Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
CES ชี้เทรนด์เด่นปี 2026
งาน Consumer Electronics Show หรือ CES ที่จัดขึ้นต้นเดือนมกราคมของทุกปี เป็นงานเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง ด้วยความที่เป็นงานแรกเพราะจัดขึ้นแทบจะทันทีหลังปีใหม่ นี่จึงเป็นงานที่เราสามารถใช้เพื่อส่องเทรนด์เทคโนโลยีประจำปีนั้นๆ ได้
เดาไม่ยากว่า AI ก็จะยังคงเกาะติดอันดับของเทรนด์เทคโนโลยีที่จะยังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในปี 2026 นี้ แต่แทนที่จะเป็น AI ในรูปแบบของแชตบอตเหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา ปีนี้ดูเหมือนกับว่าความสนใจจะเริ่มเทไปทางสิ่งที่เรียกว่า physical AI หรือ AI ที่มาพร้อมกายหยาบให้จับต้องได้
Physical AI นับว่าเป็น buzzword หรือคำฮิตคำใหม่ประจำปีนี้ บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งที่ไปร่วมจัดแสดงในงานต่างก็พร้อมใจกันขายคำว่า physical AI ในรูปแบบต่างๆ แต่ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดในการทำให้ AI มีรูปมีร่างที่จับต้องได้ ฉลาดกว่าเดิม และใช้งานได้จริงมากกว่าเดิม
อะไรบ้างที่เข้าข่ายเป็น physical AI
ที่เราคุ้นเคยและได้ยินกันบ่อยก็อย่างเช่น รถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งจะเก่งขึ้นและรับมือการขับขี่บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยปัจจัยหลากหลายได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนขับที่เป็นมนุษย์
หุ่นยนต์ในโรงงานที่สามารถจัดการ ระบุ และแก้ไขปัญหาในสายพานการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หุ่นยนต์ลูกสุนัขที่ทำหน้าที่ช่วยปลอบประโลมเราเวลาเราเศร้าใจ หุ่นยนต์ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้คนในบ้าน ไปจนถึงหุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ช่วยชงเครื่องดื่ม
บนเวทีคีย์โน้ตของ Nvidia คุณ Jensen Huang คาดการณ์ว่า ต่อไป AI จะใช้งานได้ง่ายขึ้นมากจนใครๆ ก็สามารถใช้โปรแกรมตั้งค่าหุ่นยนต์ให้มาช่วยทำงานหรือช่วยดูแลงานในบ้านเองได้
ซึ่ง Nvidia เองก็เป็นบริษัทแรกๆ ที่พูดถึงเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว และตอนนี้บริษัทอื่นๆ ก็เริ่มส่งเสียงตอบรับไปในทางเดียวกัน
ดังนั้น จึงน่าสนใจที่จะติดตามกันว่า หลังจากนี้ physical AI แบบไหนจะเริ่มมีบทบาทกับชีวิตเรามากที่สุด
เทรนด์โทรศัพท์พับได้ก็ยังคงเป็นที่พูดถึงในงาน CES แม้จะไม่ใช่ของใหม่เอี่ยมเพราะหลายแบรนด์วางขายโทรศัพท์พับได้ไปแล้วหลายรุ่น
แต่ปีนี้มีข่าวลือว่า Apple อาจจะขอเข้ามาร่วมแข่งขันในตลาดโทรศัพท์พับได้ด้วย และเราอาจจะได้เห็น iPhone ในเวอร์ชั่นพับได้เร็วๆ นี้
ในงาน CES ปีนี้ก็มีการเปิดตัวโทรศัพท์พับได้รุ่นใหม่ 2 รุ่น คือ Razr Fold จาก Motorola ที่ดูเหมือนโทรศัพท์ทั่วไปแต่เปิดกางออกมาได้เหมือนหนังสือ กับ Samsung Galaxy Z TriFold ที่กางออกได้สามทบแบบเดียวกับใบโบรชัวร์ ออกมาเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว
ยังไม่แน่ชัดว่า Apple จะเปิดตัว iPhone พับได้จริงหรือไม่ แต่ถ้าเป็นไปตามข่าวลือจริงๆ โทรศัพท์แบบพับได้ก็จะแมสขึ้น
และการแข่งขันจะน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นแน่นอน
สําหรับอุปกรณ์สมาร์ตโฮมที่ได้รับความสนใจในปีนี้คือ สมาร์ตโฮมที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ของการใช้งานได้จริง ใช้ง่าย ไม่ต้องติดตั้งหรือตั้งค่าให้ยุ่งยาก
อุปกรณ์สมาร์ตโฮมนับเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้คนต้องหัวเสียกันมาแล้วหลายบ้าน เพราะมีรายละเอียดในการใช้งานหรือติดตั้งให้เป็นระบบที่ค่อนข้างซับซ้อน หลายๆ อย่างต้องมีพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมจึงจะสามารถทำได้
ดังนั้น จุดขายของอุปกรณ์สมาร์ตโฮมในปีนี้คือจะต้องติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย อย่างของที่นำไปจัดแสดงใน CES เช่น สมาร์ตล็อกที่ไม่ต้องชาร์จเลยเพราะมันสามารถชาร์จตัวเองได้แบบไร้สาย โดยตัวล็อกจะมาพร้อมตัวรับสัญญาณที่แผงด้านใน เมื่อเรานำตัวส่งสัญญาณไปเสียบไว้ในระยะไม่เกิน 13 ฟุตจากตัวล็อก มันจะสามารถชาร์จไร้สายเองได้โดยเราไม่ต้องถอดมาเสียบชาร์จ หรือไม่ต้องคอยเปลี่ยนถ่านอยู่เรื่อยๆ
หรือเซ็นเซอร์ Ring ที่ข้ามความยุ่งยากน่ารำคาญของการติดตั้งไปเลย เพราะไม่ต้องเชื่อมต่อเข้ากับฮับหรือเราเตอร์ Wi-Fi อะไรทั้งนั้น
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock Saros ที่งอกขาออกมาได้เอง ทำให้มันสามารถขึ้น-ลงบันได ข้ามสิ่งกีดขวาง หรือแม้กระทั่งหยิบวัตถุที่เกะกะออกได้ ทำให้การดูดฝุ่นเป็นไปอย่างราบรื่นโดยเราไม่ต้องเสียเวลามาสั่งการเพิ่มเติม
Smart Blinds มู่ลี่อัจฉริยะจาก Lutron ที่รู้เองได้ว่าช่วงเวลาไหนแสงจะส่องมาแยงตาคนในบ้าน หรือช่วงเวลาไหนควรเปิดรับแสงธรรมชาติให้เข้าบ้านมากที่สุด แล้วปรับองศาของมู่ลี่ให้โดยอัตโนมัติราวกับมีผู้ช่วยในบ้านที่รู้ใจมาอาศัยอยู่ด้วยกัน
หรือ Vivoo Smart Toilet โถสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์ปัสสาวะของเราเพื่อดูว่าสุขภาพหรือระดับน้ำในร่างกายเราโอเคหรือเปล่า เราไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เดินไปฉี่เฉยๆ เหมือนที่ทำตามปกติทุกวัน
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเทคโนโลยีสมาร์ตโฮมในคอนเซ็ปต์ที่กลมกลืนเข้ากับชีวิตเราได้ทันที ดึงความยุ่งยากออกจากกระบวนการ เหลือแค่การใช้งานตามธรรมชาติเท่านั้น
การผลักขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงในงาน CES เทคโนโลยีอย่าง Exoskeletons ที่เราสวมใส่ไว้บนร่างกาย ช่วยให้เรามีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ดีขึ้น หรือมีพละกำลังมากขึ้น
จะเห็นได้ว่า เทรนด์ Biohacking หรือความพยายามในการพัฒนาสุขภาพและยืดอายุขัยให้ยาวขึ้นผ่านการปรับปรุงรูปแบบการนอน การกิน หรือการออกกำลังกาย เป็นเทรนด์ที่มาแรงในช่วงปีที่ผ่านมาและมักจะนำโดยมหาเศรษฐีโดยเฉพาะในแวดวงเทคโนโลยี
มหาเศรษฐีที่กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ของเทรนด์นี้ไปแล้วก็คือ Bryan Johnson ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการ Biohacking ของเขาผ่านสารคดี Don’t Die บน Netflix
เทรนด์อื่นๆ จากในงานยังมีโทรทัศน์จอ RGB LED ที่ให้ภาพที่สีสันแจ่มชัดและน่าจะกลายเป็นมาตรฐานการเลือกซื้อจอโทรทัศน์ในอนาคต
Wi-Fi 8 ที่ลดความหน่วงลง เพิ่มประสิทธิผลระหว่างดีไวซ์ที่ดีขึ้น ชิพคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทรงพลังที่แต่ละค่ายแข่งขันกันหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้ เป็นเทรนด์ที่น่าจับตามองจากงาน CES เทรนด์ไหนจะแรง เทรนด์ไหนจะแผ่วก็รอดูกันได้ตลอดปี 2026 นี้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
