E-DUANG | ข่าวส่งชื่อ “สุริยะ สมศักดิ์” คืน คือ ความขัดแย้ง ใน “เพื่อไทย”
E-DUANG
ระหว่างข่าวตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทยจะตกเป็นของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กับข่าวมีการส่งชื่อคืนจากพรรคภูมิใจไทย
สำแดงถึงสภาวะที่เรียกว่า”ปรกติ” และความ”ไม่”ปรกติทางการเมือง
คอการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับระบบโควตาและความซ้ำซากจนกลายเป็นวัฎจักร”น้ำเน่า”และเปี่ยมด้วยความอุบาทว์ทางการ เมือง
อาจจะชมชอบและทึ่งในความหาญกล้าของพรรคภูมิใจไทยในการปฏิเสธ
แต่ก็สัมผัสได้ในความเหลือเชื่อในความเป็นไปได้
แม้ทางด้านพรรคภูมิใจไทยจะออกมาปฏิเสธในลักษณาการที่ว่าน่าจะเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย เป็นเอกสิทธิ์ในความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย
กระนั้น ในอาการแบ่งรับแบ่งสู้นั้นก็มีความภูมิใจในการเกิดขึ้นของข่าวในลักษณาการนี้
และรู้อยู่เป็นอย่างดีว่ามิได้มาจากพรรคภูมิใจไทย
ตรงกันข้าม ข่าวการส่งชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน น่าจะมาจาก”ภายใน”ของพรรคเพื่อไทยมาก กว่า
เพียงแต่การ”นิมิต”ขึ้นเป็นเรื่องของอีกฝ่ายที่อาจจะไม่แฮปปี้ กับบทบาทของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
และต้องการเบียดแทรกเข้าไปมีบทบาทแทน
แนวโน้มและความเป็นไปได้จึงจะเป็นเงาสะท้อนแห่งความขัดแย้ง”ภายใน”ของแต่ละกลุ่ม แต่ละมุ้งของพรรคเพื่อไทยเพียง แต่ทิศทางสนองความปรารถนาลึกๆของพรรคภูมิใจไทย
นี่คือภาวะ”ร้าวลึก”อันเป็นปัญหา”ภายใน”ของพรรคเพื่อไทย
น่าสังเกตว่าข่าวพรรคภูมิใจไทยส่งชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักด์ เทพสุทิน คืน เกิดขึ้นในห้วงเดียวกันกับข่าว นายทักษิณ ชินวัตร จะปล่อยวางจากพรรคเพื่อไทย
นำไปสู่การถกแถลงใน”ความเป็นไปได้”ว่าจะเกิดขึ้นได้ในทางเป็นจริงมากพน้อยเพียงใด
เพราะก่อนเดือนสิงหาคม 2566 ก็เคย”ประกาศ”เช่นนี้
นั่นก็คือ จะกลับเมืองไทยและวางมือทางการเมืองขอเลี้ยงหลานสถานเดียว
จากเดือนสิงหาคม 2566 เป็นต้นมา เป็นไปตามนั้นหรือไม่
เมื่อนำเอาข่าวจากพรรคภูมิใจไทยที่ว่าส่งรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน มาวางเรียงเคียงกับข่าว นาย ทักษิณ ชินวัตร จะวางมือจากพรรคเพื่อไทย
จึงสัมผัสได้ในความเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะมองจากด้านของ
พรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองจากด้านของ นายทักษิณ ชินวัตร
แต่ที่แน่ๆก็คือ มีความขัดแย้ง”กรุ่น”อยู่ในพรรคเพื่อไทย
ข้อที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เผชิญกับข่าวนี้อย่างรู้เท่าทัน
วางตัวสงบนิ่ง รอจังหวะทางการเมือง
เนื่องจากตระหนักรู้เป็นอย่างดีว่าคำตอบอยู่กับสถานการณ์หลังเลือก”ประธานสภา” หลังเลือก”นายกรัฐมนตรี”หากสยบความวุ่นวาย”ภายใน”ได้ทุกอย่างก็ราบรื่น
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
