| การศึกษา
ในที่สุดก็ได้เห็นหน้าตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้สองรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย นำโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง นั่งแท่นเสมา 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.
คึกคักเป็นพิเศษ ทันทีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายประเสริฐ หรือครูไก่ ถือโอกาสเดินทางเข้า ศธ. ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ศธ. ปีที่ 134 เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา
แม้ไม่ใช่การมอบนโยบายอย่างเป็นทางการ แต่ก็พอเห็นแนวโยบายการศึกษา ที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยตั้งใจเข้ามาผลักดัน
นายประเสริฐระบุว่า การมอบนโยบายอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทั้งนี้ ศธ.เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาประเทศ โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) เองก็ให้ความสำคัญ และมีแนวคิดที่ตั้งใจจะเข้ามาดำเนินการใน 3-4 เรื่องหลักๆ คือ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ, ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ครูมีศักยภาพในการทำงานได้อย่างเต็มที่ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความทันสมัย
จัดทำมาตรการการดูแลนักเรียน ซึ่งเรื่องสำคัญคือ การลดภาระผู้ปกครอง โดยเฉพาะในช่วงที่มีวิกฤตทางเศรษฐกิจ น้ำมันแพง อีกทั้งยังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียน เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็จะได้เข้ามามอบนโยบายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ทั้งนี้หากเปิดภาคเรียนในช่วงเดือนพฤษภาคมแล้ว สถานการณ์ทั้งราคาน้ำมัน และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังไม่คลี่คลาย ก็อาจพิจารณาใช้มาตรการเรียนออนไลน์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ผู้ปกครอง แต่ขอประเมินสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อแก้ปัญหาให้เหมาะสม รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการศึกษา เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพลดค่าใช้จ่าย
ส่วนการดำเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน หรือ Anywhere Anytime นั้น ยังคงทำต่อเนื่อง เรื่องใดที่ดีอยู่แล้วก็ทำต่อ แต่เรื่องใดที่จำเป็น ก็อาจต้องมีการปรับเปลี่ยน ขอดูจุดอ่อนจุดแข็ง รวมถึงรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อพิจารณาดำเนินการในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุด
“ศธ.เป็นกระทรวงที่มีความท้าทาย ส่วนตัวไม่รู้สึกกดดัน เพราะเชื่อว่าด้วยศักยภาพของผู้บริหาร ศธ.และการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพจะสามารถขับเคลื่อนการทำงานไปสู่ภารกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ในอนาคต” นายประเสริฐกล่าว

ขณะที่ครูกอล์ฟ หรือนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 และว่าที่เสมา 2 กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า การศึกษาในปัจจุบันต้องอัพทูเดตมีความทันสมัย เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่การศึกษาไทยเหมือนถอยหลังไป 20 ปี วันนี้เราต้องคุยกันเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ รถไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อตามให้ทันโลกปัจจุบัน ดังนั้น จึงควรปรับระบบการศึกษา และหลักสูตรให้ทันสมัยให้ครูและนักเรียนมีความหวังกับการศึกษาไทย
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนมักบอกว่าการเมืองไม่ถูกจริต พัฒนาการศึกษาได้ไม่ตรงจุด แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ แม้ไม่ได้จบด้านการศึกษาโดยตรง แต่จะหาทีมที่ปรึกษาที่มีความรู้และความคิดที่ทันสมัยเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการทำงาน โดยอย่างแรกที่มองว่าควรต้องปรับปรุงคือ หลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความทันสมัย ทันโลก อย่างที่สองคือ ลดภาระครู โดยมองว่าครูไม่ควรไปทำงานธุรการ งานเอกสาร รวมถึงงานพัสดุต่างๆ แต่ควรใช้เวลาในการพัฒนาการสอนอย่างเต็มที่ แบบ 100% เพื่อให้เด็กได้รับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ วันนี้ทุกคนพูดถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบ แต่ยังไม่เห็นการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม” นายอัครนันท์กล่าว
พร้อมกับบอกว่า ทั้งหมดนี้อาจยังไม่สามารถทำได้ทันที เพราะ ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ การจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องเกิดการพูดคุย เพื่อให้การทำงานมีความสอดคล้องกัน
นอกจากนี้ ยังอยากผลักดันเรื่องการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ รวมถึงเดินหน้าเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ระหว่างเด็กในกรุงเทพฯ เด็กในเขตเมือง กับเด็กต่างจังหวัด
โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณที่ต้องกระจายให้ตรงจุด เน้นในพื้นที่ขาดแคลนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข เพื่อไม่ให้เด็กต้องวิ่งเข้ามาเรียนในเมือง เพราะโรงเรียนดี มีคุณภาพกระจุกตัวอยู่แต่ในเขตเมือง หรือในกรุงเทพฯ
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้คุณภาพการศึกษามีความใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ ครูกอล์ฟยังต้องการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เด็กทุกคนควรมีโอกาสได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทุนการศึกษาจากรัฐบาลทั้งหมด แต่ ศธ.สามารถเป็นตัวเชื่อมโยงแหล่งทุนการศึกษา จากภาคส่วนต่างๆ
รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักเรียน เพื่อให้เด็กมีโอกาสเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม
แต่ ศธ.ต้องมีคอนเน็กชั่น เพื่อผลักดันให้เด็กเข้าถึงทุนการศึกษาต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์ สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต การพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แนวคิดทั้งหมด ที่ทีมรัฐมนตรี ศธ.หยิบยกขึ้นมา ล้วนเป็นสิ่งที่สังคมเคยได้ยินมาแล้วหลายครั้ง แต่กลับยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
ดังนั้น จากนี้คงต้องจับตาว่า ทีมครูไก่-ครูกอล์ฟ จากพรรคเพื่อไทยจะทำได้จริงแค่ไหน และทำได้ต่อเนื่องเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์ของความสำเร็จ จะเห็นผลได้ชัดเจนจากคุณภาพการศึกษา และคุณภาพเด็กไทย ที่ส่งผลต่อการแข่งขันและการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง
