bg-single

Archetype งานจิตรกรรมในบรรยากาศของถ้ำ ของ ธนวัฒน์ นุ่มเจริญ

30.03.2026

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนหน้าที่จะมีงานจิตรกรรมบนผืนผ้าใบ มนุษย์มักวาดภาพจิตรกรรมบนฝาผนังโดยเฉพาะฝาผนังถ้ำ โดยมักถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขาพบเห็น ประสบพบเจอ หรือแม้แต่จินตนาการ ตำนาน นิทาน และเรื่องเล่าให้คนได้ดูชม

เช่นเดียวกับผลงานในนิทรรศการครั้งล่าสุดของธนวัฒน์ นุ่มเจริญ ศิลปินหนุ่มชาวศรีสะเกษโดยกำเนิด แต่อาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ เขาทำงานกับสื่ออันแตกต่างหลากหลาย ในการสำรวจมิติทางสังคมการเมืองและปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกรอบตัว ธนวัฒน์มักเล่าเรื่องความหลงใหลในความพิศวงของจุดกำเนิดสรรพสิ่ง โดยผนวกจินตนาการส่วนตัวกับตำนาน, นิทานปรัมปรา, เรื่องเล่า และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ผ่านผลงานจิตรกรรม, ประติมากรรม หรือแม้แต่งานวรรณกรรม

ในนิทรรศการศิลปะครั้งล่าสุดของธนวัฒน์ ที่มีชื่อว่า Archetype ในโครงการศิลปะ MOMENTUM #05 ของ FAZAL Unlimited ที่นำเสนอให้เห็นถึงงานศิลปะในฐานะร่องรอยที่ปรากฏขึ้นจากกระบวนการทางความคิดและวัตถุที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวคิดเรื่อง “ถ้ำ” ซึ่งถูกพิจารณาทั้งในสถานะสถานที่จริงและโครงสร้างเชิงสัญลักษณ์ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

ถ้ำมีสถานะพื้นฐานในจิตสำนึก เป็นทั้งที่พักพิงและสถาปัตยกรรม รวมถึงเป็นพื้นที่แรกที่มนุษย์เริ่มบันทึกภาพและท่าทางลงบนผนัง ภาพวาดในถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาพสัตว์ การล่า และสัญลักษณ์นามธรรมมิได้เป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์ หากยังเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อ การดำรงอยู่ และภาพฝันซึ่งอยู่ลึกกว่าภาษาเขียน

ธนวัฒน์กล่าวถึงที่มาที่ไปของนิทรรศการครั้งล่าสุดของเขาว่า

“FAZAL Unlimited เป็นพื้นที่หนึ่งของ TARS Unlimited ที่แยกมาทำส่วนตัว นิทรรศการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อเนื่องชื่อ MOMENTUM ซึ่งเป็นนิทรรศการที่เขาจัดแสดงงานชิ้นที่มีขนาดใหญ่ และงานนี้เป็นงานที่ผมคุยกับ TARS Unlimited มาสักพัก ประมาณเกือบสองปี แนวคิดตอนนั้นเราคุยกันเรื่องของแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องถ้ำ และการเอางานเข้าไปอยู่ในถ้ำแบบหลวมๆ แต่ระหว่างนั้นผมยังไม่มีแนวคิดว่าควรเป็นแบบไหน มีแค่การทำงานจิตรกรรมที่เหมือนคุยกับถ้ำทั้งทางกายภาพ และแนวคิดของมัน หลังจากนั้นผมก็ไปทำงานนิทรรศการอื่นก่อน แล้วก็ค่อยๆ คิดไปเรื่อยๆ พอได้จังหวะที่จะทำจิตรกรรมสำหรับการแสดงในนิทรรศการนี้ ผมอ้างอิงมาจากงานจิตรกรรมเก่าชิ้นหนึ่ง ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานที่แสดงกับ TARS Unlimited ที่สยามพารากอน เป็นภาพของห้องที่มีหน้าต่างเปิดออกและมีตัวไคเมียรา (Chimera) เข้ามาในห้อง

ภาพนั้นชื่อว่า Dream Image (Chimera) (2025) เหมือนผมสนใจร่างกายของไคเมียราในฐานะสัตว์ประหลาด ที่ผมชอบใช้สัตว์หรือว่าสัตว์ประหลาดเป็นสัญลักษณ์แทนบางอย่าง และไคเมียราเป็นสัตว์ประหลาดที่มีส่วนผสมของสัตว์หลายๆ อย่างทั้งสิงโต แพะ และงูในตัวเดียว และผมรู้สึกเชื่อมโยงกับมันตรงที่งานของผมมีการใช้การทับซ้อนกันทั้งภาพและชั้นของงานจิตรกรรมผสมอยู่ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ชัดเจนมากว่าคืออะไร แต่พอทำนิทรรศการชุดนี้ก็เหมือนมีภาพนี้อยู่”

ผลงานจิตรกรรมในนิทรรศการครั้งนี้ของเขายังได้แรงบันดาลใจมาจากงานจิตรกรรมของจิตรกรในยุคโพสต์-อิมเพรสชันนิสม์ (Post-Impressionism) อย่างอ็องรี รูโซ (Henri Rousseau) อีกด้วย

“ระหว่างนั้น ผมก็ได้แนวคิดอีกอย่างมาจากงานจิตรกรรมของอ็องรี รูโซ ที่เป็นแรงบันดาลใจหลักให้นิทรรศการครั้งนี้ เพราะพอผมนึกถึงภาพของไคเมียราที่ตัวเองวาด ก็ทำให้นึกถึงภาพ The Sleeping Gypsy ของรูโซ ซึ่งเหมือนมีองค์ประกอบที่ทำให้เรานึกถึงภาพจิตรกรรมชิ้นนั้น แต่ว่าภาพ The Sleeping Gypsy จะเป็นภาพของผู้หญิงยิปซีกับสิงโต แต่งานของผมเป็นภาพของมนุษย์กับไคเมียราแทน ผมเริ่มจากการสร้างบทสนทนากับงานของรูโซ ตัวงานก็เริ่มมาจากการที่ผมวาดภาพ The Sleeping Gypsy ขึ้นใหม่ แต่แยกองค์ประกอบของงานออก จะมีภาพชิ้นเล็กที่คล้ายกับเป็นลายเส้นของภาพ The Sleeping Gypsy อยู่ แต่ไม่มีสิงโต สิงโตจะไปปรากฏในภาพวาดอีกชิ้นหนึ่งแทน ส่วนสิงโตในภาพนี้จะกลายเป็นไคเมียราแทน

ส่วนภาพจิตรกรรมชิ้นใหญ่ก็เหมือนถอดแบบออกมาจากภูมิทัศน์ของภาพวาด The Sleeping Gypsy คือเป็นภาพของทะเลทรายที่มีคนนอนอยู่ ผมชอบห้วงเวลาระหว่างความอันตรายกับความสงบนิ่ง ซึ่งมีทั้งความคลุมเครือดูเหมือนเป็นความฝันอะไรสักอย่าง ภาพที่ผมทำก็พยายามถ่ายทอดลักษณะนั้นออกมา คนที่อยู่ในอากัปกิริยาที่นอนอยู่พร้อมกับสัตว์หรือสัตว์ประหลาดและดูกลมกลืนกับภูมิทัศน์ โดยรวมเหมือนผมพยายามค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ด้วยเหมือนกัน

อย่างงานจิตรกรรมชิ้นใหญ่ ผมก็เปลี่ยนวิธีการสร้างสรรค์นิดหน่อย คือจากงานก่อนหน้านี้ที่เป็นการทับซ้อนกันของเนื้อสี ในงานชุดนี้ผมก็พยายามลดตรงนั้นลง และทำให้เป็นสิ่งที่มองเห็นแทน ส่วนงานจิตรกรรมชิ้นเล็ก ผมก็เริ่มลองใช้สีน้ำมันผสมสีอะคริลิก เพราะผมเพิ่งรู้สึกโดยบังเอิญว่าเข้ากับแนวคิดของงานเกี่ยวกับไคเมียราของผม ซึ่งเป็นสัตว์ที่ผสมจากสัตว์หลายชนิดเหมือนกับการผสมเทคนิคการใช้สีของผมเหมือนกัน ภาพวาดทั้งหมดในนิทรรศการค่อนข้างมีความขมุกขมัวและมืดครึ้ม และมีการจัดแสงในห้องแสดงงานที่ทำให้มีความรู้สึกคล้ายๆ กับเข้าไปในพื้นที่ของถ้ำ”

ลักษณะการจัดบรรยากาศที่ทำให้เรารู้สึกถึงความเป็น “ถ้ำ” ในนิทรรศการครั้งนี้ยังอาจทำให้เรานึกถึงแนวคิดของนักปรัชญาชาวกรีกโบราณ เพลโต อย่าง “อุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำ” ขึ้นมาตงิดๆ หากแต่ธนวัฒน์แย้งว่า

“การทำงานในนิทรรศการครั้งนี้ผมไม่ได้ใช้ปรัชญาของเพลโตสักเท่าไร เพราะถ้าดูจากชื่อนิทรรศการ Archetype นั่นคือผมสนใจปรัชญาของ คาร์ล ยุง (Carl Jung) ซึ่งมีการพูดถึงเรื่องถ้ำเหมือนกัน ในแง่ที่ถ้ำเป็นจุดกำเนิดของชีวิต เปรียบเสมือนมดลูกและครรภ์มารดา เหมือนถ้ำเป็นพื้นที่ในรูปแบบหนึ่ง เวลาที่ผมทำงาน ผมคิดถึงแนวคิดที่ว่า ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยแห่งแรกของมนุษย์ นับตั้งแต่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นพื้นที่แรกๆ ที่มนุษย์ใช้สร้างสรรค์งานศิลปะ ก็เกิดขึ้นบนฝาผนังถ้ำเช่นกัน รวมถึงแนวคิดที่พูดถึงพื้นที่ทางจิตใต้สำนึก ที่ใช้ภาพแทนเป็นทะเลทราย ซึ่งเชื่อมโยงกับภาพวาด The Sleeping Gypsy ของรูโซ และภาพที่ผมวาดพอดี รวมถึงเรื่องของสัตว์ประหลาดไคเมียราที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่คาร์ล ยุง พูดถึงการประกอบสร้างตัวตนที่อาจเกิดขึ้นจากหลายสิ่งหลายอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเรา บางทีสัตว์ประหลาดก็อาจเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในและกำลังหลับอยู่ก็เป็นได้

ส่วนงานจิตรกรรมชิ้นเล็กจะเป็นการพูดถึงการเป็น Archetype หรือภาพประทับได้ดี ในแง่ที่ว่าวิธีการที่ผมวาดภาพเป็นเหมือนการถ่ายทอดสีน้ำมันลงไปบนพื้นผิวผ้าใบที่ตกแต่งให้ดูคล้ายกับร่องรอยของผนังหิน และค่อยวาดสีอะคริลิกลงไปอีกทีหนึ่ง ภาพจิตรกรรมชิ้นเล็กค่อนข้างชัดเจน เพราะมีแหล่งอ้างอิงมาจากภาพที่มีอยู่แล้ว ทั้งงานรูโซหรือไคเมียรา ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนแหล่งอ้างอิง”

ภาพขนาดใหญ่มหึมาในนิทรรศการครั้งนี้ที่ทำหน้าที่เป็นแกนกลางของการจัดแสดง ที่มีลักษณะของเฟรมสามชิ้นต่อเนื่องกันในแบบ Triptych ยังอาจทำให้เรานึกไปถึงแนวคิดในเชิงศาสนาได้ หากแต่ธนวัฒน์แย้งว่า

“งานจิตรกรรมชิ้นใหญ่ของผมไม่ได้มีนัยยะทางศาสนาอย่างชัดเจน แต่อาจสื่อถึงได้บ้าง เพียงแต่เป็นการเอาชิ้นส่วนเล็กๆ มาเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ก่อนหน้านี้ผมยังไม่เคยทำงานจิตรกรรมชิ้นใหญ่ขนาดนี้ นี่เป็นงานจิตรกรรมชิ้นใหญ่ที่สุดที่ผมเคยทำ ส่วนงานจิตรกรรมชิ้นเล็กเป็นการทำงานที่บอกเล่าถึงการเป็น Archetype ของภาพจิตรกรรมชิ้นใหญ่ออกมา”

การจัดแสงในนิทรรศการครั้งนี้ยังมีความมืดครึ้มสลัวรางคล้ายกับบรรยากาศของถ้ำ ซึ่งแตกต่างจากการจัดแสงให้สว่างกระจ่างตาเหมือนนิทรรศการตามปกติทั่วไป

“ผมอยากให้บรรยากาศมีความคลุมเครือ และมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำ ตัวงานจิตรกรรมเองก็ไม่ได้มีขอบที่ชัดเจน ค่อนข้างมีความฟุ้ง และสีที่เหลื่อมซ้อนกัน และค่อนข้างเป็นสีสันในโทนมืดนิดหน่อย และมีรายละเอียดที่ไม่ค่อยชัดเจน ให้ความรู้สึกเหมือนเราต้องเพ่งดูงานนิดหน่อย เหมือนเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่เราเข้าไปพบในถ้ำได้จริงๆ”

ธนวัฒน์ยังทิ้งท้ายถึงความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนิทรรศการครั้งนี้ของเขาว่า

“MOMENTUM คือชื่อของโครงการที่ทาง FAZAL Unlimited จัดขึ้นเป็นครั้งที่ห้าแล้ว โดยเป็นโครงการที่ต้องการให้ศิลปินมาทำงานชิ้นใหญ่ ส่วนชื่องานของผมครั้งนี้คือ Archetype ซึ่งหมายถึงภาพที่ประทับอยู่ เป็นเหมือนต้นแบบบางอย่างให้กับภาพอื่นๆ หรือในแนวคิดเชิงปรัชญาของคาร์ล ยุง ก็เป็นเหมือนจิตสำนึกรวมของมนุษย์ ว่าทำไมเราถึงมีความฝันคล้ายๆ กัน มีความกลัวคล้ายๆ กัน เช่น กลัวงู ถึงแม้โลกนี้จะกว้างใหญ่ แต่ก็มีอารยธรรมที่คล้ายคลึงกัน เพราะจิตใต้สำนึกเป็นการแบ่งปันอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน ถึงแม้อารยธรรมของมนุษย์ในหลากเชื้อชาติอาจจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่ว่ามีการเชื่อมโยงกันในระดับจิตใต้สำนึก

ผลงานของผมเป็นการแสดงอากัปกิริยาของการหยุดพัก อย่างเช่น สัตว์ประหลาดที่นอนร่วมกับมนุษย์ หรือสิ่งที่มีความคลุมเครือ ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนเรากลับเข้าไปในถ้ำ และอยู่กับตัวเองเหมือนเราได้เพ่งมองอะไรสักอย่างแล้วนึกถึงมัน เหมือนเป็นการหยุดพักเพื่อใช้ความคิดจากข้างใน เหมือนกับการเพ่งมองภาพจิตรกรรมเพื่อสำรวจเรื่องราวในนิทรรศการครั้งนี้ของผม”

นิทรรศการ Archetype ในโครงการศิลปะ MOMENTUM #05 โดย ธนวัฒน์ นุ่มเจริญ จัดแสดงที่ FAZAL Unlimited ถนนบำรุงเมือง ตั้งแต่วันที่ 12 – 31 มีนาคม 2569

ขอบคุณภาพจากศิลปิน ธนวัฒน์ นุ่มเจริญ และ FAZAL Unlimited



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’