bg-single

ฟังเสียง คนการศึกษา ฝากการบ้านรัฐบาลใหม่

22.02.2026

| การศึกษา

ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติครั้งใหญ่ แม้จะยังมีความวุ่นวาย แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่า พรรคภูมิใจไทย ได้รับเสียงสนับสนุนเป็นอันดับ 1 เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

จากนี้คงต้องจับตาเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 33 จะส่งคนในภูมิใจไทย หรือโยนโควต้าให้พรรคร่วมรัฐบาลมานั่งกุมบังเหียน

ฟังเสียงคนแวดวงการศึกษา สะท้อนมุมมอง ฝากการบ้านก่อนจัดตั้งรัฐบาล

นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ฝากการบ้าน ให้เดินหน้านโยบายเรื่องการลดภาระครู

และอยากให้ทบทวนนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime ที่ให้แต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดำเนินการเช่าซื้ออุปกรณ์เสริมการสอน อาทิ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และโครมบุ๊ก ตามความต้องการของแต่ละเขตพื้นที่ฯ โดยอยากให้มีการสอบถามความต้องการที่แท้จริงของโรงเรียน

ซึ่งเท่าที่ประเมินภาพรวมโรงเรียนอยากได้คอมพิวเตอร์ PC (Personal Computer) มากกว่าแท็บเล็ต

ทั้งนี้ เมื่อได้ความต้องการที่แท้จริงแล้ว ก็ให้ส่วนกลางกำหนดสเป๊ก เพื่อป้องกันไม่เกิดปัญหา ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีงบประมาณในส่วนนี้ค้างอยู่จำนวนมาก เพราะโรงเรียนหลายแห่งไม่ยอมรับอุปกรณ์

ขณะเดียวกัน ยังอยากให้เร่งจัดอัตราพนักงานราชการ มาทำหน้าที่ครูการเงินและบัญชี โดยให้สิทธิประโยชน์ เพื่อดึงดูดคนให้มาทำหน้าที่ดังกล่าว ช่วยลดภาระครูได้ทำหน้าที่สอน ไม่ต้องทำหน้าที่อื่น ทำให้มีความกดดัน จนคิดสั้นเกิดเป็นความสูญเสียเช่นที่ผ่านมา

ส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้น ไม่จำเป็นต้องตั้งสหกรณ์กลางของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แต่ให้หาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้สหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพบริหารจัดการ

รวมถึงอยากให้เร่งกระจายอำนาจสู่โรงเรียนโดยเฉพาะการบริหารจัดการบุคลากร อาทิ การสอบบรรจุครูผู้ช่วย ที่ควรให้อำนาจโรงเรียนดำเนินการ เพราะถือเป็นผู้ใช้ที่จะรู้ว่าขาดแคลนครูในสาขาใดบ้าง รวมถึงการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ที่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญ คือ ระดับชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ ที่ไม่ควรไปกระจุกตัวให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพียงหน่วยงานเดียว แต่ควรกระจายให้เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการแทน

“ส่วนคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากได้รัฐมนตรีโควต้า และรัฐมนตรีทายาทการเมือง อยากได้คนที่มีวุฒิภาวะหรือมีประสบการณ์ด้านการศึกษา มาบริหารกระทรวง ที่สำคัญอยากให้เป็นคนที่มาจากพรรคตัวจริง ที่มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเต็มที่” นายณรินทร์กล่าว

ขณะที่ทางฟากอุดมศึกษา นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดี มรภ. บอกสเป๊กรัฐมนตรีว่าการ อว. อยากได้คนที่มีความรู้ ความเข้าใจถึงโครงสร้างของ อว. ซึ่งมีโครงสร้างแบบบูรณาการ ทั้งงานของมหาวิทยาลัย งานวิจัย และวิทยาศาสตร์

โดยทั้ง 3 ส่วนต้องมีความสมดุล เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน

ดังนั้น คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว. ต้องมีความเข้าใจ และเป็นนักบูรณาการบริหารความสมดุล เพราะ อว.ไม่ได้มีเฉพาะงานวิชาการ แต่มีเรื่องของเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

รวมถึงต้องมีบทบาทในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อทำหน้าที่ชี้แนะอนาคตของประเทศ ว่าควรจะเป็นไปในทิศทางใด

บทบาทของรัฐมนตรี อว.ไม่จำเป็นต้องมานั่งบริหารผู้บริหาร หรืออธิการบดี แต่ต้องออกไปต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เพราะ อว.เป็นแหล่งร่วมนวัตกรรม และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้

ที่สำคัญอยากฝากให้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างมหาวิทยาลัย อย่าให้มหาวิทยาลัยใหญ่ดูดทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเล็ก และสุดท้ายขอให้เร่งแก้ปัญหามาเฟียทางวิชาการที่แฝงตัวอยู่ในบอร์ดต่างๆ ของ อว.

“สิ่งที่พูดทั้งหมดคือสเป๊กรัฐมนตรี อว. ซึ่งโดยรวมอยากได้นักเทคโนแครตที่มีความเชี่ยวชาญทางวิชาการและเทคนิค มีประสบการณ์จริง เข้ามาบริหาร อว. ส่วนต้องมาจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้มีอำนาจในการตัดสินใจเต็มที่หรือไม่นั้น ก็อาจไม่จำเป็น แต่ขอให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามรถและมีประสบการณ์จริง” ประธาน ทปอ.มรภ.กล่าว

ส่วนเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด และมหาวิทยาลัยเก่าแก่ หรือมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ นั้น เป็นปัญหามายาวนาน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ งานวิจัย ที่มหาวิทยาลัยขนาดเล็ก รวมถึงกลุ่ม มรภ. ถูกปิดกั้น และมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ขณะที่งบประมาณวิจัยจากแหล่งทุนต่างๆ ก็ได้รับค่อนข้างน้อย เพราะไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนทักษะในการทำงานบูรณาการ แต่ละมหาวิทยาลัยต่างคนต่างทำ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยใหญ่ ซึ่งไม่ช่วยมหาวิทยาลัยอื่นเพิ่มองค์ความรู้

ดังนั้น หากทำได้แบบนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ใช่มีแต่แบ่งกลุ่ม ทำให้ต่างคนทำต่าง ไม่มีการบูรณาการงานที่มีประสิทธิภาพ และผู้จะแก้ปัญหานี้ได้คือ รัฐมนตรี อว.

ทั้งหมดนี้คือข้อเสนอแนะจากทั้งฝั่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษา

แต่ก็คงต้องยอมรับว่า นาทีนี้ ศธ.และ อว.อาจไม่ได้รับความสนใจจากพรรคการเมืองเหมือนที่ผ่านมา

แม้จะยังคงความเป็นกระทรวงเกรดเอที่ได้รับงบประมาณค่อนข้างมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นงบฯ ผูกพัน และงบฯ บุคลากร

สุดท้ายแล้วหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญ เพราะทั้ง ศธ.และ อว. ถือเป็นกำลังหลักในการสร้างกำลังคน ผลิตนวัตกรรม งานวิจัย เพื่อพัฒนาอนาคตประเทศ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร