bg-single

กาละแมร์ พัชรศรี : “จดหมายจากน้องรัก”

16.03.2018

ถึง พี่แมร์

นนท์อยากเล่าประสบการณ์การฝึกสอนเทอมนี้ให้ฟัง

การฝึกสอนเทอมนี้เป็นเทอมที่ท้าทายตัวเองพอสมควร

ตอนแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่เต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดและผิดหวัง

ร้องไห้บ่อยมากกก ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่คิดไว้เลย

ภาพโรงเรียนที่เคยเข้ามาดูงาน ทุกอย่างดูลงตัว ชอบที่นี่มากกก ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาดูงาน ตั้งใจว่าต้องมาฝึกสอนที่นี่ให้ได้ น้องจึงตัดสินใจเลือกโรงเรียนนี้เพื่อเข้ามาทดลองใช้ชีวิตการทำงานดู

เพราะการทำงานในบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและเป็นกันเองคงเป็นบรรยากาศการทำงานที่มีความสุขแน่เลย

แต่…ชีวิตจริงไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพที่วาดฝันไว้ ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง

น้องตกใจกับพฤติกรรมอะไรหลายๆ อย่างซึ่งขัดใจและขัดกับสิ่งที่เรียนมามาก

ในใจมีแต่คำถามว่า ทำไม ทำไม และทำไม

มีคำพูดที่ฟังแล้วไม่เข้าหู แต่จำเป็นต้องฟังไปตามหน้าที่

หรือผิดที่เราเองที่ยังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมตอนนี้ไม่ได้

เขาคุยกันในสิ่งที่เราเข้าไม่ถึง แล้วน้องยังมีอคติในใจอีก

ช่วงนั้นเลยเป็นช่วงที่ไม่มีความสุขกับการอยู่ในห้องเรียนเลย

ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกแย่ว่า

ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้

ขอย้ายตัวเองออกไปจากตรงนี้เลยได้ไหม

น้องอยากกลับไปอยู่คณะที่มีอาจารย์และเพื่อนคอยสนับสนุน

ไม่มีใครมาบั่นทอนจิตใจด้วยพฤติกรรมและคำพูด

แต่ความจริงแล้วน้องไม่น่าปล่อยความรู้สึกให้พฤติกรรมของเขามาบั่นทอน passion การทำงานของน้องเลย

 

ตอนนี้น้องไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย

ไม่ชอบการมาโรงเรียนแล้วกลับมานั่งร้องไห้

อยากมาโรงเรียนแล้วมีความสุข

เทอมที่แล้วฝึกสอนสนุกมาก อยากไปโรงเรียนทุกวัน อยากไปเจอเด็กๆ อยากเอาสื่อการสอนไปให้เด็กๆ ใช้

ดีใจเวลาที่เห็นเด็กๆ ตื่นเต้นกับงานของเราที่ตั้งใจทำมาเพื่อพวกเขา

ซึ่งตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้น น้องแทบไม่ได้สนใจเด็กเท่าที่ควรจะเป็น

มัวแต่อยู่กับความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ

และช่วงนี้โดนทักบ่อยมากว่า ดูไม่มีความสุขกับการไปโรงเรียนเลย

น้องก็ไม่ชอบการโดนทักแบบนี้เหมือนกัน

ช่วงนี้น้องจึงต้องการกำลังใจ ต้องการคนคอยเตือนสติ พาน้องออกมามองในมุมที่คนอื่นมองบ้าง

แล้วก็ได้รู้ว่าสิ่งสำคัญที่ควรทำให้ได้ในเวลานี้ คือ การรู้ให้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง

รู้ว่าตอนนี้กำลังรู้สึกอะไร สาเหตุของความรู้สึกเหล่านั้นคืออะไร

เป็นช่วงที่ต้องทำงานกับความรู้สึกของตัวเองหนักมาก

พี่แมร์เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้น้องผ่านเรื่องนี้มาได้ด้วยดี

 

สิ่งที่พี่แมร์พูดอยู่บ่อยๆ คือ “นี่แหละชีวิตจริง เราต้องเจอกับปัญหาบ้าง แต่ละคนย่อมเจอปัญหาที่ต่างกันออกไป บางทีเรายังไม่รู้หรอกว่าจะผ่านปัญหานี้ไปได้อย่างไร แต่ปัญหานี้จะทำให้เราโตขึ้นแน่นอน!”

น้องเริ่มทำใจยอมรับกับปัญหานี้ได้ รู้สึกพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วละ

เริ่มจากการพูดคุยและฟังเสียงของตัวเอง

ถึงแม้ในช่วงนั้นน้องพูดอยู่บ่อยๆ ว่า รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรู้สึกดีขึ้นกว่านี้ได้ แต่ขอเวลาที่ไม่รู้ว่าจะทำได้ตอนไหนเหมือนกัน

หลังจากนี้ น้องต้องรวบรวมพลังใจยกใหญ่เลยทีเดียว สามารถทำใจกับสภาพที่ต้องเผชิญได้มากขึ้น

โดยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เผลอปล่อยความรู้สึกของเราไปอีกแล้ว

ตอนนี้ต้องยอมรับและทำใจให้ได้ว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใครสักคนได้ ในเมื่อเขาเป็นของเขาแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

เราไม่ชอบที่เขาทำแบบนั้น เขาอาจไม่ชอบที่เราเป็นแบบนี้เหมือนกัน

ต้องนึกถึงใจเขาใจเราด้วย

ดังนั้น เรานี่แหละที่ต้องปรับมุมมองและความคิดของตัวเอง

ต้องไม่ปล่อยความรู้สึกที่เป็นพลังงานลบไปสู่คนรอบตัว

เพราะคนรอบตัวเขาก็รับรู้สึกพลังงานเหล่านี้ได้

ซึ่งคนที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือเด็ก น้องอยากให้เด็กได้รับแต่พลังงานดีๆ

น้องพยายามมองหาสิ่งเล็กๆ ที่เป็นความสุขในแต่ละวัน

เรื่องเหล่านี้เป็นตัวช่วยเติมพลังใจให้เวลาที่เจอเรื่องบั่นทอน

ชีวิตตอนนี้ก็โฟกัสให้ถูกจุดได้มากขึ้น

รู้ตัวว่าตอนนี้กำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน

ซึ่งในการไปโรงเรียน สิ่งที่น้องควรมองเห็นและเป็นความสุขให้กับน้องเสมอคือเด็กๆ

น้องอยากเป็นภาพความทรงจำที่ดีของเด็ก อยากเป็นครูที่ใจดีและเข้าใจพวกเขา

ซึ่งเห็นได้ชัดมากกกกก พอน้องโฟกัสได้ถูกจุด ยิ้มได้มากขึ้น พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เด็กต้องการสื่อสาร

เป็นครูคนเดียวในห้องที่เด็กอยากเข้ามาคุยและเข้ามาเล่นด้วย

บรรยากาศในห้องก็ดูมีความสุขมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

และในที่สุดถึงเวลาที่ต้องจากลา…

นับได้ว่าเป็นช่วงที่น้องกลับรู้สึกแย่ที่สุดเลย เหมือนไม่ไว้ใจคนที่จะดูแลเด็กต่อหลังจากที่เราออกไป

คิดแทนเด็กไปซะทุกอย่าง

เด็กพยายามเข้ามาพูดกับน้องอยู่บ่อยๆ ว่า “ครูนนท์อยู่กับหนูต่อได้ไหม ไม่ไปได้ไหม ถ้าครูนนท์ไปก็จะเหลือแต่ครูใจร้ายอยู่”

ประโยคที่ทำร้ายจิตใจน้องพอสมควร

การจากลาในเทอมนี้เลยเศร้ากว่าเทอมที่แล้วมาก

นึกไม่ออก ผูกพันกับเด็กที่พูดต่างภาษา ต่างเชื้อชาติกันได้ยังไง แต่พอเข้าใจซึ่งกันและกัน เรากลับรักเขาอย่างสุดหัวใจ

หลังจากนี้คงทำได้แค่การภาวนาให้เด็กมีพลังที่เข้มแข็งมากพอที่จะอยู่ในห้องเรียนกับเพื่อนๆ ได้อย่างมีความสุข

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่น้องทำตามที่พี่แมร์บอกคือ การให้กำลังใจตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ

บอกกับตัวเองในทุกเช้า ว่า “วันนี้เราจะผ่านไปได้อย่างมีความสุข อดทนไว้เยอะๆ นะ” แล้วจะรู้สึกรักตัวเองมากขึ้น

เมื่อเรารักตัวเอง เราจะมอบความรักของเราให้คนอื่นต่อไป

เมื่อเรามีทั้งสองสิ่งนี้ เราจะมอบความรักของเราให้คนอื่นต่อไป อาจเป็นการออกไปทำสิ่งที่รักด้วยความเต็มที่และตั้งใจทำให้ดีที่สุด คนรอบข้างจะได้รับพลังงานดีๆ จากเราต่อไป…

ยิ่งไปกว่านั้นคือ เราต้องตระหนักว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ แต่เราสามารถพัฒนาตนเองได้เสมอ

 

การฝึกสอนเทอมนี้น้องได้เรื่องการทำงานกับความรู้สึกของตัวเองเยอะมากกก

ต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่เป็นทุกข์ของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง

และรู้สึกดีทุกครั้งที่พาตัวเองออกมาได้

แต่แน่นอนว่า ถ้าน้องอยู่ตัวคนเดียวคงไม่ผ่านมาได้รวดเร็วขนาดนี้

อาจปล่อยมือยอมแพ้ ไม่เดินหน้าต่อก็เป็นไปได้

ขอบคุณพี่แมร์ที่อยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจ ให้คำแนะนำ

ส่งพลังให้น้องเสมอ

ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

นนท์เอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร