bg-single

พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากครูโรงเรียนนายร้อย สู่นักการทูต นักปฏิวัติ และอาชญากรสงคราม (1)

12.02.2026

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

พระสารสาสน์พลขันธ์

: จากครูโรงเรียนนายร้อย

สู่นักการทูต นักปฏิวัติ และอาชญากรสงคราม (1)

ชื่อของพระสารสาสน์พลขันธ์ (ลอง สุนทานนท์) กลับขึ้นมาในความรับรู้ในสังคมอีกครั้งเมื่อมีประกาศหาผู้เป็นทายาทโดยธรรมของตระกูลสุนทานนท์ บนหน้าหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2567 (prachachat.net/general/news-1554972) พระสารสาสน์ฯ เป็นใคร มีบทบาทสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์ไทย เป็นสิ่งที่เราจะสะกดรอยเขาเข้าไปในประวัติศาสตร์ไทย

Whom The Gods Deny

นายพันโท พระสารสาสน์พลขันธ์ และนายปรีดี พนมยงค์

พระสารสาสน์พลขันธ์ คือ หนึ่งในบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตทางการเมืองโลดแล่นบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาแต่มีผู้รู้จักเขาน้อยในปัจจุบัน เขา-ผู้มีภูมิหลังเป็นนายทหารและนักการทูตผู้เคยเคลื่อนไหวผลักดันให้ไทยปฏิวัติทางการเมืองทั้ง ร.ศ.130 (2455) และการปฏิวัติ 2475 เขาถูกคณะราษฎรเรียกกลับมาไทยภายหลังการปฏิวัติสำเร็จเพื่อเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐการ เขาผู้เป็นมิตรกับนายปรีดี พนมยงค์ แกนนำคนสำคัญของคณะราษฎรตั้งแต่นายปรีดีเป็นนักเรียนในฝรั่งเศส ต่อมา เขาขัดแย้งกับกลุ่มทหารหนุ่มในคณะราษฎรจนต้องลี้ภัยทางการเมืองไปยังญี่ปุ่น

ภายหลังการลี้ภัยไปญี่ปุ่น เขาเรียนจบปริญญาเอกแบบที่เน้นการวิจัยส่งดุษฎีนิพนธ์เป็นหลักหรือแบบ “รอมบุนฮาคาเสะ” (Ronbun Hakase) ในหัวข้อ Money and Banking in Japan (1940) เขาเป็นนักชาตินิยมและสังคมนิยม ผู้นิยมญี่ปุ่น เคยเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อในช่วงสงครามโลก ด้วยเขาเคยรับผิดชอบรายการวิทยุไทยที่กระจายเสียงวิพากษ์ฝ่ายสัมพันธมิตรจากโตเกียว เขาผู้ถูกญี่ปุ่นวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม ลงจากอำนาจ (2487) ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง เขาถูกจับกุมในข้อกล่าวหาเป็นอาชญากรสงครามในไทย แต่มีนายปรีดี หัวเรือใหญ่ของเสรีไทยให้การเป็นพยานช่วยเหลือเขา

ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ 2 พฤษภาคม 2567

พระสารสาสน์ฯ มีบทบาททางการเมืองในการเมืองไทยสมัยใหม่ตั้งแต่ปลายระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ระบอบประชาธิปไตย จนถึงการกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งของพวกรอยัลลิสต์ในการเมืองไทยแต่เขากลับเป็นบุคคลแปลกปลอมที่ยากแก่การจัดวางในโครงเรื่องทางประวัติศาสตร์และการอธิบายในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายนิยมประชาธิปไตยหรือฝ่ายรอยัลลิสต์ หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามที่เขียนโดยกลุ่มเสรีไทย

ดังนั้น ในหน้าประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทยจึงแทบไม่มีพื้นที่พอต่อการจดจำความไม่ลงร่องลงรอย ความไม่เข้าพวก ความเจ็บปวด ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งรวมถึงบทบาท ความคิดและงานเขียนของเขาแทบไม่ถูกนำขึ้นมาพิจารณา

ความกระจัดกระจายในการกล่าวถึงบุคคลดังกล่าว ดูราวกับว่าทุกคนอยากลืมพระสารสาสน์ฯ ไว้ข้างหลัง แต่หากพิจารณาจากบทบาทของเขาเราจะพบว่า บุคคลคนนี้มีความน่าสนใจ ที่ชีวิตของเขารวมเอาความขัดแย้ง ความน่าถกเถียง ความน่าขันเอาไว้มากมาย เช่น นักปฏิวัติในความเงียบ นักสังคมนิยมผู้พิสมัยทหารนิยม นักแอนตี้รอยัลลิสต์แต่มีลูกเขยและลูกสะใภ้เป็นพระราชวงศ์

เขาเป็นนักต่อต้าน “เผด็จการ” ไทยที่กลายมาเป็นอาชญากรสงครามที่มีหัวหน้าขบวนการเสรีไทยให้การเป็นพยานช่วยแก้คดีให้ นักญี่ปุ่นนิยมที่งานเขียนของเขาถูกฝ่ายสัมพันธมิตรหยิบมาใช้เป็นแนวทางในการทำลายไซบัทสุ ผลงานในระดับที่ยิ่งใหญ่ของเขาที่วิจารณ์ระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์ (despotism) ตีพิมพ์ในญี่ปุ่นช่วงสงคราม (2484) และถูกพิมพ์ซ้ำโดยเชื้อพระวงศ์อีกหลายครั้ง ตลอดจนการเขียนประวัติศาสตร์ไทยของเขามาก่อนกาล

นายพันโท พระสารสาสน์พลขันธ์ (ลอง สุนทรานนท์)

พระสารสาสน์ฯ ในวัยหนุ่ม และตำราเรขาคณิตครั้งเขาเป็นครูที่โรงเรียนนายร้อย

ความยาวนานของความเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขา เริ่มตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากอดีตครูโรงเรียนนายร้อยทหารบกและนักการทูตผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างน้อยสองครั้งในฐานะนักปฏิวัติทางไกล รัฐมนตรีเศรษฐการของรัฐบาลระบอบใหม่ ผู้มีความคิดสังคมนิยม ผู้เสนอโครงการเศรษฐกิจที่ถูกต่อต้านไม่น้อยกว่าโครงการเศรษฐกิจของนายปรีดี

เขาติดร่างแหทุกครั้งที่มีการพยายามโค่นล้มรัฐบาลจอมพล ป. นักเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยในต่างแดน นักเขียนนักหนังสือพิมพ์ที่เลือกใช้เสียงหัวเราะ “๕๕๕” – ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นนามปากกาในการท้าทายอำนาจรัฐ ความเคลื่อนไหวของเขาดำเนินมาถึงหลังสงครามโลก ด้วยความหลากหลายที่ขัดแย้ง ความไม่เข้าพวก ความแปลกปลอมในบทบาทของเขาสร้างความลำบากในการจัดวางเขาลงบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ ถึงกระนั้นก็ดี เรารู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขาน้อยมาก

บุคคลที่กล่าวถึงนี้ คือ พันโท พระสารสาสน์พลขันธ์ (ลอง สุนทานนท์ ; 2432-2509) เขาเติบโตมาจากครอบครัวที่ทำการค้า ต่อมาได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อจบการศึกษาได้รับราชการเป็นครูในโรงเรียนนายร้อยฯ โดยรับหน้าที่สอนวิชาเลข ประจำโรงเรียนนายร้อยทหารบกชั้นมัธยม อย่างน้อยตั้งแต่ปี พ.ศ.2452 และสอนภาษาอังกฤษด้วย ในช่วงที่เขารับราชการทหารนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยฯ เสนาธิการทหารบก และเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก โดยเขามีตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นผู้อำนวยการการศึกษา และเป็นบรรณาธิการหนังสือเสนาศึกษาของโรงเรียนนายร้อยฯ

สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อย

เขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นอาจารย์ประจำพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โอรสของผู้บังคับการโรงเรียนด้วย เคยแต่งบทละครขบขันเรื่อง “เอ๊ะ” แสดงในโรงเรียนนายร้อยฯ ด้วย ในขณะที่รับราชการที่โรงเรียนนายร้อยฯ นั้น เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นร้อยเอก (2452) เป็นนายพันตรี หลวงศัลวิธานนิเทศ (2456) เป็นนายพันโท (2459) ต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสารสาสน์พลขันธ์

สำหรับบรรดาศักดิ์พระสารสาสน์พลขันธ์ในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่นั้นมีสองคน คนแรกคือ พันเอก พระสารสาสน์พลขันธ์ (เยรีนิ-มีบทบาทในการวางรากฐานการทหารสมัยใหม่ และเคยเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษา) ได้ลาออก (2449) และคนต่อมาคือ พันโท พระสารสาสน์พลขันธ์ (ลอง สุนทานนท์) ได้รับบรรดาศักดิ์นี้แทน

เมื่อกรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยทิวงคต (2463) แล้ว เขาลาออกจากโรงเรียนนายร้อยฯ ต่อมาได้ทำงานกับบริษัทโรงไฟฟ้าสามเสน ซึ่งขึ้นกับกระทรวงนครบาล และได้โอนไปยังกระทรวงการต่างประเทศ โดยเริ่มจากตำแหน่งผู้ช่วยทูตประจำกรุงเฮก ต่อมา 2467 เป็นกงสุลสยามประจำเมืองกัลกัตตา ที่เมืองนี้เขาโชคดีถูกสลากม้าแข่งได้รางวัลมาก้อนใหญ่ ต่อมาเขาได้เป็นอุปทูตสยามประจำฝรั่งเศส สุดท้าย เขาลาออกจากกระทรวงการต่างประเทศ (2471) และที่ฝรั่งเศสนี้เอง เราเริ่มเห็นบทบาททางการเมืองและความคิดทางการเมืองของเขาในการชักชวนนักเรียนไทยให้ร่วมกันก่อการปฏิวัติในสยาม (ปรีดี พนมยงค์, 2517, 18)

บทบาทนักปฏิวัติในต่างแดน ความเคลื่อนไหวทางการเมืองและงานเขียนของพระสารสาสน์ฯ ปลุกเร้านักเรียนไทยในยุโรปและคนไทยในสยามอย่างไร ติดตามต่อในตอนหน้า

ตำราเรขาคณิต เขียนโดยพระสารสาสน์ฯ พิมพ์ครั้งที่ 3 เมื่อ 2464


เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน