bg-single

การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วม มหาเอเชียบูรพา (จบ)

05.02.2026

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วม

มหาเอเชียบูรพา (จบ)

ญี่ปุ่นในฐานะผู้ปลดปล่อยเอเชีย

การประชุมนานาชาติวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพาที่โตเกียวเมื่อ 5-6 พฤศจิกายน 2486 เพื่อปรึกษาหารือการทำสงครามด้านเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกับชาติพันธมิตรของญี่ปุ่นให้บรรลุและเพื่อสร้างระเบียบขึ้นในเอเชียตะวันออก

ญี่ปุ่นใช้การประชุมครั้งนั้นเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมในการทำสงคราม โดยพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็นผู้รุกรานมาเป็น “ผู้ปลดปล่อย” ประเทศในเอเชียจากอิทธิพลของเจ้าอาณานิคมตะวันตก เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในยามที่สถานการณ์สงครามของฝ่ายอักษะเริ่มเสียเปรียบ โตโจได้กล่าวต้อนรับพวกเขาด้วยสุนทรพจน์ยกย่อง “แก่นสารทางจิตวิญญาณ” ของเอเชียแทนที่จะเป็น “อารยธรรมวัตถุนิยม” ของตะวันตก

โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา 2486 เครดิตภาพ : History-CPA Media Pte Ltd/Alamy

ปฏิญญาร่วมวงศ์ไพบูลย์มหาเอเชียบูรพา

ในที่สุด การประชุมวันที่สอง (6 พฤศจิกายน) ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ประกาศปฏิญญาร่วมวงศ์ไพบูลย์มหาเอเชียบูรพา (Joint Declaration) ความว่า “นับแต่เริ่มแรก ประเทศต่างๆ ในโลกดำรงอยู่ได้โดยการพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันในการนำมาซึ่งความสุขความเจริญของชาติ สิ่งนี้เป็นหัวใจหลักของการสร้างสันติภาพของโลก แต่สหรัฐอเมริกาและประเทศจักรภพอังกฤษได้ทำการบีบคั้นประเทศต่างๆ และประชาชนชาติอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อมหาเอเชียบูรพาเพื่อความมั่งคั่งของตนเอง สหรัฐอเมริกาและประเทศจักรภพอังกฤษเข้ามากอบโกยผลประโยชน์โดยใช้เล่ห์กลทำให้มหาเอเชียบูรพาตกเป็นทาส ในที่สุดได้ทำลายเสถียรภาพของมหาเอเชียบูรพาอย่างที่สุด นี่คือสาเหตุของสงครามครั้งนี้

ประเทศต่างๆ ของมหาเอเชียบูรพาจะร่วมมือกันในการทำสงครามจนกว่าจะเสร็จสิ้นและทำการปลดแอกของสหรัฐเมริกาและอังกฤษออกจากมหาเอเชียบูรพาเพื่อนำมาซึ่งความอยู่รอดปลอดภัยของตนเอง…” (นากามูระ, 2546, 112-113)

ที่ประชุมร่วมกันประกาศว่า ประเทศต่างๆ ของมหาเอเชียบูรพาจะร่วมมือกันในการทำสงครามจนกว่าจะเสร็จสิ้น และจะปลดแอกของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษออกจากชาติในมหาเอเชียบูรพาเพื่อนำมาซึ่งความอยู่รอดปลอดภัยของตนเอง โดยแผนการที่จะใช้เป็นหลักในการสร้างมหาเอเชียบูรพาและสันติภาพของโลกมีดังนี้

ผู้นำและตัวแทนจาก 6 ชาติร่วมประชุมที่โตเกียว 2486

1.โดยความร่วมมือแก่กันและกัน บรรดาประเทศในมหาเอเชียบูรพาจะจัดประกันเสถียรภาพแห่งภูมิภาคของตน และจะจัดสร้างระเบียบความไพบูลย์และความสุขสวัสดีร่วมกันตามมูลฐานแห่งความยุติธรรม

2. บรรดาประเทศในมหาเอเชียบูรพาจะจัดประกันภราดรภาพแห่งนานาชาติในภูมิภาคของตน โดยเคารพในอธิปไตยและเอกราชของกันและกัน และอำนวยความช่วยเหลือและมิตรภาพแก่กันและกัน

3. โดยเคารพประเพณีนิยมของกันและกันและคลี่คลายกำลังความสามารถในการสร้างสรรค์ของแต่ละเชื้อชาติ บรรดาประเทศในมหาเอเชียบูรพาจะจรรโลงในวัฒนธรรมและอารยธรรมของมหาเอเชียบูรพา

4. บรรดาประเทศในมหาเอเชียบูรพาจะเพียรพยายามเร่งการคลี่คลายทางเศรษฐกิจของตน โดยร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดตามมูลฐานแห่งการถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกันและส่งเสริมความไพบูลย์ทั่วไปแห่งภูมิภาคของตนด้วยประการนี้

5. บรรดาประเทศในมหาเอเชียบูรพาจะเจริญสัมพันธไมตรีต่อบรรดาประเทศทั้งปวงในโลกและดำเนินการเพื่อให้เลิกการเลือกปฏิบัติระหว่างเชื้อชาติ เพื่อส่งเสริมการติดต่อกันทางวัฒนธรรมและเพื่อให้เปิดขุมทรัพยากรทั่วโลกและมีส่วนช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติด้วยประการนี้ (นากามูระ, 2546, 112-113)

Pan-Asianism

หากวิเคราะห์แล้ว การประชุมมหาเอเชียบูรพามีหมายความในเชิงโฆษณาถึงความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นในลัทธิรวมกลุ่มเอเชีย (Pan-Asianism) ที่เน้นบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะ “ผู้ปลดปล่อย” ชาติในเอเชียจากลัทธิอาณานิคมของชาติตะวันตกและเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในภูมิภาคภายใต้การนำของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม การประชุมไม่ได้หารือประเด็นสำคัญที่เป็นรูปธรรมมากนัก มีแต่เพียงการออกปฏิญญาร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา (Greater East Asia Joint Declaration) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อความเจริญรุ่งเรือง, การเคารพอธิปไตย และการยกเลิกการแบ่งแยกเชื้อชาติ

การประชุมนี้มีความสำคัญหลักๆ ในด้านการโฆษณาชวนเชื่อถึงความพยายามของญี่ปุ่นที่จะสร้างภาพลักษณ์ว่า สงครามมหาเอเชียบูรพาเป็นสงครามเพื่อปลดปล่อยเอเชียและเพื่อความชอบธรรมในการนำเอเชียต่อต้านชาติตะวันตก การสร้างความเป็นปึกแผ่น แม้จะเป็นการรวมตัวกันภายใต้เงาของอำนาจญี่ปุ่น แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวของผู้นำเอเชียที่ไม่ใช่ตะวันตก

การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพาบนหน้าหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น

สิ่งพิมพ์โฆษณาชวนเชื่อ

ในฝั่งญี่ปุ่นมีการจัดทำหนังสือเผยแพร่การประชุมแก่ชาวญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้ ภาพที่ปรากฏในหนังสือจากซ้ายไปขวาเป็นภาพเล่าเรื่องถึงมาลายาภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น ประเทศไทยภายใต้จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ดินแดนสหรัฐไทยเดิมและสี่รัฐมาลัยเพิ่ม สาธารณรัฐจีนภายใต้วัง จิงเว่ย ที่เป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น

ภาพด้านล่าง จากซ้ายไปขวาเป็นภาพสุภาส จันทร โพส สามารถก่อตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลอินเดียเสรีระดมกำลังต่อต้านอังกฤษ พม่าได้รับเอกราชภายใต้บามอ การประกาศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ที่สอง และประชาชนแมนจูกัวโบกธงแสดงความยินดี

จากหนังสือ “The Greater East Asia Co-Prosperity Sphere : When Total Empire Met Total War” (2019) โดย Jeremy A. Yellen เป็นงานศึกษาใหม่ที่ท้าทายความเข้าใจแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับ “วงศ์ไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา” สาระสำคัญและข้อโต้แย้งหลักของหนังสือเล่มนี้สามารถสรุปได้ดังนี้

วงศ์ไพบูลย์ร่วมฯ ไม่ใช่แค่คำโฆษณาชวนเชื่อหรือฉากบังหน้าเพื่ออำพรางการล่าอาณานิคมของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่มันคือโครงการข้ามชาติที่มีการแข่งขันและการต่อรองที่มีความหมายผันแปรไปตามกาลเวลาและตามมุมมองของผู้ที่เกี่ยวข้อง และภายใต้วงศ์ไพบูลย์ร่วมฯ นี้มีสองสงครามเกิดขึ้นซ้อนกัน คือ1. สงครามจักรวรรดิซึ่งเป็นความพยายามของญี่ปุ่นในการสร้างรูปแบบจักรวรรดิแบบใหม่และจัดระเบียบภูมิภาคเอเชียใหม่ และ 2. สงครามต่อต้านอาณานิคมที่เป็นการต่อสู้ทางการเมืองของชนชั้นนำชาตินิยมในอาณานิคมเพื่อแสวงหาความเป็นอิสระของตนเอง

การปราศรัยของตัวแทน 6 ชาติพันธมิตรท่ามกลางฝูงชนหน้ารัฐสภา 7 พฤศจิกายน 2486

อย่างไรก็ตาม แนวคิดของวงศ์ไพบูลย์ร่วมฯ มีความเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของสงคราม จากช่วงเริ่มต้นของสงครามมันเป็นยุทธศาสตร์ของลัทธิรวมกลุ่มเอเชีย (Pan-Asianism) และเน้นการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ โดยย้ำถึงความเป็นผู้นำของญี่ปุ่น

ต่อมาเมื่อสงครามพลิกผัน กองทัพญี่ปุ่นประสบความพ่ายแพ้ แนวคิดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ (Cooperative Internationalism) มากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการทูตเชิงสัญลักษณ์ที่แสดงการต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อจากฝ่ายสัมพันธมิตร และเป็นการสะท้อนความสามัคคีในเอเชีย ทั้งนี้ การประชุมมหาเอเชียบูรพาในเดือนพฤศจิกายน 2486 จึงเป็นจุดสูงสุดของการปรับเปลี่ยนนี้

ทั้งนี้ หนังสือเล่มนี้ให้ความสนใจกับบทบาทของผู้นำในอาณานิคม โดยเน้นไปยังบามอ (Ba Maw) แห่งพม่า และโฮเซ เป. ลอเรล (Jos? P. Laurel) แห่งฟิลิปปินส์ ในฐานะพวกเขาเป็นผู้นำรักชาติที่แสวงหาความร่วมมือจากมหาอำนาจ (Patriotic Collaborators) ผู้นำเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงหุ่นเชิดของญี่ปุ่นแต่เป็นผู้เล่นที่มีความชำนาญในการเจรจาต่อรอง พวกเขาใช้ประโยชน์จากความต้องการของญี่ปุ่นในการสร้างพันธมิตรเพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้รับบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาต้องการ เช่น เอกราช แม้จะเป็น “เอกราชลวง” (Sham Independence) ก็ตามแต่ก็ทำให้พวกเขามีโอกาสในการสร้างรัฐใหม่ (State-building) ขึ้นตามความต้องการของพวกเขา แม้จะอยู่ภายใต้การครอบงำของญี่ปุ่นก็ตาม

ดังนั้น การตีความใหม่ต่อชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นพวกเขามิใช่เพียงหุ่นกระบอกที่ขับเคลื่อนไปตามความต้องการของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่การกระทำของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการต่อรองและฉวยโอกาสของชนชั้นนำท้องถิ่น (agency) ในการกำหนดอนาคตทางการเมืองของชาติตนเองในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งใหญ่ในโครงสร้างอำนาจ (structure) ของเอเชียในช่วงเวลานั้นด้วยเช่นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน