เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
“ข้อเสนอ” ผมได้ยินสิ่งนี้แว่วลอยออกมาจากในหัว “ข้อเสนออะไร?…ใครจะไปรู้!” แต่ที่แน่แล้ว มันจะกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมจำต้องสานต่อ ถักทอเรื่องราว โดยที่ไม่มีอะไรไปมากกว่า ข้อเสนอเปลือยเปล่ากับความคิดชั่วแล่น ที่กำลังหาเรื่องใส่ตัว
แต่ก่อนอื่น ผมคงต้องหวังเป็นอย่างยิ่งไว้ก่อน ที่จะปะติดปะต่อจับแพะมาชนแกะ ไล่ต้อนเรื่องราวของข้อเสนอไปถึงฝั่งให้จงได้
หลายชั่วโมงผ่านไป ไวเหมือนโกหก ยังครับ…ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…ไม่มีเรื่องราวอื่นใด ผมผุดลุกผุดนั่ง เดินไปและเดินมา กระสับกระส่ายเหมือนแมวท้องแก่จวนจะคลอด
มันเป็นอาการของผมขณะกลัวความว่างเปล่า กลัวท้องฟ้ากระจ่างใสจนไร้มลทิน ไร้ซึ่งหมู่เมฆ และไร้ซึ่งนกบินให้ประดับอยู่ในนภา
ช่วงเวลาที่ควรจะมีตัวหนังสือเรียงรายอยู่บ้างแม้เพียงสักบรรทัด มันอาจเป็นเพราะ ผมไม่มีข้อเสนอให้ตัวเอง หรือแม้แต่กับใครมาสักระยะหนึ่งแล้ว หรืออาจเคยมี แต่นั่นมันก็นานเกินจำ ผมคงหลงลืมมันไปแล้วเป็นแน่
“ความดื้อดึง เป็นเหมือนกาวร้อน” แตะเพียงนิดแต่ติดทนนาน ผมควรรื้อถอนความตั้งใจนี้ เผื่อชีวิตมันจะง่ายเข้า
แต่ไม่! ผมจะไม่ยอมหยุดเรื่องนี้ไว้กลางทาง แม้จะต้องเจอเข้ากับทางตันท้ายซอย เพราะทางสายกลางยังคงมีไว้ให้เดิน และจากหลายโมงที่ตึงเกินพอดี สมควรจะหย่อนลงบ้าง
ใช่…ผมควรจะพัก!” ตามอัธยาศัย

ผมหวนคืนหน้าจอมือถือ เพื่อการผ่อนคลายและละลายความสอดรู้ ส่องดูเหตุบ้านการเมือง ผ่านสายตาที่ยาวขึ้น โดยจะยังไม่ใส่แว่น เผื่อจะได้เรื่องได้ราว จาก “ข้อเสนออันพิสดารของใครต่อใครที่จะยังหยิบยื่นให้แก่กันและกัน จะด้วยความเต็มใจหรือไม่ก็ตามที ในภาวะคับขันเช่นนี้ หากจะยังไม่คว่ำแก้วแห่งความหวัง ข้อเสนออะไรจากใคร ดูจะน่าสนใจไปเสียหมด ขอเพียงให้ได้สักเรื่องกับ “ข้อเสนอ”
การอยู่ในโลกมือถือสักประเดี๋ยว เท่ากับใช้เวลาชีวิตไปราวสองชั่วโมง ข้อเสนอที่ตามหาก็ยังคงไม่ตอบสนอง
“ยังครับ…, ผมยังไม่ได้เรื่องแต่ตามเดิม และได้คืบคลานจนมาถึงท้ายซอยที่เคยบอกไว้เข้าจนได้”
และราวบ่ายสองของทุกวัน เว้นวันหยุดที่ไม่แน่นอน ใครบางคนเลิกงานและกลับมาถึงบ้านแล้วในตอนนี้ ผมจำน้ำหอมเปลี่ยนกลิ่นได้ของเธอ ได้อย่างแม่นยำ “กลิ่นกุหลาบหอมละมุนตอนตีสี่ และตอนบ่าย มันจะกลายเป็นกลิ่นคาวปลา”
เมื่อกลับถึงบ้าน เธอจะพัก พอได้คลายหายเหนื่อย และจัดแจงอาบน้ำสระผมเพื่อเรียกคืนความสดชื่น เหมือนอย่างเคย และอย่างที่เป็นมาโดยตลอด หลังจากแต่งตัวตามสบายแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย
“ตัวเองง คันหัวอ่ะ ถอนหงอกให้หน่อยย นี่ๆ…ตรงนี้” เธอก้มหัวแล้วใช้มือแหวกเส้นผมเพื่อเป็นการชี้เป้าคัน “ไม่…ยุ่งอยู่!” ผมตอบ “ยังคิดงานไม่ได้เลย จะมาถอนอะไรกันตอนนี้เนี่ยย!” ด้วยความละเหี่ยและแรงกดดันจากความอึดอัด เสียงถอนหายใจจึงดังพอที่จะแสดงให้เธอรู้ถึงความไม่สบอารมณ์
“สองร้อย ค่าจ้างถอน โอนเลยโอเคปะ!? “เธอยังเซ้าซี้ไม่เลิก ส่วนผมไม่อยากตอบสนองใดๆ เพราะหมดสิ้นแล้วกับความอดทน
จนในท้ายที่สุด ผมจำต้องบอกกล่าวบางสิ่งกับเธอ ผ่านน้ำเสียงอันเชี่ยวและขุ่น
“แหนบอยู่ไหน!?”
ขอบคุณมากมายครับ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
