บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

เชลยศึกสงครามลาว (26)

18 ธันวาคม 2514

การเข้าตีด้วยกำลังทางพื้นดินตามขั้นตอนที่ 1 ของ “CAMPAIGN Z” เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. ของวันที่ 18 ธันวาคม ตาม “CAMPAIGN Z” ของนายพลเหงียน ฮู อัน ซึ่งจะเป็นการรบครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แห่ง “สงครามลับ สงครามลาว” เปิดฉากขึ้นแล้ว ณ บัดนั้น

บันทึกของ “ผาอิน”

“ผาอิน” หรือร้อยโทสัญชัย บุณฑริกสวัสดิ์ (ยศสุดท้ายพลตรี เสียชีวิตแล้ว) แห่งกองพันทหารปืนใหญ่ 635 บันทึกว่า

“เช้าตรู่ข้าศึกประชิดแนวฝ่ายเราทุกด้าน โดยเฉพาะด้านตะวันออกคือภูเทิง ข้าศึกทุ่มกำลังเข้าสู่ที่ตั้งของ พัน. ทสพ.609 ‘ไชยบุรี’ ระดมยิงอาวุธหนักทุกชนิดเข้าสู่ที่ตั้งของฝ่ายเราที่ภูเทิง พร้อมกับใช้ปืนใหญ่ และอาวุธหนักต่างๆ ยิงถล่มกดฐานยิงปืนใหญ่ฝ่ายเราไว้ไม่ให้สนับสนุนหน่วยต่างๆ ได้เต็มที่ จนกระทั่งกองร้อยที่ 1 พัน. ทสพ.609 ถูกระดมยิงด้วยอาวุธหนักเป็นจำนวนนับพันนัด เกิดไฟลุกท่วมฐาน กำลังพลแตกกระจัดกระจาย และสูญเสียเป็นจำนวนมาก บางส่วนตีฝ่าไปทางทิศใต้ บางส่วนหนีไปรวมกับที่ตั้ง บก.พัน. ไชยบุรี ซึ่งยังคงต่อต้านข้าศึกต่อไป แม้ว่าจะเหลือกำลังเพียง 2 กองร้อย กระสุนและเสบียงต่างๆ ไม่มีทางได้รับเพิ่มเติม เพราะข้าศึกล้อมไว้หมดทุกด้านแล้วก็ตาม บก.ฉก.วีพีได้สั่งการให้ยึดรักษาที่ตั้งไว้ให้ได้ ห้ามมิให้ตีฝ่าออกมาเป็นอันขาด ในวันนั้นทางด้านตะวันออก ฝ่ายเรายังคงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ทางด้านเหนืออันเป็นที่ตั้งของฐานยิงคิงคอง พัน. ทสพ.606 และ พัน. ทสพ.608 ข้าศึกได้ระดมยิงอาวุธหนักทุกชนิดพร้อมทั้งเคลื่อนกำลังประมาณ 7 กองพันเข้าประชิดภูเก็งจากทิศเหนือและทิศตะวันออก ปืนใหญ่ฐานยิงคิงคองได้ทำการยิงต่อต้านอย่างหนัก แม้จะถูกข้าศึกระดมยิงมายังที่ตั้งอย่างหนาแน่น จนกระทั่งกำลังพลของเราได้รับบาดเจ็บหลายนาย และเมื่อเวลา 10.00 น. พัน. ป.ทสพ.635 ของเราก็สูญเสียนายทหารคนแรกคือ หน.โภคิน รอง ผบ. ฐานยิงคิงคอง ขณะออกไปดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บนอกบังเกอร์โดยที่ถูกกระสุนปืนใหญ่ 130 มม. ของข้าศึกตกในระยะใกล้ สะเก็ดระเบิดถูกที่สำคัญทำให้เสียชีวิตทันที เรารับทราบการสูญเสียของ หน.โภคินด้วยความเศร้าสลดใจ แต่การเสียชีวิตด้วยความกล้าหาญของ หน.โภคินกลับเป็นกำลังใจให้พวกเราปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งขึ้น หน.ทุกนายที่ฐานยิงคิงคองแยกย้ายกันออกปลอบขวัญกำลังพลและควบคุมการปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้สามารถหยุดยั้งข้าศึกไว้ได้เป็นเวลานานกว่าทางด้านอื่น

ทางด้านตะวันออกของทุ่งไหหิน อันเป็นที่ตั้งฐานยิงสติงเรย์กับ พัน. ทสพ.610 สองกองร้อย (อีกหนึ่งกองร้อย คือกองร้อยที่ 2 ได้แยกไปเป็นหน่วยระวังป้องกันให้กับฐานยิงแพนเทอร์) และทางด้านใต้อันเป็นที่ตั้งฐานยิงคิงคอบร้า กับ พัน. ทสพ.604 ข้าศึกก็ได้ระดมยิงอาวุธหนักมายังที่ตั้งตั้งแต่เย็นวันที่ 18 ธันควาคม 2514 เพื่อขัดขวางไม่ให้ปืนใหญ่ของเรายิงช่วยด้านตะวันออกได้ พร้อมกันนั้นก็ส่งกำลังเข้าโอบล้อม

ที่ปรึกษา บก.ฉก.วีพี (หน.ทน) และ ผบ.ฉก.วีพี (หน.แสน) ได้สั่งให้ทุกหน่วยพยายามรักษาที่มั่นไว้ให้ได้ ทางด้านกำลังทหารท้องถิ่นของนายพลวังเปาก็ถูกข้าศึกตีแตก และถอยร่นผ่านแนวหน้าฝ่ายเราเข้ามาทุกด้านแล้ว (ทางด้านเมืองสุยกำลังทหารท้องถิ่นฝ่ายเราก็ต้องเสียที่มั่นไปตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 18 ธันวาคม นี้เช่นเดียวกัน)”

บันทึกของ “ภูสิน”

“ภูสิน” ร้อยตรีสัมพันธ์ แจ้งเจนเวทย์ (ยศสุดท้ายพลตรี เกษียณราชการ) นายทหารอำนวยการยิงฐานยิงไลอ้อนซึ่งมีภารกิจหลักในการยิงสนับสนุนกำลัง บีซี.609 บนยอดภูเทิงที่หมายเข้าตีหลักของเวียดนามเหนือบันทึกเหตุการณ์ในวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2514 ไว้ว่า

“ผมตื่นทำกิจวัตรส่วนตัวตั้งแต่เช้ามืด ก่อน 05.00 น.เช่นปกติ เมื่อเดินกลับจากเข้ามาในศูนย์อำนวยการยิง ได้ยินเสียงกระสุนปืนใหญ่แหวกอากาศหวีดหวิวผ่านศีรษะไปตกเลยที่ตั้งใจยิงไป รู้สึกว่าตกใกล้กว่าทุกๆ ครั้ง เพราะได้ยินเสียงดังใกล้มาก ผมนึกในใจว่า เล่นกันแต่เช้ามืดเชียวนะวันนี้ แล้วก็มาสั่งยิงต่อต้านไปตามตำบลที่เคยยิงไปแล้ว แต่วันนี้แปลก เขาไม่หยุด ยังคงยิงเข้ามาเป็นระยะๆ เว้นช่วงสัก 5-10 นาที ก็ส่งมาให้ซะ เสียนัดสองนัด เราก็รายงานไปสิงหะ (บก.ฉก.วีพี.) ได้รับคำตอบอย่างกล้าหาญว่า ‘ฟ้าเปิดแล้วจะส่งเครื่องบินไปโจมตีทางอากาศให้’

นอกจากนี้ ข้าศึกยังคงใช้ปืนใหญ่โจมตี BC 609 และ BC 605 และยิงข่มปืนใหญ่ฝ่ายเราที่ไลอ้อนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไลอ้อนพยายามยิงตอบโต้เช่นกัน ข้าศึกยังส่งทหารราบเคลื่อนที่เข้าล้อม BC 603 ทางตะวันออกของ ‘มัสแตง’ และ BC 609 บนยอดภูเทิง ซึ่งเป็นภูมิประเทศสําคัญ ข้าศึกได้กำหนดให้เป็นที่หมายของการเข้าตีหลัก

‘ไลอ้อน’ ต้องยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องตลอดเวลา

จนรุ่งสว่างเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ‘ภูมิ่ง’ สั่งการให้ทุกส่วนทราบสถานการณ์ว่า ข้าศึกกำลังใช้กำลังเข้าตีฝ่ายเราในทุ่งไหหิน ให้ทุกส่วนเตรียมรับสถานการณ์ จนเกือบ 09.00 น.ฟ้าจึงเปิดและมีเครื่อง T-28 บินมาโจมตีทางตะวันออกเฉียงเหนือของ ‘ไลอ้อน’ อยู่พักหนึ่งแล้วก็บินกลับไป

ส่วนปืนใหญ่ของ ‘ไลอ้อน’ มีภารกิจยิงตามคำขอของหน่วย BC ที่อยู่ข้างหน้าเราไม่ได้หยุด ต้องยิงสนับสนุนหน่วยถึง 3 ภารกิจ หรือ 3 เป้าหมายในเวลาเดียวกัน โดยใช้ปืนใหญ่เป้าหมายละ 2 กระบอก (ขณะนี้ ‘ไลอ้อน’ มีปืนใหญ่ขนาด 155 มม. 4 กระบอก และขนาด 105 มม. 2 กระบอก จึงยิงได้สูงสุดในเวลาเดียวกันได้เพียง 3 เป้าหมาย แต่ละที่หมายใช้ปืนใหญ่ 2 กระบอกเพื่อผลในการทำลาย)

ประมาณ 10.00 น. ผมพอมีเวลาว่างจากภารกิจยิง ก็ออกไปชมภาพทุ่งไหหินในการรบบ้าง ผมลงไปในหลุมปืนว่าง ที่ไม่มีปืนใหญ่หลุมหนึ่ง เข้าไปในที่นอนของพลประจำปืน ไม่สว่างนัก เพราะทำเป็นบังเกอร์มิดชิด มีประตูเข้า-ออกกว้างประมาณ 1 เมตร เสาและคานใช้ไม้ซุงไม้สนทั้งต้นเอาผ้าร่มสีน้ำเงินทำเป็นม่านเพื่อพรางแสงไฟ เข้าประตูไปทางขวาทำยกพื้นเป็นที่นอนกว้างขวางพอนอนได้ราวๆ 10 คน ด้านเหนือ ทำเป็นช่องยาวประมาณ 2 เมตร กว้างประมาณครึ่งเมตร

ผมเข้าไปเห็น ‘ภูแสน’ รอง ผบ.ร้อย ป. 155 ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการระวังป้องกันไปตรวจการระวังป้องกันรอบที่ตั้งยิงร่วมกับ ‘ภูน้อย” ผู้บังคับหมวดระวังป้องกัน ตรวจเสร็จแล้วก็เข้ามาพักในหลุมปืนใหญ่นี้ พร้อมด้วยพลปืนเล็กอีก 2-3 คน ผมเข้าไปดูที่ช่องมองที่ว่า เห็นแต่ตำบลระเบิดของกระสุนปืนใหญ่ และกลุ่มควันจากปืนไร้แรงสะท้อนของข้าศึกที่ยิงฝ่ายเราที่นั่น ที่นี่ ทั่วไป ‘ภูแสน’ ร้องบอกผมว่า ภูสินไปดูอะไร มาเอนหลังเอาแรงไว้ก่อนดีกว่า

มดูภาพทุ่งไหหินในการรบอยู่สักอึดใจ ก็เดินมานั่งริมทางเข้าข้างๆ ‘ภูแสน’ ที่แคร่นอนนั้น ตั้งใจจะถามว่า ผมอยากรู้ว่ามันใช้หลักยิงฝรั่งเศสหรือรัสเซีย แต่ถามไม่ทันจบประโยค ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นตรงข้างหน้าช่องที่ผมยืนดูเมื่อสักครู่ที่แล้ว ผมเสียหลักล้มลงไปบนแคร่ฝุ่นตลบเต็มห้องจนมืดสนิท ใจนึกว่า บังเกอร์พังลงมาทับหรือเปล่า ก็เหวี่ยงมือออกไป แหวกผ้าม่านเห็นแสงภายนอกส่องเข้ามาได้ ก็สบายใจว่า บังเกอร์ไม่ได้พังปิดทางออก ข้างในพลปืนเล็กคนหนึ่งตกใจคุมสติไม่ได้ร้องโวยวายลั่น ผมตะโกนให้ทุกคนทยอยวิ่งออกไปข้างนอก ส่วนตัวผมเมื่อออกมาแล้ว ก็เข้าไปในศูนย์อำนวยการยิง พบ ‘ภูมิ่ง’ ท่านถามว่า คุณไปทำอะไรมา ผมไม่ทราบจะตอบอย่างไรเลยว่า มันยิงผม แล้วก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ผมหยิบกระจกเงามาส่องดูยังนึกขำตัวเองเพราะฝุ่นจับเต็มตัวตั้งแต่ผม หัว หู ใบหน้า เสื้อผ้า เห็นอยู่แต่ดวงตา คงหลับตาได้ทัน สำรวจดูตัวเองพบว่า สายสร้อยพระเครื่องที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลาขาดลงไปกองอยู่ที่เข็มขัดอย่างไม่รู้ตัว ถ้าผมยังยืนดูอยู่ที่เดิมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง นับว่าแคล้วคลาดภยันตราย หรือนิรันตรายจริงๆ ครับ ไม่เป็นไร ก็รีบไปทำความสะอาดร่างกาย และแต่งตัวมารบกันต่อ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

ตอนบ่ายข้าศึกได้ทวีความรุนแรงในการปฏิบัติยิ่งขึ้น กระสุนปืนใหญ่ข้าศึกตกในที่ตั้งยิงมากขึ้นและเห็นข้าศึกเคลื่อนที่เป็นกลุ่มก้อนจนต้องใช้ปืนใหญ่ยิงกลุ่มกำลังข้าศึกเหล่านั้นในทุ่งไหหิน หน่วยรับการสนับสนุนต่างรบติดพันกับข้าศึกจนไม่สามารถขอใช้ปืนใหญ่ยิงสนับสนุนได้ และ ‘ไลอ้อน’ เองก็ต้องใช้ปืนใหญ่ยิงเล็งตรงต่อข้าศึก ด้านตะวันตกของ ‘ไลอ้อน’ ฝ่ายเราได้ตรวจพบธงขาวและธงแดงปักสลับกันเป็นแถวเป็นแนวทางตะวันตกของ ‘ไลอ้อน’

ในตอนบ่าย บีซี 609 (ที่ยอดภูเทิง) รายงานว่า ข้าศึกเสียชีวิตนับร้อยทับถมกันที่แนวหน้า ฝ่ายเรา (บีซี 609) บาดเจ็บถ้วนหน้า

บีซี 605 (ทางตะวันออกและทางใต้ของ ‘ไลอ้อน’) พยายามตีโต้ตอบ แต่เป็นเพียงการจัดหน่วยไม่เกินระดับหมวดประมาณ 40 นายออกไปกวาดล้างจึงไม่ประสบความสำเร็จ กลับเป็นฝ่ายสูญเสียหลายนาย เฮลิคอปเตอร์ที่ฝ่ายเราขอมารับผู้บาดเจ็บส่งไปล่องแจ้งก็ถูกฝ่ายตรงข้ามยิง และก็ไม่มาสนับสนุนหน่วยในพื้นที่บ้านโตนและภูเทิงอีกต่อไป ในตอนค่ำ บีซี 605 ต้องนำศพผู้เสียชีวิตจากการออกไปกวาดล้างเมื่อตอนบ่าย มารวมไว้ที่ ‘ไลอ้อน’ เพื่อรอเฮลิคอปเตอร์มารับในวันต่อไป

คืนนี้ บรรดาหัวหน้าต่างแยกย้ายกันไปเยี่ยมเยียนกำลังพลตามส่วนต่างๆ ทุกคนมีขวัญกำลังใจดี เชื่อมั่นในผู้บังคับบัญชา หัวหน้าอยู่ผมก็อยู่ครับ และในคืนนี้ หัวหน้าต้องผลัดกันนอนเพื่อให้มีผู้สั่งการได้ตลอดเวลา นอกจากจะมีเหตุการณ์รุนแรง ต้องตื่นมาช่วยกันทุกคน แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครหลับลง ทุกคนมารวมกันในศูนย์อำนวยการยิง เพื่อแค่นั่งหลับตามโอกาสอำนวยเท่านั้นเอง ส่วนผมนั้น เป็นหัวหน้าที่ผ่านและมีประสบการณ์จากสมรภูมิเวียดนามที่อาวุโสน้อยที่สุดใน ‘ไลอ้อน’ จึงเป็นที่รักใคร่เอ็นดู ไว้เนื้อเชื่อใจของพี่ๆ ทุกท่าน มอบหมายงานให้เป็นพิเศษอยู่เสมอ ความรู้สึกผมในคืนนี้…วันนี้อำนวยการยิงได้สนุกที่สุด พรุ่งนี้จะอำนวยการยิงได้สักแค่ไหน? และในคืนนี้ ผมก็ได้รับภารกิจพิเศษจากพี่ภูมิ่ง ให้ศึกษาเส้นทางและเตรียมการรบหน่วงเวลาเข้าที่มั่นตามลำดับขั้นต่อไปตามแผน

คืน 18 ธันวาคม 2514 ในทุ่งไหหินช่างเป็นคืนที่เนิ่นนาน และผ่านไปด้วยความหวังที่ว่า พรุ่งนี้ สถานการณ์ฝ่ายเราคงจะดีขึ้น”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน