disposition on Government ว่า “คนเราเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน”

จุดหมายของสังคมคือการที่คนทั้งหมดอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข แต่การสร้างสังคมสันตินั้นไม่ใช่ให้คนทั้งหมดทำ

ในความจริงต้องทำโดยคนส่วนน้อยที่มีความสามารถ นานไปผลสำเร็จในสังคมก็ค่อยแจกจ่ายลงไปยังคนส่วนใหญ่ ให้เอกชนทำกันเองก็จะเกิดความขัดแย้งทะเลาะกัน หากแต่ต้องให้รัฐกำกับและนำทางให้ จึงจะเกิดความสมานฉันท์และสามัคคี

ระบบทาสภาคใต้จึงมีนักประวัติศาสตร์เสนอว่าก็คือระบอบปิตาธิปไตย (paternalism) ที่นายทาสเลี้ยงดูค้ำจุนทาสที่ทำงานให้เขาด้วยความปรานี

ตรงข้ามกับที่นวนิยายชื่อดัง “กระท่อมน้อยของลุงทอม” (Uncle Tom’s Cabin) ที่เขียนโดยนักต่อต้านทาสภาคเหนือ (แฮเรียต บีชเชอร์ สโตว์) ที่กล่าวหาว่านายทาสกระทำทารุณต่อทาสและครอบครัวอย่างน่ารันทด

การประลองกำลังทางภูมิปัญญาระหว่างเหนือกับใต้ ในระยะการก่อรูปของความขัดแย้งระหว่างสองภาคจึงนำไปสู่การสร้างทฤษฎีใหม่เรียกว่า “ลัทธิประจักษ์นิยมของระบบทาส” (Slavery in the Abstract) ที่นักคิดปัญญาชนภาคใต้เก่าพากันออกมาปกป้องและสดุดีระบบทาส ในที่นี้ ทาสไม่ใช่เรื่องของสีผิวหรือเชื้อชาติ หากแต่เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ว่าทุกหนทุกแห่งในอดีตถึงปัจจุบัน

การใช้แรงงานที่ไม่เสรีนั้นเป็นรูปแบบหลักและทั่วไป ไม่ใช่เรื่องประหลาดหรือผิดศีลธรรมอะไร

มีแต่ในยุคแสงสว่างทางปัญญาในยุโรปเท่านั้นที่พวกนักคิดนักปรัชญาเริ่มหาเรื่องโจมตีแรงงานทาสว่าผิดศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมือง


ความคิดของภาคใต้เก่าจึงมองว่า พวกเขาคือคนที่ยึดมั่นในศีลธรรม ความก้าวหน้า และป้องกันความก้าวหน้าของมนุษยชาติให้รอดพ้นจากหายนะ อันเกิดจากปรัชญาแสงสว่างและการปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศสที่นำความปั่นป่วนและแตกระส่ำระสายมาสู่สังคม

พวกเขายอมรับความคิดว่า เสรีภาพนำมาซึ่งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และทางจริยธรรม เพียงแต่ต้องอยู่ใต้การดูแลของผู้ใหญ่

ความเคลื่อนไหวและความคิดเชิงอนุรักษนิยมของพวกเขามุ่งในการต่อต้านการขยายตัวของความคิดรุนแรงที่มากับระบบทุนนิยม เช่น การประท้วงของกรรมกร การต่อต้านรัฐบาล และการปลดปล่อยปัจเจกชนให้เป็นเสรี

ทั้งหมดนี้ความคิดภาคใต้เก่ามองว่า คือการทำลายระเบียบสังคมและสมานฉันท์ภายใต้การอุปถัมภ์ดูแลของผู้ปกครองที่ทำทุกอย่างตามคำสอนของพระเจ้า


เขียนมายืดยาวเพื่อจะบอกว่า ผมกำลังมองหาว่า “ความคิด” ของโดนัลด์ ทรัมป์ และขบวนการสร้างอเมริกาให้ยิ่งใหญ่อีกนั้นคืออะไร อยู่ที่ไหน ใครเป็นปัญญาชนนักคิดสำคัญของมาก้า

กระทั่งวันนี้ผมยังหาไม่เจอ ที่ผมเทียบเคียงความคิดทรัมป์กับภาคใต้เก่า เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่า มี “ร่องรอย” ของสองขบวนการนี้ที่ใกล้เคียงกันมาก

กล่าวคือ ลัทธิทรัมป์มุ่งโจมตีปราการและรากฐานหลักของแนวความคิดประชาธิปไตยเสรีนิยมอย่างรุนแรง และเอาจริงเอาจังมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เช่น การถล่มวิพากษ์วิจารณ์แล้วตัดงบและออกกฎเพื่อควบคุมการเรียนการสอนและวิจัยของมหาวิทยาลัย “ไอวี่ลีก” อย่างไม่อาจคาดคิดได้

ยกเลิกหน่วยงานองค์กรที่ทำงานด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน

ยกเลิกและห้ามการเรียนและทำกิจกรรมด้าน Diversity Equity Inclusive-DEI คือความหลากหลาย เท่าเทียมและร่วมกันของคนหลากหลายลงไป

ควบคุมการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่แสดงออกอย่างเสรีและเปิดกว้าง

นำกำลังทหารลงไปควบคุมพฤติกรรมชาวบ้านในรัฐที่เป็นเสรีนิยมและเชื่อพรรคเดโมแครต จนถึงใช้กำลังทหารและกลยุทธ์แบบ “นายทาส” ในการจัดการกับปัญหาระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าโดนัลด์ ทรัมป์ หวาดกลัวและเกลียดลัทธิเสรีนิยมยิ่งกว่าลัทธิและหัวหน้าคอมมิวนิสต์เช่นประธานาธิบดีปูตินและสี จิ้นผิง เสียอีก

มองอย่างประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เหมือนกับว่าลัทธิทรัมป์กำลังแก้แค้นเหตุการณ์และผลในประวัติศาสตร์ยุคสงครามกลางเมืองที่ภาคใต้เก่าพ่ายแพ้ และ “ความคิดภาคใต้” และอดีตอันรุ่งโรจน์ของชนชั้นและ “อารยธรรมภาคใต้” ที่เป็นระบบทาสถูกทำให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์และความทรงจำของคนอเมริกัน ไม่ต้องพูดถึงคนนอกประเทศอเมริกาทั้งโลกซึ่งยิ่งไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางในประวัติศาสตร์อันเป็นโศกนาฏกรรมนี้แต่อย่างใด

ทุกวันนี้ ทุกคนต่างถามกันจ้าละหวั่นว่า ระบอบทรัมป์และรัฐบาลนี้คิดอะไร และจะทำอะไร เพื่ออะไร แต่ก็ยังไม่มีใครตอบได้อย่างมั่นใจว่าทรัมป์ทำเพื่ออะไร



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน