พระรอด-กรุวัดมหาวัน ‘5 พิมพ์’ ยอดปรารถนา 1 ในพระชุดเบญจภาคี
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
พระรอดลำพูน ถ้าเอ่ยคำคำนี้ในสมัยก่อน จะหมายถึงพระรอดกรุวัดมหาวัน ที่จัดอยู่ในพระชุดเบญจภาคีเท่านั้น เป็นพระที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของพระชุดนี้
เท่าที่ศึกษากันมาทำให้ทราบว่า เป็นพระเครื่องที่สร้างขึ้นในสมัยของพระนามจามเทวี ขณะสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ๆ
เมื่อครั้งเสด็จจากเมืองละโว้มาเสวยราชย์ ณ กรุงหริภุญไชย (จ.ลำพูน) ในปี พ.ศ.1223 พระนางได้ทรงสถาปนาพระอารามประจำทวารทั้งสี่ของนครขึ้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พระนคร เรียกว่า จตุรพุทธปราการ โดยพระฤๅษีทั้งสี่ได้ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศล โดยสร้างพระเครื่องของตนขึ้น และบรรจุในกรุของแต่ละวัดใน 4 มุมเมือง คือ วัดพระคง วัดดอนแก้ว วัดประตูลี้ และวัดมหาวัน ซึ่งตั้งอยู่ประจำทิศทั้ง 4 ทิศของเมือง เพื่อต่ออายุพระศาสนา และเพิ่มเกณฑ์ชะตาพระนคร
วัดมหาวัน (วัดมหาวนาราม) เป็นหนึ่งในพระอารามทั้งสี่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ จ.ลำพูน ภายในวัดมีพระเจดีย์ใหญ่ ภายในพระเจดีย์ใหญ่บรรจุพระรอด ที่พระสุมณนารทะฤๅษี เป็นผู้สร้าง
พระสุมณนารทะฤๅษี เป็นพระคณาจารย์จากทิศตะวันตกของพระนคร คือ จากชุหบรรพต (ดอยอินทนนท์)
พระรอด มาจากคำว่า ‘รอท’ หรือ ‘นารทะ’ อันเป็นนามของพระฤๅษีนารอท หรือพระนารทะฤๅษี อันมีความหมายว่า ความแคล้วคลาดและปลอดภัย
พระรอดที่ขุดพบที่วัดมหาวัน พุทธศิลป์ อยู่ในยุคกลางของสมัยกรุงหริภุญไชย (จ.ลำพูน) ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 13-14 หลังสมัยทวารวดี
รูปแบบคือ พระพุทธรูปประทับพระบาทสมาธิเพชร (ท่านั่งขัดเพชร) ซึ่งเป็นแบบอย่างเฉพาะพระพุทธรูปอินเดียฝ่ายเหนือ (มหายาน)
กล่าวสำหรับ พระรอดกรุวัดมหาวัน เป็นพระเครื่องที่มีขนาดเล็กที่สุดของพระในสกุลลำพูน ขนาดประมาณเท่านิ้วก้อย แต่เป็นพระที่มีความนิยมมากที่สุด สนนราคาสูงมากเช่นกัน
พระรอดที่ขุดพบในวัดมหาวัน จดบันทึกไว้ตั้งแต่ต้นที่ขุดพบพระว่ามีพระอยู่กี่พิมพ์ อะไรบ้าง เท่าที่บันทึกและเป็นที่ยอมรับเป็นมาตรฐานมีอยู่ 5 พิมพ์ คือ พระรอดพิมพ์ใหญ่ พระรอดพิมพ์กลาง พระรอดพิมพ์เล็ก พระรอดพิมพ์ตื้น และพระรอดพิมพ์ต้อ
พระที่พบก็เป็นพระเนื้อดินเผาทั้งสิ้น เป็นพระที่มีเนื้อละเอียด หนึกแกร่ง มีมูลค่ารองรับ ซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนกันมาแต่โบราณตั้งแต่มีการขุดพบพระแล้ว
ในปัจจุบันมีมูลค่าสูงมาก ยิ่งองค์ที่มีความสมบูรณ์และสวย มูลค่าเป็นหลักล้านบาท แม้เป็นพระขนาดเล็กก็ตาม แต่ศิลปะบนองค์พระที่ช่างแกะแม่พิมพ์ไว้นั้นงดงามมาก เป็นศิลปะแบบหริภุญชัย ซึ่งก็อยู่ในยุคของทวารวดีตอนปลาย อายุราว 1,200-1,300 ปี ซึ่งเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีศิลปะแบบพื้นถิ่น
ผสมผสานกับศิลปะแบบทวารดี ซึ่งมีกลิ่นอายของศิลปะแบบคุปตะปะปนอยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ถึงอายุยุคสมัยของโบราณวัตถุได้ว่าราวพุทธศตวรรษที่เท่าไร ประกอบกับบันทึกจามเทวีวงศ์ และชินกาลลินี พอจะปะติดปะต่อได้ถึงอายุของเมืองหริภุญชัย
ทำให้รู้ได้ว่าพระเครื่องของเมืองลำพูนในยุคแรกๆ นั้นอยู่ในยุคของทวารวดีตอนปลาย

พระรอด กรุวัดมหาวัน เป็นพระที่อยู่ในยุคแรกของเมืองลำพูน รูปแบบพิมพ์พระเท่าที่บันทึกไว้ตั้งแต่เริ่มต้นการขุดพบ และบันทึกศึกษากันต่อมา จนเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยกำหนดมาตรฐานของพิมพ์ไว้ว่ามีพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น โดยเฉพาะพิมพ์ตื้นนั้น ยังแยกออกเป็น 2 แม่พิมพ์ ซึ่งแตกต่างกันเล็กน้อยตรงรอยแตกของแม่พิมพ์ แต่ความนิยมเล่นหานั้น เท่ากันทั้ง 2 แม่พิมพ์
พระรอดพิมพ์ตื้นนั้น ในสมัยก่อนเมื่อ 40-50 ปีก่อน ไม่ค่อยลงรูปภาพกันสักเท่าใด จึงไม่มีการทำปลอมกัน แต่ในปัจจุบันทำปลอมทุกพิมพ์ เวลาจะเช่าหาต้องระมัดระวังพิจารณาให้รอบคอบ
เอกลักษณ์ของพระรอดพิมพ์ตื้น จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 แม่พิมพ์ ตรงซอกแขนหรือร่องระหว่างหน้าตัก และร่องบริเวณฐานนั้นจะมีความตื้นกว่าทุกพิมพ์ จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์พระ แต่ในส่วนของพระเศียรและลำพระองค์กับผนังโพธิ์นั้นจะลึกเหมือนกับพระพิมพ์อื่น
พระรอดพิมพ์ตื้นที่มีอยู่ 2 แม่พิมพ์ เนื่องจากรอยแตกของแม่พิมพ์นั้นมีอยู่ 2 แบบ แบบที่พบเห็นกันบ่อย จะเป็นแม่พิมพ์ที่มีรอยแตกที่ข้างพระเศียรตรงหูซ้ายขององค์พระวิ่งไปหาผนังโพธิ์ กับรอยแตกที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายขององค์พระ ลากยาวลงมาข้างแขน จนเกือบถึงข้อศอกขององค์พระ
ส่วนอีกแม่พิมพ์หนึ่งนั้น รอยแตกของแม่พิมพ์จะมีรอยแตกตรงบริเวณเหนือพระเศียรด้านซ้ายขององค์พระเล็กน้อย วิ่งลากยาวลงมาบริเวณข้างหูขององค์พระ และอีกเส้นหนึ่งจะแตกที่บริเวณข้างหูซ้ายขององค์พระ วิ่งลงมาที่หัวไหล่ขององค์พระ
พระทั้ง 2 พิมพ์เป็นที่นิยม และเป็นมาตรฐานของสังคม ซึ่งมีมูลค่ารองรับอย่างชัดเจน
