สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
ชื่อเรื่องครั้งนี้ไม่ได้มีเหตุปะทะหรือเหตุร้ายใดๆ ไม่ใช่ชื่ออาวุธรุ่นใหม่ด้วย แต่คือชื่อสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งในสำนวนไทยคำว่า “ปืนนกไส้” เป็นการเปรียบเปรยถึงสิ่งของที่ดูเหมือนว่าจะใช้ดี หรือดูภายนอกดูดีมีคุณค่าน่าเชื่อถือ แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับไม่ดีจริง หรือไม่มีคุณภาพ สำนวนไทยนี้คล้ายกับปืนโบราณที่กลไกไม่ทำงาน ใช้การไม่ได้นั่นเอง
แล้วทำไมคนไทยตั้งชื่อพืชชนิดหนึ่งว่า ปืนนกไส้ ก็เพราะมาจากสำนวนไทยนี่แหละ อาจเป็นเพราะคิดว่าน่าจะเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก แต่กลับกลายมาเป็นวัชพืชที่ปราบได้ยากในภายหลัง อย่างไรก็ตาม น่าเรียนรู้กับพืชชนิดนี้ ที่มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Spanish needle, black-jack มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bidens pilosa L. อยู่ในวงศ์ทานตะวัน (Asteraceae) ชื่อทางการของไทย เรียกว่า ดาวกระจายไต้หวัน (ทั่วไป) หรือมีชื่ออื่นๆ เช่น กี่นกไส้ หญ้าก้นจ้ำขาว (สระบุรี) ปืนนกไส้ (ภาคเหนือ)
แน่นอนว่า ปืนนกไส้เป็นพืชต่างถิ่น มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นเป็นสัน ใบเป็นใบประกอบขนนกชั้นเดียว มี 3 ใบย่อย แผ่นใบรูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นที่ปลายยอดและซอกใบ ก้านช่อดอกยาว วงใบประดับมี 2 ชั้นแยกกัน ดอกวงนอกมีกลีบดอกรูปลิ้นสีขาวไม่สมบูรณ์เพศ ดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีกลีบดอก 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลือง เกสรเพศผู้สีน้ำตาล เกสรเพศเมียสีเหลืองปลายแยกเป็น 2 แฉก ผลเป็นแบบผลแห้งเมล็ดล่อนสีน้ำตาลเข้ม กลีบเลี้ยงลดรูปเป็นหนามสั้น 2 อัน
ปืนนกไส้ เป็นพืชในสกุล Bidens ซึ่งมีปรากฏในประเทศไทย 3 ชนิด ได้แก่ 1) ดาวกระจาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bidens bipinnata L. มีถิ่นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางภาคเหนือของไทยเรียกว่า “หญ้าแหลมนกไส้” 2) ก้นจ้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bidens biternata (Lour.) Merr. & Sherff ชนิดนี้มีดอกสีเหลือง พบได้ทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลกและ 3) ปืนนกไส้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bidens pilosa L. ทั้ 3 ชนิดเป็นพืชต่างถิ่น เข้ามาในประเทศไทยประมาณ 50 ปีมาแล้ว มีข้อสันนิษฐานว่าปนเข้ามากับปุ๋ยชีวภาพที่นำเข้ามาจากไต้หวัน
ปืนนกไส้ มีข้อดีคือ มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชชนิดอื่นอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับพืชชนิดอื่นและส่งเสริมการรุกรานของพืชชนิดอื่นๆ แต่ในทางกลับกันก็เติบโตรุกรานกำจัดได้ยาก ในประโยชน์ทางสมุนไพรมีรายงานว่ามีการนำเอาปืนนกไส้มาใช้เป็นยาพื้นบ้านในการรักษาโรคต่างๆ และใช้กันอย่างแพร่หลายโดยชนพื้นเมือง โดยเฉพาะในแอฟริกา เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายชนิด สารประกอบต่างๆ ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ โดยส่วนใหญ่เป็นโพลีอะเซทิลีน (Polyacetylene) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่พบได้ในทุกส่วนของพืช
นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ ได้แก่ เทอร์พีน น้ำมันหอมระเหย แทนนิน โพลีแซ็กคาไรด์ ฟีนอล กรดอะมิโน กรดแอสคอร์บิก และกรดอินทรีย์ วิธีใช้ นิยมนำมาต้ม ชงเป็นชา และคั้นเอาน้ำ เพื่อนำมารักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและโรคอื่นๆ นอกจากนี้ชนเผ่าซูลูในแอฟริกาใต้นำสารสกัดที่สกัดด้วยน้ำมาใช้เพื่อรักษาโรคบิด ท้องร่วง และอาการปวดท้อง น้ำคั้นยังถูกนำมาทำเป็นยาพอกและทาโดยตรงบนบาดแผลหรือแผลไฟไหม้ที่ติดเชื้อ มีการใช้ปืนนกไส้เป็นยาอย่างแพร่หลายทั้งในแอฟริกาและส่วนอื่นๆ ของโลก จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ปืนนกไส้อาจให้สรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับไข้ซึ่งอาจพัฒนาเป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย แม้ว่าจะถูกจัดเป็นพืชรุกรานในหลายประเทศ แต่ประโยชน์ที่ได้รับอาจมีมากกว่าความเสี่ยงที่วัชพืชชนิดนี้จะก่อปัญหาทางสิ่งแวดล้อม

ปืนนกไส้เมื่อเข้ามาในประเทศไทยในระยะแรกยังไม่มีภูมิปัญญาในการนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แต่คนเลี้ยงผึ้งสังเกตว่า ดอกของปืนนกไส้เป็นแหล่งน้ำหวานที่ดีของผึ้ง จึงมีการส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงผึ้ง ต่อมาได้มีการนำมาประกอบเป็นอาหาร โดยนำยอดอ่อนไปลวกจิ้มน้ำพริกหรือนำไปใส่แกงต่างๆ และได้มีการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร เช่น รากนำไปต้มดื่มแก้หวัด และถ้ามีอาการไอร่วมกับน้ำมูกข้น ให้เอาปืนนกไส้ทั้งต้นต้มรวมกับรากสาบเสือ รากมะเหลี่ยมหิน ก้นจ้ำทั้งต้น ผักปลาบทั้งต้น อย่างละเท่าๆ กัน นำมาต้มดื่ม ในบางพื้นที่นำทั้งต้นมาต้มดื่ม แก้จุกเสียด ท้องเสีย ส่วนใบอ่อนนำมาเคี้ยวใช้แก้ปวดฟัน โดยรวมๆ ในเวลานี้มีการใช้ปืนนกไส้เกี่ยวกับสรรพคุณต้านเชื้อจุลินทรีย์ แก้อักเสบ ขับปัสสาวะ ห้ามเลือด และรักษาไข้มาลาเรีย
ปืนนกไส้ เป็นวัชพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ทางอาหารและยาสมุนไพรกันแล้ว และมีข้อมูลสนับสนุนว่าไม่ก่อให้เกิดพิษใดๆ แต่ในทางวิชาการยังนับว่าปืนนกไส้เป็นสมุนไพรที่ผ่านประสบการณ์การใช้ เป็นโอกาสดีที่เรามาช่วยกันศึกษาวิจัยหรือจัดการความรู้ให้เป็นระบบยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อไป
