อย่า”2น”-ระ”เน”ระ”นาด” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
อย่า”2น”-ระ”เน”ระ”นาด”
แม้การเถลิงยุค”น” น.หนู-น.เนวิน-น.น้ำเงิน จะไม่เต็มเหนี่ยว สุด-สุด
เพราะบังเอิญมีประเด็น “น.น้ำมัน” มหาวิกฤตจากสงครามเข้ามาเบียดแทรก
อย่างไรก็ตาม 293 เสียงที่โหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ยุค”น”เรืองรองไม่เบา
พรรคขั้วรัฐบาลใหญ่อย่าง”เพื่อไทย”ที่ถูกมองว่าสามารถพลิกผันสมการการเมืองได้
แต่ดูจะเป็น”เนื้อเดียวกัน”กับพรรคภูมิใจไทย
การต่อรอง หรือ”ซุ่มซ่อน”เหลี่ยมมุมทางการเมือง ยังไม่ปรากฏ”เบาะแส”ให้เห็น
ตรงกันข้าม สิ่งที่เกิดกับ ตระกูลหวังศุภกิจโกศล ก็ดูแปร่งๆว่าภูมิใจไทย กำลังรุกไล่เข้าไปในเพื่อไทยหรือไม่
แม้อีกด้าน 6เสียง จาก”ไทรวมพลัง”ที่ใกล้ชิดกับ”หวังศุภกิจโกศล” ยินยอม”มอบตัว”สนับสนุนนายอนุทินอย่างไร้เงื่อนไข แต่การบดขยี้ก็ยังเข้มข้น
นอกจากนี้ที่ควรขีดเส้นใต้ไว้หน่อย
นั่นคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคดีเอ็นเอของ”ลุงตู่” หลังปรับบุคลากรในพรรค โดยการถอนตัวออกไปของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส่งไม้ต่อให้อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ใบอนุญาต กระโดดขึ้นรถไฟ”หนู”นาทีสุดท้าย
สะท้อนภาวะอีก”เนื้อเดียวกัน”ของปีกอนุรักษ์ และตอกย้ำภาวะ”สามัคคีส่วนบน”อย่างน่าจับตาของนายอนุทินและพรรคสีน้ำเงิน
ขณะเดียวกันยังไปบั่นเซาะปีกฝ่ายค้านให้อ่อนแรงลง
การ”งดออกเสียง”ของพรรคกล้าธรรม และประชาธิปัตย์ แม้จะมีเหตุผลหล่อๆ
แต่ภาวะแทง”กลาง”แบบนี้ นายอนุทินและภูมิใจไทย มีหรือจะไม่รีบเก็บข้อมูลใส่แฟ้ม ไว้เป็น”ทางเลือก”ทางการเมืองในวันข้างหน้า
และที่ครึ้มอกครึ้มใจยิ่งไปกว่านั้น
นั่นคือ ปรากฏการณ์”งูส้ม”ของส.ส.อุดรธานี เขต 7 ที่แหกมติพรรคมาหนุนนายอนุทิน
แม้จะเพียงเสียงเดียว แต่ก็สะท้อนว่า พรรคคนยุคใหม่ “เจาะเข้า-เจาะได้” และอาจมีคนอื่นอีก
ปรากฏการณ์”งูส้ม” แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ว่าเป็น”ฤทธิ์”ของใคร
แต่ ก็คงเป็นสิ่งที่ภูมิใจไทย เอาใจใส่อยู่ไม่น้อย
เพราะฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคส้ม ยิ่งระส่ำระสายมากเท่าไหร่ นอกจากเป็นผลดี กับรัฐบาลแล้ว
กองหนุนพรรคสีน้ำเงินที่ห่วงกังวลกับการเติบโตของพรรคส้ม ยิ่งพึงใจ
เงื่อนไขต่างๆตอนนี้ จึงดูเหมือนจะเอื้อ การเมืองยุค “น” อย่างยิ่ง
กระนั้น อย่างที่บอกตอนต้น บททดสอบสำคัญที่ตีคู่มากับการเฉลิมฉลองสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน คือเรื่อง”น.น้ำมัน”
ซึ่ง”หนักหนาสากรรจ์”ยิ่ง
แม้ฝ่ายที่เชียร์นายอนุทิน จะมองว่าบวก นายอนุทิน ผ่านเรื่องหนักๆมาตลอด ไม่ว่า กรณีสงครามเชื้อโรคโควิด กรณีสงครามไทย-กัมพูชา แต่ก็สามารถเอาตัวรอดมาได้
อย่างไรก็ตาม ในห้วงโควิด นายอนุทิน มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเกราะกำบังให้ ส่วนกรณีไทย-กัมพูชา กองทัพก็เป็นหลักให้
แต่กรณีสงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ นายอนุทินรับผิดชอบและเจอแรงปะทะโดยตรง
ที่ผ่านมาก็ถูกตั้งคำถามอยู่ไม่น้อย ว่า”มือถึง”ขนาดไหน
ความโกลาหลในปั๊มน้ำมันทั่วประเทศที่ยังแก้ไม่ตก เป็นภาพ”สะท้อน”ไม่น้อย
และที่น่ากังวลหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จากวิกฤตน้ำมันจะขยายไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ
จะท้าทายจุดแข็งที่สุดของรัฐบาลนาบยอนุทิน คือ”รัฐมนตรีคนนอก”จะรับมือไหวไหม
หากไม่ไหว ก็เหนื่อยหนัก
เพราะเมื่อ แลเข้าไปในโผรัฐมนตรีที่กำลังเร่งมือตั้ง
มากไปด้วยเสียงวิพากษ์ ไม่ว่ารมต.โควต้าบ้านใหญ่ โควต้าลูกเทพ
ไม่ได้สร้างความหวัง หรือมีบรรยากาศชวนให้”ฮันมีมูน”เท่าใดนัก
ซึ่งก็หวัง รัฐบาลยุค”น.” จะเอาตัวรอดได้
ไม่เกิดภาวะ”น”ด้านลบ คือ ระเนระนาด ตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่า
—————-
