E-DUANG
ประเด็นอันเนื่องแต่ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมก่อให้เกิดคำถามตามมาเป็นอย่างมาก
ทั้งอย่างง่ายๆตรงไปตรงมา ทั้งอย่างซับซ้อน ซ่อนเงื่อน
เริ่มจากความรู้สึกว่าพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นโดยเฉพาะการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมมาอยู่ข้างเดียวกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อเดือนกันยายน 2568
ถึงขนาดยอมทิ้งและออกต่างหากจากพรรคเพื่อไทย
เหตุใดเมื่อประสบความสำเร็จจากการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยได้ 193 พรรคกล้าธรรมได้ 58
เมื่อจะจัดตั้งรัฐบาลต้องปฏิเสธพรรคกล้าธรรม
ขณะที่พรรคเพื่อไทยที่เคยเล่นกันแรงๆตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 และในปี 2569 กลับเลือกที่จะมาให้ร่วมเป็นรัฐบาล
การเมืองไม่มี”มิตรแท้” ไม่มี”ศัตรูถาวร”อย่างนี้ละหรือ
ขณะที่สังคมยังไม่สามารถได้คำตอบที่ถูกใจจากกรณีระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมอย่างเบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำ
ก็ปรากฏการเคลื่อนไหวรัฐบาล”ส้ม เขียว แดง”ขึ้น
ในเบื้องต้นเหมือนกับเป็นการสมมุติว่าด้วยความซนของ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
แต่เมื่อได้ยินข้อเสนอจากผู้อาวุโสระดับ พล.ต.อ.เสรีพิซศุทธิ์ เตมียเวส ผ่านรายการวิเคราะห์ข่าวหนึ่งทางฟรีทีวีต่อ น.ส.ศิริกัญ ญา ตันสกุล ก็รู้สึกแปลกใจ
แม้ทางด้านของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ยืนกระต่ายขาเดียว ว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งจากด้านของ”แดง”คือพรรคเพื่อไทย หรือ”ส้ม” คือพรรคประชาชน
กระนั้น “ผู้อาวุโส”ก็ดำรงจุดมุ่งหมายของตนอย่างแน่วแน่และมั่นคงถึงขั้นยืนยันว่าได้มีต่อสายไปยัง”แดง”แล้ว
จึงยิ่งก่ออาการตะลึงตึงตึงในระดับนะจังงังทางความคิด
ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่กระทำออกในแบบปัดปฏิเสธต่อพรรค กล้าธรรมยอกย้อนซ่อนเงื่อนอย่างยิ่งอยู่แล้ว
ความคิดในแนว”ส้ม เขียว แดง” ยิ่งโลดโผนโจนทะยาน
เพราะไม่เพียงแต่ปฏิเสธความสัมพันธ์อันดีที่พรรคเพื่อไทย แสดงต่อพรรคภูมิใจไทยถึงขั้นมีการตกลงแบ่งกระทรวงกันบริหารแล้วเสร็จสรรพเท่านั้น
ยังทำในสิ่งที่แทบไม่สนใจต่อคำประกาศไม่ว่าโดยพรรค ไม่ว่าโดยปัจเจกของพรรคประชาชน
ต้องยอมรับว่านอกเหนือจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนยัน”มีฟ้าไม่มีเทา”แล้ว ก็เป็นพรรคประชาชนที่ชูคำขวัญ”มีเราไม่มีเทา”ตั้งแต่ก่อนยุบสภาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ด้วยซ้ำ
พรรคประชาธิปัตย์นั้นช่างเถิดแม้จะเคยปฏิเสธพรรคพลังประชารัฐมาแล้วแต่ก็ร่วมได้เพียงแต่หัวหน้าพรรคลาออก
แต่พรรคประชาชนนั่นซิจะกล้า”ตระบัดสัตย์”ละหรือ
การเมืองไทยจึงวนอยู่กับวิธีการที่แทบไม่มีหลักการใดๆในเชิงจริย ธรรมเหลืออยู่
ตั้งแต่เกิดกรณีฉีก MOU ตามมาด้วยกรณีฉีก MOA
ภายใต้บทสรุปทื่อๆตรงๆที่ว่า การกล้าฉีก MOU การกล้าฉีก MOA นั่นแหละทำให้ได้เป็น”รัฐบาล”
ความเชื่อที่ว่า”ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”แทบไม่เหลืออยู่
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
