คุยกับทูต | เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน มหาอำนาจหลัก ในภูมิภาคคอเคซัสใต้ที่กำลังเติบโต (4)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
“ดังที่ผมได้กล่าวไปแล้ว อาเซอร์ไบจานและไทยมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่เป็นมิตร และในปัจจุบันเราไม่มีประเด็นค้างคาใดๆ ในวาระการประชุมทวิภาคี ดังนั้น การพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ของสถานทูต”
สำหรับยุทธศาสตร์หลักเพื่อกระตุ้นมูลค่าการค้าไทย-อาเซอร์ไบจาน นายเอลชิน บาชีรอฟ เอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย ชี้แจงว่า
“เมื่อปีที่แล้ว มูลค่าการค้าระหว่างอาเซอร์ไบจานกับไทยอยู่ที่ 147 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งออก
จากอาเซอร์ไบจานมายังไทยมีมูลค่า 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกจากไทยไปยังอาเซอร์ไบจานมีมูลค่า 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เราได้พิจารณาแล้วว่า ระดับการค้าในปัจจุบันยังต่ำกว่าศักยภาพที่มีอยู่
ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องเน้นสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโอกาสการค้าและการลงทุนในแวดวงธุรกิจ เพื่อขยายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม
ขณะนี้ สถานทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทยมุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยเตรียมจัดงานส่งเสริมการค้าการลงทุน เน้นสร้างความร่วมมือ B2B ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับอาเซอร์ไบจาน สำรวจโอกาสใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น พลังงาน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เพื่อใช้ประโยชน์จากที่ตั้งของอาเซอร์ไบจานในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงยุโรปและเอเชีย”

การจัดการประชุมแบบ B2B (Business-to-Business) คือการสร้างเวทีให้นักธุรกิจมาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และเจรจาการค้าโดยตรง เน้นการสร้างความเชื่อมั่นและเครือข่ายระยะยาว โดยมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยให้คู่ค้าเติบโตหรือมีกำไรเพิ่มขึ้น
“การลงนามในข้อตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างอาเซอร์ไบจานกับไทย จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยการสร้างความมั่นคงทางกฎหมายและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ขณะนี้ ร่างข้อตกลงดังกล่าวอยู่ระหว่างการเจรจา และเรามีความมุ่งมั่นที่จะสรุปและลงนามได้ในเร็ววัน”
ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนและสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความตกลงฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงทางกฎหมายให้กับนักลงทุน เพิ่มความเชื่อมั่น และกระตุ้นการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) การจัดทำข้อตกลงนี้จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และขยายโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการเจรจา ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
“เมื่อพิจารณาถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางการค้าในปัจจุบัน บริษัทไทยสามารถพิจารณาอาเซอร์ไบจานเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับการกระจายการส่งออกและโอกาสในการลงทุน”

เหตุที่อาเซอร์ไบจานเป็นที่น่าสนใจในเวลานี้ ด้านยุทธศาสตร์พลังงาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ อาเซอร์ไบจานเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซสำคัญในภูมิภาคคอเคซัส ที่ไทยสามารถติดต่อและสร้างพันธมิตรเพื่อความมั่นคงทางพลังงานได้
ที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ อาเซอร์ไบจานเป็นประตูเชื่อมโยงระหว่างเอเชียกับยุโรป เหมาะสำหรับการเป็นฐานการส่งออกและการขนส่งสินค้า
โอกาสการลงทุนใหม่ๆ รัฐบาลอาเซอร์ไบจานมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ
“ภาคพลังงาน เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีศักยภาพในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าของเรา ในปี 2025 อาเซอร์ไบจานส่งออกน้ำมันดิบมายังไทย 137,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2024 ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 376,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 234 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อาเซอร์ไบจานมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2006 น้ำมันดิบของอาเซอร์ไบจานจากทะเลแคสเปียนถูกส่งออกไปยังตลาดโลกผ่านทางท่อส่งน้ำมันบาคุ-ทบิลิซี-เซย์ฮาน (BTC)
ในปี 2025 ท่อส่งน้ำมันหลัก BTC ขนส่งน้ำมัน 27 ล้านตัน นอกจากนี้ ในปีเดียวกันอาเซอร์ไบจานยังส่งออกก๊าซธรรมชาติ 2.5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรผ่านทางท่อส่งก๊าซ
นอกเหนือจากประเทศในยุโรปแล้ว ยังมีตลาดใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในรายชื่อประเทศที่นำเข้าก๊าซจาก
อาเซอร์ไบจาน โดยประเทศที่เพิ่มเข้ามาล่าสุด ได้แก่ ซีเรีย เยอรมนี และออสเตรีย ปัจจุบันมี 12 ประเทศในยุโรปที่ซื้อก๊าซธรรมชาติจากอาเซอร์ไบจาน อาเซอร์ไบจานมีทรัพยากรพลังงานสีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ปัจจุบันอาเซอร์ไบจานกำลังสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมขนาดใหญ่หลายแห่ง พลังงานสีเขียวจากอาเซอร์ไบจานจะถูกส่งออกไปยังยุโรปผ่านทางสายเคเบิลใต้น้ำผ่านจอร์เจีย ทะเลดำ โรมาเนีย และฮังการี
อาเซอร์ไบจานยังจะทำหน้าที่เป็นประเทศทางผ่านสำหรับการส่งออกพลังงานสีเขียวที่ผลิตในเอเชียกลางด้วย”
บทบาทอาเซอร์ไบจานที่สำคัญ ได้แก่
ทางผ่านพลังงาน (Transit Hub) : เป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่จำเป็นในการขนส่งพลังงานสีเขียวจากฝั่งเอเชียกลางผ่านทะเลแคสเปียน
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน : จากเดิมที่เน้นน้ำมันและก๊าซ อาเซอร์ไบจานกำลังลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน
เขตเศรษฐกิจพิเศษอาลาต (Alat Free Economic Zone- AFEZ) จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการค้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

โอกาสการลงทุนสำหรับธุรกิจไทยในอาเซอร์ไบจาน
“ปัจจุบันอาเซอร์ไบจานกำลังดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อย เราสนใจที่จะดึงดูดการลงทุนจากไทยเข้ามาในโครงการเหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ลี้ภัยจะกลับคืนสู่ดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อยจากการยึดครองทางทหารอย่างผิดกฎหมายของอาร์เมเนียเกือบ 30 ปี กิจกรรมเชิงปฏิบัติที่สำคัญหลายอย่างได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
อาเซอร์ไบจานให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อย ได้แก่ ภูมิภาคคาราบัค (Karabakh) และซานเกซูร์ตะวันออก (Eastern Zangezur)
การเพิ่มความน่าดึงดูดใจในการลงทุน การผลิตที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อย เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญที่รัฐบาลอาเซอร์ไบจานกำหนดไว้
ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจกรรมการผลิตในภูมิภาคเหล่านี้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและศุลกากร (เช่น การยกเว้นภาษีและอากร) สัมปทานด้านบริการสาธารณูปโภค และอื่นๆ
ภาคส่วนสำคัญที่จะพัฒนาในดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อย ได้แก่ การทำเหมือง การเกษตร รวมถึงการผลิตไวน์ การท่องเที่ยว การขนส่งและบริการโลจิสติกส์ อุตสาหกรรม และพลังงานหมุนเวียน

ประเทศอาเซอร์ไบจานมีเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้ให้สิ่งจูงใจด้านการลงทุนแก่ผู้ประกอบการ เช่น การยกเว้นภาษีศุลกากรและภาษีอื่นๆ ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 0% ภาษีที่ดินและทรัพย์สิน 0% เป็นต้น
ในบรรดาเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านั้น เขตเศรษฐกิจพิเศษอาลาต (AFEZ) โดดเด่นเป็นพิเศษ AFEZ ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดของเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศ ใกล้กับท่าเรือนานาชาติบากู (Baku International Sea Port)
นอกจากกฎหมายที่เป็นมิตรต่อธุรกิจ และสิ่งจูงใจด้านภาษีและไม่ใช่ภาษีแล้ว AFEZ ยังให้บริการที่ดินอุตสาหกรรมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคพร้อมใช้งานทั้งในและนอกพื้นที่อีกด้วย
ข้อดีของเขตเศรษฐกิจพิเศษอาเซอร์ไบจาน (AFEZ) ได้แก่ การยกเว้นภาษีศุลกากรและภาษีนำเข้าและส่งออกในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับบุคลากรท้องถิ่น การไม่ต้องจ่ายเงินประกันสังคมและภาษีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันสำหรับบุคลากรต่างชาติที่มีทักษะ การไม่มีข้อจำกัดเรื่องการเป็นเจ้าของโดยชาวต่างชาติ และไม่จำเป็นต้องมีหุ้นส่วนท้องถิ่น การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีอื่นๆ การไม่มีข้อจำกัดเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการส่งคืนกำไร เป็นต้น
หนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลอาเซอร์ไบจานในการกระจายเศรษฐกิจออกจากภาคพลังงาน คือการพัฒนาภาคเกษตรกรรม
รัฐบาลกำลังลงทุนอย่างมากในการสร้างระบบอาหารและการเกษตรที่ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ อาเซอร์ไบจานมีผลผลิตผักและผลไม้คุณภาพสูงหลากหลายชนิด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสภาพภูมิอากาศที่หลากหลาย สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ มะเขือเทศ เฮเซลนัท แอปเปิล ลูกพลับ มันฝรั่ง และทับทิม
ในทางกลับกัน อาเซอร์ไบจานเป็นตลาดที่มีศักยภาพและน่าสนใจสำหรับผลไม้เมืองร้อนคุณภาพสูงของไทย”

แผนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มการรับรู้ (Awareness) ให้แก่นักท่องเที่ยวในประเทศไทย
“การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสองทิศทางและการส่งเสริมการติดต่อระหว่างประชาชนก็เป็นวาระสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราเช่นกัน ปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูตกำลังทำงานร่วมกับทางการไทยในการดำเนินโครงการที่เป็นรูปธรรมในด้านการท่องเที่ยว
ตัวแทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งรัฐของสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานเข้าร่วมงานแสดงสินค้าท่องเที่ยวที่จัดขึ้นในประเทศไทย เช่น งาน Thai International Travel Fair และ PATA Travel Mart งานเหล่านี้เป็นเวทีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของอาเซอร์ไบจานและจัดการประชุมแบบ B2B กับบริษัทท่องเที่ยวของไทย
นอกจากนี้ เรายังวางแผนที่จะจัดให้นักข่าวสายท่องเที่ยวและบล็อกเกอร์ด้านการท่องเที่ยวเดินทางไปยังอาเซอร์ไบจาน เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนชาวไทยเกี่ยวกับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศ”
โครงการนำนักข่าวและบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวไทยเยือนอาเซอร์ไบจาน เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการรับรู้ (Awareness) โดยใช้ Influencer Marketing เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ สอดคล้องกับแนวทางบูรณาการสื่อออนไลน์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการตลาดและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่ยังเป็นที่รู้จักน้อย (Unseen)
“การเปิดเที่ยวบินตรงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศของเรามีสายการบินต่างชาติชั้นนำแสดงความสนใจ และกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการบินตรงจากบากูไปยังกรุงเทพฯ และจากกรุงเทพฯ ไปยังบากู”
การเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างบากูกับกรุงเทพฯ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเพิ่มนักท่องเที่ยว โดยมีหลายสายการบินที่กำลังศึกษาความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์เพื่อเปิดเส้นทาง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงเมืองท่องเที่ยวสำคัญ และสอดคล้องกับแนวโน้มการปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ไทย
ข้อกำหนดในปี 2026 สำหรับการเดินทางเข้าประเทศ
“ปัจจุบัน พลเมืองไทยสามารถขอวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) สำหรับประเทศอาเซอร์ไบจานทางออนไลน์ได้ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของ ASAN Visa (evisa.gov.az) กระบวนการนี้รวดเร็ว โดยปกติจะดำเนินการภายใน 3 วันทำการ (หรือ 3 ชั่วโมงสำหรับวีซ่าเร่งด่วน) และอนุญาตให้พำนักได้ครั้งเดียวเป็นเวลาสูงสุด 30 วัน
สำหรับพลเมืองอาเซอร์ไบจานที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทยต้องขอวีซ่าออนไลน์ก่อน ซึ่งเรากำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานของไทยเพื่อรวมอาเซอร์ไบจานไว้ในรายชื่อประเทศที่พลเมืองสามารถขอวีซ่าได้เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินของประเทศไทย
โดยเราเชื่อว่า จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากอาเซอร์ไบจานมายังประเทศไทยมากขึ้น”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
