E-DUANG
ในเมื่อจำนวน 193 อันพรรคภูมิใจไทยได้มาผนวกเข้ากับจำนวน 58 ของพรรคกล้าธรรม ก็แตะ 251 แล้ว
ถือได้ว่าเป็น”ฐาน”อันหนักแน่นยิ่งในทางการเมือง
หากผนึกเข้ากับ 74 ที่อยู่ในมือของพรรคเพื่อไทยคณิตศาสตร์ทางการเมืองก็กลายเป็น 345
แข็งแกร่งยิ่งกว่ายุค”พลังประชารัฐ”
การดำรงอยู่ของ 118 อันพรรคประชาชนได้มาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เมื่อถูกเซาะกร่อนจากมาตรการเฉียบของป.ป.ช.ที่ลงมติอย่างฉับพลันทันใด
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 คนก็ต้องหลุด ไม่เพียงแต่จากตำแหน่งอันถือว่าเป็น”แคนดิเดต”
หากตำแหน่ง”หัวหน้าพรรค”ก็ต้อง”เปลี่ยน”
มองสีหน้าและดวงตาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เห็นได้ในความมั่นใจ
แม้การดึง”เพื่อไทย”เข้ามาจะมากด้วย”คำถาม”
มิได้เป็นคำถามว่าเหตุปัจจัยทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเลือกและเห็นความจำเป็นของการอยู่ในองค์ประกอบ
หากยังอยู่ที่การจัดสรรปันส่วน”ตำแหน่ง”ใน”ครม.”
คำถามอยู่ที่”บ้านจันทร์ส่องหล้า”จะเลือกใครให้ดำรงอยู่ในสถานะแห่ง PROXY
เป็นที่รับได้ของ”เขากระโดง”หรือไม่
ยิ่งกว่านั้น ยังอยู่กับตำแหน่งอันเหมาะสมสำหรับ”ขาใหญ่”ระดับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
แม้มิใช่”คมนาคม” หรือ”สาธารณสุข”
ขณะเดียวกัน เมื่อมองเข้าไปภายในพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมก็ต้องยอมรับต่อแต่ละ”เป้าหมาย”ของแต่ละฝ่าย
“มหาดไทย”และ”คมนาคม” มีความชัดเจน
เป็นความชัดเจนเหมือนกับ”ต่างประเทศ” เหมือนกับ”คลัง”และ”พาณิชย์”
เหมือนกับ”เกษตร”และ”ศึกษาธิการ”
แต่บทบาทของ นายสุชาติ ชมกลิ่น บทบาทของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ จะเป็นอย่างไร
ในเมื่อกระแสที่ชลบุรี เขต 1 ก็ร้อนแรง
ต่อให้เป็น”ไดโนเสาร์”ระดับใด แต่แต่ละ”เทรนด์”อันมีอยู่ในX ก็เหมือน”ไฟลนก้น”ทางการเมือง
#ชลบุรีเขต1 #โกงเลือกตั้ง #นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ #นับใหม่ทั่วประเทศ #กกตหค #สารคามเขต1 #การเมืองไทย สะ ท้อนนัยยะใด
ล้วนเป็น”ควันหลง”จาก”8 กุมภาพันธ์”ทั้งสิ้น
หากเริ่มต้นจาก”คณิตศาสตร์การเมือง”การได้ 193 ของพรรคภูมิใจไทย ทิ้งห่าง 118 ของพรรคประชาชนเป็นอย่างมาก
แต่”ความหมาย”ของ”การเมือง”มีมากกว่านั้น
ไม่เพียงแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะรู้ ไม่เพียงแต่ ร.อ.ธรรม นัส พรหมเผ่า จะตระหนัก
หาก “ละอ่อน”อย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็แจ้งใจ
