E-DUANG
สภาพการณ์อันเนื่องแต่การนับคะแนนใหม่ในเขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี อาจเป็นเพียงหน่วยเดียว อาจเป็นเพียงจุดเล็กจากการ เลือกตั้งทั้งหมด
แต่กำลังกลายเป็น”คำถาม”อันแหลมคม และขยายตัวออกไปอย่างกว้างไพศาลทางการเมือง
มิใช่เพราะได้รับการเน้นจากหัวหน้าพรรคประชาชน
มิใช่เพราะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างคะแนนของพรรคประ ชาชนกับของพรรคภูมิใจไทย
หากที่สำคัญและทรงความหมายเป็น”สุพรรณบุรี”
นี่คือรูปธรรมอันแทบไม่แตกต่างไปจากสภาพการณ์อันเคยปรากฎมาแล้วที่เขต 1 จังหวัดชลบุรี
เนื่องแต่”สุพรรณบุรี” เนื่องแต่”ชลบุรี”เมืองใหญ่
หากมองจากคะแนนของเบอร์ 1 พรรคประชาชน กับคะแนนของเบอร์ 5 พรรคภูมิใจไทยก็จะประจักษ์
นับครั้งแรกเบอร์ 1 ได้ 104 นับใหม่ได้ 228
ขณะเดียวกัน เบอร์ 5 นับครั้งแรกเมื่อเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ 427 นับใหม่ได้ 263
คำถามอยู่ที่”ส่วนต่าง”
นั่นก็คือ การนับครั้งแรกกับครั้งหลังคะแนนของเบอร์ 1 หายไป 124
คะแนนของเบอร์ 5 หายไป 164
คะแนนของเบอร์ 1 ที่หายไปหายไปในการนับครั้งแรกกับครั้งหลังเพราะอะไร คะแนนของเบอร์ 5 ที่หายไปในการนับใหม่เพราะอะไร
แล้ว 427 ของเบอร์ 5 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ได้มาอย่างไร
เหตุใดการนับคะแนนของสุพรรณบุรีจึงส่งผลสะเทือนไปยังการนับคะแนนของชลบุรี
มิใช่เพราะเป็นพรรคภูมิใจไทย
หากแต่เป็นเพราะผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ หากแต่เพราะผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา
ภาพของ”บ้านใหญ่”จึงลอยเด่นเข้ามาในความคิด
ยิ่งหากมองไปยังการเป็นอดีตส.ส.ต่อเนื่องและยาวนานของผู้สมัครในสุพรรณบุรีและชลบุรี ยิ่งตระหนักในสภาพความเป็นจริงที่ดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน
ไม่ว่าจะมองผ่าน”บ้านใหญ่” ไม่ว่าจะมองผ่าน”พรรคใหญ่”
ก่อเกิดนัยประหวัดไปยังบางถ้อยคำของนักการเมืองซึ่งคร่ำ หวอดอย่างยิ่งในเส้นทางของการเลือกตั้ง
“คุณอาจชนะการเลือกตั้ง แต่ผมชนะการนับคะแนน”
ปัญหาอันเนื่องแต่การเลือกตั้ง ปัญหาอันเนื่องแต่ปรากฏการณ์ในสุพรรณบุรีและในชลบุรี จึงไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการเพ่งเล็งไปยังแต่ละพรรคการเมือง
หากแต่ยังกลายเป็นคำถามคำโตไปยังกระบวนการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง”กกต.”
ที่เรียกว่า สุจริต เที่ยงธรรมและโปร่งใส คืออะไร
กรณีนี้อาจไม่ส่งผลสะเทือนถึงระดับให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ความต้องการให้มีการนับใหม่นั้นเกิดแน่นอน
และนับวันก็จะดังกึกก้องเป็นลำดับ
