bg-single

AI ที่คุณใช้ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

10.03.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

AI ที่คุณใช้

เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

ในปัจจุบันผู้ช่วยส่วนตัวประจำอุปกรณ์สมาร์ตจากค่ายต่างๆ ล้วนถูกปรับให้มีสถานะทางเพศที่เป็นกลาง ไม่เอียงไปทางชายหรือหญิงทางใดทางหนึ่ง

เริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อให้ฟังแล้วไม่สามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นชื่อผู้ชายหรือผู้หญิง

ส่วนเสียงที่ใช้นั้นผู้ใช้ก็สามารถเลือกปรับเอาตามชอบได้

กว่าจะมาเป็นกลางแบบทุกวันนี้ หากมองย้อนกลับไปคนที่ใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวมานานหลายปีก็จะมีความคุ้นเคยไปแล้วว่า ผู้ช่วยที่ฝังมากับอุปกรณ์เหล่านี้ควรจะเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็น Siri ของ Apple, Alexa ของ Amazon หรือ Cortana ของ Microsoft ที่แม้ชื่อจะไม่ได้บ่งบอกเพศในทันที แต่ในช่วงต้นเสียงของผู้ช่วยส่วนตัวเหล่านี้ล้วนเป็นเสียงของผู้หญิงทั้งนั้น

ทำไมเราถึงจะต้องใส่ใจว่า ผู้ช่วยส่วนตัวควรจะมาพร้อมเสียงผู้หญิงหรือเสียงผู้ชาย เสียงของใครก็น่าจะเหมือนกัน ในเมื่อนี่คือเทคโนโลยีที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่งและตอบสนองความต้องการของเราไม่ใช่หรือ

ทุกวันนี้ผู้ช่วยส่วนตัว AI ได้ฝังตัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว

เราไม่ได้แค่ถามพยากรณ์อากาศกับมันเหมือนสมัยที่เราใช้งานผู้ช่วย AI ช่วงแรกๆ

แต่ความเก่งของมันทำให้เราเปิดใจยอมรับให้มันเข้ามามีบทบาทในชีวิตหลากหลายด้าน

ตั้งแต่การช่วยเราทำงาน ไปจนถึงการเปิดอกคุยกับ AI

ใช้ AI เป็นที่บำบัดอารมณ์บ้าง ระบายอารมณ์บ้าง สารพัดจะบอกรักหรือด่าทอ AI

แต่ไม่ว่าจะใช้งานมันแบบไหน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ในที่สุดเราก็จะค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์และเริ่มพึ่งพา ผูกพัน ผู้ช่วย AI ของเรามากขึ้นเรื่อยๆ

ลองมาย้อนดูว่า ทำไมเสียงของ AI ถึงเป็นผู้หญิงตั้งแต่แรก

เว็บไซต์ Tech Radar บอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีคำตอบสั้นๆ ที่ตายตัว มันอาจจะเริ่มมาจากการที่ผู้ช่วยส่วนตัวสั่งการด้วยเสียงนั้นเริ่มต้นมาในยุคที่การบันทึกเสียงเพื่อให้บริการลูกค้ามักจะเป็นเสียงผู้หญิงเป็นหลัก

ดังนั้น เสียงของ AI จึงถูกตัดสินใจให้เป็นผู้หญิงไปโดยปริยาย

การใช้เสียงผู้หญิงในงานให้บริการลูกค้าไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคดิจิทัล เพราะงานให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือลูกค้าสัมพันธ์ก็ล้วนเป็นงานที่รู้กันว่าสงวนไว้ให้สำหรับผู้หญิงเป็นหลักมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์ เลขาฯ หรือพนักงานต้อนรับ และเป็นสิ่งที่ทำกันมาอย่างเหนียวแน่น

ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ยุคที่ทุกอย่างเริ่มเป็นดิจิทัล บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาผู้ช่วย AI จึงออกแบบเทคโนโลยีของตัวเองให้เป็นไปตามความคุ้นเคยนี้

ย้อนกลับมาที่คำถามว่า แล้วทำไมงานของการที่ต้องใช้เสียงในการให้บริการและสานความสัมพันธ์จะต้องเป็นเสียงของผู้หญิงด้วย

เคยมีงานวิจัยที่เสนอว่าเสียงของผู้หญิงทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกรื่นหูมากกว่า ให้ความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจได้มากกว่า และมีปฏิสัมพันธ์ด้วยง่ายกว่า แต่ก็ไม่ได้มีหลักฐานสนับสนุนที่แน่นหนาเพียงพอ

บางคำกล่าวอ้างบอกว่า เราชอบเสียงผู้หญิงมากกว่าเพราะเป็นเสียงที่ได้ฟังมาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา แต่ในความเป็นจริงผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันเป็นแบบนั้นในช่วง 8 เดือนแรกของชีวิตเท่านั้นแหละ

หลังจากนั้นไปมนุษย์เราก็จะเริ่มพัฒนาความชอบไปในตามแบบฉบับของตัวเองแล้ว ไม่ได้มีอะไรที่กำหนดว่าเราจะต้องชอบเสียงผู้หญิงมากกว่าเสมอไปจนโตเป็นผู้ใหญ่

สื่อเองก็มีผลเช่นเดียวกัน ในภาพยนตร์ไซ-ไฟหลายเรื่องจินตนาการว่า AI จะต้องมาในรูปแบบของเพศหญิง โดยเฉพาะบทบาทของหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือมนุษย์

ทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เราคุ้นเคยกับคอนเซ็ปต์ว่า ผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยทำหน้าที่ในการช่วยเหลือเราควรจะมาพร้อมกับความเป็นเพศหญิง หรือเสียงของผู้หญิงนั่นเอง

ถ้าทุกวันนี้เราสามารถกำหนดเองได้หมดว่า จะให้เสียงของผู้ช่วย AI เราเป็นเสียงแบบไหน แล้วเราจะใส่ใจไปทำไมว่า AI ต้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

ผลการศึกษาในปี 2024 ภายใต้หัวข้อ “The femininization of AI-powered voice assistants” อธิบายว่า การกำหนดให้ AI เป็นเสียงของผู้หญิงอาจจะนำไปสู่ความลำเอียงที่เกิดขึ้นได้ในหลากหลายทางและหลากหลายระดับ

เมื่อเรากำหนดให้เสียงของผู้ให้บริการเป็นเสียงของผู้หญิงก็อาจจะไปสร้างความคาดหวังให้ว่า เพศไหนเป็นเพศที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำ หรือเพศไหนเป็นเพศที่ควรต้องเป็นผู้ตามหรือผู้ช่วย

ถึงแม้ว่าตอนนี้ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงจะไม่ได้แสดงออกว่าเป็นเพศใดเพศหนึ่งอีกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อกำหนดหรือมาตรฐานที่ชัดเจนในเรื่องเกี่ยวกับการออกแบบ AI โดยไม่ตอกย้ำการเหมารวมทางเพศ

ทาง Tech Radar เสนอว่า การมีตัวเลือกเสียงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี นอกจากนี้ก็ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนในด้านอื่นๆ เช่น ทีมที่พัฒนา AI ควรจะเป็นทีมที่มีความหลากหลายทางเพศ

ทุกวันนี้ผู้หญิงมีบทบาทที่ค่อนข้างน้อยในการพัฒนา AI โดยมีผู้หญิงอยู่ในทีมพัฒนาเพียงแค่ประมาณ 22-26 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

หากต้องการให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่มีความเป็นมิตรต่อทุกเพศ และไม่ตอกย้ำภาพเหมารวมของเพศใดเพศหนึ่งก็ต้องเริ่มตั้งแต่แนวคิดในกระบวนการพัฒนา AI เลย เพราะถ้าไม่เข้าไปแทรกแซงตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เทคโนโลยีก็จะเป็นตัวก่อร่างสร้างวัฒนธรรม แล้ววัฒนธรรมก็ย้อนมาก่อร่างสร้างเทคโนโลยีอีกที

วนลูปกันไปแบบนี้ไม่มีวันจบ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนรอย ครูเบญ ถึง ครูนิ่ม ซ้ำซาก วิกฤตระบบสอบครู
SONG SUNG BLUE | ‘มิตรรักนักเพลง’
ซีพี กับภาระอันหนักอึ้ง
Songs in the Key of Life : ใต้เงาจันทร์
‘บางสิ่งที่สูญหาย’ กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์
รู้จัก อับบาส อะรอกชี จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม
อนาคตการทำงาน คือ ‘ความเป็นคน’
เปิดโผ ตท.28 ดัน ‘แม่ทัพไก่’ ขึ้น 5 เสือจ่อ ผบ.ทบ. จัดทัพ ‘ฉก.คอแดง’ -แม่ทัพ 1ใหม่ ทบ.วัดพลัง ตท.26-ตท.28 ตท.27 เข็น ‘บิ๊กใหญ่’ ชิง ทบ.1
‘สงครามยูเครน ควรยุติได้แล้ว’ นาโต้คือกับดักที่ต้องถูกทำลาย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (13)
‘พันธุ์อาจ ชัยรัตน์’ โยน ‘บิ๊กไอเดีย’ ‘ยุบ-รวม’ กระทรวง ‘อว.-ดีอี’
เจ้าของ ‘แหวนตราประทับทองคำ’ อายุ 2,100 ปี พบใหม่ที่ดอนยายทอง เพชรบุรี ควรเป็นชนชาติใด?