E-DUANG
การเสนอแนวทาง ”ไม่เลือกเรา เขามาแน่” และต้องเลือกพรรคและคนที่”รักชาติ”มาจากพรรคภูมิใจไทย มาจากระดับรัฐมนตรี ข้อเสนอจึงมีความหมาย
ทั้งในด้าน”รัฐบาล” ทั้งในด้าน”พรรคการเมือง”
เพียงเนื้อหาที่มีการแยก”เรา”แยก”เขา”ก็รู้อยู่แล้วว่าเป้าประ สงค์อยู่ที่ใด
ยิ่งระบุ”รักชาติ” กับ”ไม่รักชาติ”ขึ้น ยิ่งชัดเจน
ความหมายเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก พรรคภูมิใจไทยคือพรรคที่รักชาติ คนของพรรคภูมิใจไทยคือคนที่รักชาติ
พรรคอื่น ฝ่ายอื่น ไม่รักชาติ ไม่ใช่พวกเรา
ความหมายอันเสนอเข้ามาโดยคนของรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทยจึงมีลักษณะท้าทาย
ท้าทายต่อ”ความหมาย” ท้าทายต่อ”นิยาม”
เมื่อระบุในเรื่องของ”ชาติ”นำไปสู่คำถามถึงความหมายและความ เข้าใจในเรื่องชาติ ความเป็นชาติ
ความหมายนี้เน้นในเรื่อง”ความรัก”
นิยามหนึ่งแห่งความเป็นชาติคือการมีพื้นที่ มีอาณาเขตแต่ที่สำคัญเป็นอย่างมากย่อมหมายถึง”คน”
พลันที่มี”คน”เข้ามาก็มากด้วยความซับซ้อน
ไม่เพียงคนในเชิงปัจเจก หากแต่เป็นคนอย่างเป็นองค์รวม คนอย่างที่เรียกว่าพลเมือง ราษฎร
คนปกครอง คนถูกปกครอง คนในเมือง คนชนบท
ไม่เพียงแต่ท้าทายต่อนิยาม การให้ความหมาย หากแต่ท้าทายต่อความนิยมชมชอบ
ในเรื่อง”เรา”ในเรื่อง”เขา”
กล่าวในด้านการเลือกตั้ง ข้อกำหนด”เรา” การแยกจำแนกในความเป็น”เขา”อาจไม่ยุ่งยาก
แต่การตีตรา”รักชาติ” และ”ไม่รักชาติ” ก็ละเอียดอ่อน
ในเมื่อคนเสนอคนหนึ่งมองจากพื้นฐานแห่งกทม. อีกคนหนึ่งมองจากพื้นฐานของภาคใต้
ถามว่าความเข้าใจของคนแยกจำแนกด้วยหรือไม่
คำตอบมิได้อยู่ที่การตัดสินใจในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หากที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ข้อเสนอก่อให้เกิดลักษณะขยายในทางเนื้อหาและความคิด
ดำเนินไปในลักษณะ”ทั่วไป” ครอบคลุม”ทั้งประเทศ”
จึงน่าสงสัยอย่างยิ่งว่าเป็นข้อเสนอในทาง”ส่วนตัว” หรือดำเนินไปในลักษณะอันเป็น”มติพรรค”
แน่ใจได้เพียงใดว่าจะเป็น”บวก”มากกว่าเป็น”ลบ”
มองในด้านของพรรคการเมือง มองในด้านประสบการณ์และความจัดเจนในทางการเมือง
น่าสงสัยในลักษณะอันเรียกว่า”พรรคภาพ”
น่าสงสัยในความเป็นจริงของการกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยว่ามีอยู่หรือไม่
หากเป็นเรื่องในทาง”ส่วนตัว” แบบของใครของมัน
นี่ย่อมเป็นภาพสะท้อนแห่งความหวาดกลัวและหวั่นไหวและเป็นอาการของการจนตรอก
เมื่อประสบการรุกและต้องถดถอยทางการเมือง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
