E-DUANG
ยิ่งใกล้ถึงวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ยิ่งใกล้ถึง”วันหมาหอน”วิทยา
ยุทธ์ทั้งหลายยิ่งปรากฏ
และในที่สุดก็ถึงวาระแห่ง”วิชาก้นหีบ”ในทาง”การเมือง”
จึงได้ยินเสียงเปล่งประกาศ”ไม่เลือกเรา เขามาแน่” จึงได้ยินเสียงเสนอต้อง”เลือกพรรคที่รักชาติ” ต้องปฏิเสธ”พรรคที่ไม่รักชาติ”
จึงได้ยินคำถาม”ทหารมีไว้ทำไม”ในเชิงคาดคั้น
จึงได้ยินคำยืนยันแม้ในเรื่องที่”ศาลรัฐธรรมนูญ”เคยวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองบางพรรค และห้ามมิให้เป็นนโยบายในการหาเสียงสร้างคะแนนนิยม
จึงได้ยินการปล่อยข่าวในเรื่อง”ถึงได้ชัยชนะ ก็ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้”
จึงได้ยินข่าวกระทั่งอาจ”ไม่มีการเลือกตั้ง”
ใครเป็นคนปล่อยข่าวในเรื่อง อาจไม่มีการเลือกตั้ง ใครเป็นคนปล่อยข่าวในเรื่อง หากพรรคการเมืองนั้นได้รับคะแนนและความนิยมอย่างท่วมท้น
ถึงได้ชัยชนะ แต่ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
บางส่วนเห็นว่าน่าจะสกัดตั้งแต่ต้นมือด้วยการไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง
บางส่วนเห็นว่าจัดการได้หลังเลือกตั้ง
เหมือนที่เคยมี”บัตรเขย่ง” หรือจำเป็นก็อาจงัดคดีความมาตัดสิทธิทางการเมืองให้บางส่วนต้องพ้นจากตำแหน่ง
ในที่สุด ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
เหตุการณ์จะเป็นเหมือนภายหลังการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566
หรือหาก”ขวาง”ไม่สำเร็จก็ต้อง”รัฐประหาร”
หากติดตามแต่ละอาการ แต่ละจังหวะก้าวของการเคลื่อนไหวตั้งแต่ออกมาตีปลาหน้าไซ
ถามว่าใคร พรรคการเมืองใด รับ”บท”
คำตอบจะสัมผัสได้ตลอดสองรายทาง ล้วนมาจากคนหน้าเดิม คนที่มากด้วยประสบการณ์
อาบน้ำร้อนมาก่อน คร่ำหวอดยิ่งในทางการเมือง
พิสูจน์ให้เห็นว่า การต่อสู้ทางการเมืองในยุคหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 อันต่อเนื่องจากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
มิได้เป็นเรื่องของสามก๊ก สามกลุ่มทางการเมือง
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า เป็นเรื่องของ 2 ขั้ว ระหว่างขั้วการเมืองแบบเดิม การเมืองที่เคยร่วมกันตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
กล่าวอย่างถึงที่สุด คือ ต่อสู้ระหว่าง”อดีต” กับ”อนาคต”
ที่เรียกว่า”วิชาก้นหีบ”จึงมิได้เป็นวิทยายุทธ์”ใหม่”หากแต่สะท้อน บทสรุปเดิม ความจัดเจนเดิม
ไม่ว่าที่เรียกร้อง”ไม่เลือกเรา เขามาแน่”
ไม่ว่าที่ชูประเด็น “รักชาติ” เพื่อต่อกรกับ”ไม่รักชาติ”เข้ามาเป็นอาวุธ
ประเด็นอยู่ที่”ประชาชน”จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
