เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
ผู้สังเกตได้กล่าวเอาไว้ และชี้ให้เห็นถึงความเป็นสนิม ว่ามันไม่ใช่สิ่งอื่นใดที่มาจากแดนไกล หากแต่การมีอยู่ของสนิม ได้แฝงอยู่แล้วแต่เนื้อในของการเป็นเหล็ก
นั่นไง! “พวกมันรอคอยในแบบไร้ตัวตน” จนเมื่อเวลานำพาโอกาสอันเหมาะสมตามปัจจัยธรรมชาติ อย่างออกซิเจนและความชื้น และขาดไม่ได้ในบางกรณี กับส่วนผสมของการปล่อยวางของใครบางคน ขั้นตอนง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน สนิมก็จะเผยให้เห็นเป็นประจักษ์
บางแห่งหนและบางชิ้นอันของความเป็นเหล็กในนามข้าวของเครื่องใช้ หากจะยังใช้งานอยู่สิ่งนั้นสิ่งนี้อาจคงไว้ ให้ดูแล คุมกำเนิดสนิมไม่ให้เกิดขึ้นเกาะกุมเกินเลย
ส่วนอีกด้านไปตามจริง ยังมีอยู่เสมอกับ “สิ่งนั้นสิ่งนี้ถูกทิ้งให้ร้าง กลายเป็นสิ่งของที่ถูกบอกลา” หรือไม่ก็จะยังถูกรักษาไว้อยู่ด้วยการปล่อยปละละเลย เช่นนี้แล้วสนิมย่อมเกาะกิน กลับกลายเหล็กกล้าให้อ่อนยุ่ยได้ไปตามเส้นทางกลับบ้านเก่า เยี่ยงเถ้าธุลีดิน
สนิมอาจเป็นตัวปัญหาในบางที่ และอาจเป็นสิ่งสวยงามในบางถิ่น แผ่นเหล็กสนิมขึ้น มีร่องรอย มีสีสันในแบบตัวเอง มีคนนิยมชมชอบธรรมชาติผ่านร่องรอยของสนิม ด้วยรู้สึกถึง “ริ้วรอยของเวลา” และด้วยจินตนาการอันล้ำเลิศอย่างไม่ต้องสงสัย
ยังมีใครอีกไม่น้อย ที่จะยังมองสนิมเป็นสิ่งสวยงาม แม้สิ่งที่เขาและเธอเห็น จะหาใช่ดอกไม้สีสดจรรโลงใจจากสวนสวย ทว่า สิ่งที่กำลังงอกเงยเผยอยู่ในความรู้สึกของเขาและเธอ กลับชวนให้เห็นงามได้อย่างประหลาด
อยู่บนแผ่นเหล็กเก่าสนิมขึ้นไม่รู้ร้อนรู้หนาว อยู่ข้างกลุ่มกองของสิ่งที่ถูกทิ้ง

ความงามตกสำรวจ สีสันของการแปรเปลี่ยน สนิมอาจมีมากกว่าสีเดียวตลอดสาย ด้วยกาลอันแปรเปลี่ยน มันเปลี่ยนแปลงสีได้ไปตามระยะของกระบวนการ ผ่านสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกมันเกิดมา มันเป็นสีหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปเป็นอีกสีหนึ่ง
ความสดใหม่ของสนิมเมื่อเริ่มแรกการผุพัง สีของมันจะออกไปทางส้มสด ทิ้งไว้ให้ลืมอีกสักระยะ จะเห็นได้ด้วยตาของตัวเองว่ามันจะมีสีแดงอิฐ
และหากจะปล่อยทิ้ง ด้วยอาการนิ่งดูดาย สนิมของเหล็กจะเปลี่ยนสีไปเป็นน้ำตาลค่อนไหม้และจะจบการเปลี่ยนสีสันแห่งการรุกคืบ ไปเป็นสนิมสีดำเก่าคร่ำคร่าผุผุย
เพื่อเป็นการไปต่อจึงขอละเรื่องราวของสนิมเนื้อเหล็ก หันมาแลสนิมของความรู้สึก สนิมเนื้อในที่มักแอบเข้ามาเกาะกุมหัวใจอันอ่อนละโหย ท่ามกลางสภาพแวดล้อม และบรรยากาศของชีวิตที่จะยังอยู่รู้ร้อนรู้หนาว ความฉ่ำชื้นของน้ำตาแห่งความปีติและไม่ปีติ
ในวันเวลาที่สนิมเข้ามาเกาะกุมใจเข้าให้แล้ว จะด้วยลืมขัดเกลา หรือละทิ้งใจให้อยู่ร่วมกับความละเหี่ย เช่นนี้แล้วคงต้องดูสนิมเนื้อในกันให้ชัดๆ ผ่านแว่นขยายอันละอียดของความรู้สึกนึกคิด ว่าเราและเราเห็นสนิมด้วยอาการเช่นไร
หากไม่ปลื้มสนิมใจเลยสักนิด สนิมที่กัดกินหัวใจให้ทรมานตน เช่นนี้แล้วย่อมเอาไงเอากัน ควรแล้วจะขัดล้างสนิมออกเสียให้สิ้น
หากแต่อีกสนิม หรือสนิมของใครบางคน จะยังเห็น “สนิมในหัวใจเป็นริ้วรอยของศิลปะ เป็นร่องรอยของหัวใจที่ผ่านกาล” และด้วยยังคงหาอยู่หากิน ยุ่งอยู่กับเรื่องราวของชีวิต จำเป็นเสมอที่จะยังสนิทสนิมอยู่นั่นเอง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
