ทดสอบ STARLIGHT DARION EV รถครอบครัวครบเครื่อง-ราคาน่าโดน
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
วู่หลิง STARLIGHT DARION EV จัดเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ที่สร้างกระแสได้ไม่น้อยในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา
จุดเด่นสำคัญไม่พ้นประตูสไลด์ข้างทั้ง 2 ด้าน รวมถึงค่าตัวเริ่มต้นไม่ถึง 8 แสนบาท
หลังจากรถรุ่นนี้เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่นาน ทีมพีอาร์ของบริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ติดต่อมาว่าสนใจจะทดสอบหรือไม่
จากนั้นไม่นานรถ EV รุ่นนี้ส่งตรงถึงมือผม
สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ บอดี้ขนาดใหญ่พอประมาณ เมื่อดูจากสเป๊ก (กว้าง x ยาว x สูง) 1,870 x 4,910 x 1,770 มม. ฐานล้อ 2,910 มม.
ถือว่าอยู่ในระดับหัวแถวของรถในเซกเมนต์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น BYD M6, MG Maxus 7, Nissan SERENA หรือ Honda StepWGN
โดยเฉพาะความยาวเหนือกว่าคู่เปรียบทุกรุ่นที่กล่าวมา

ภายนอกดีไซน์เน้นความเรียบหรู กระจังหน้าแบบปิด ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมไฟ Daytime Running Light และไฟเลี้ยวในโคมเดียวกัน
กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
ประตูข้างสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 บาน สามารถเปิด-ปิดจากที่นั่งคนขับได้ด้วย
อีกจุดที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวคือ ที่เปิดประตูด้านนอกเป็นแบบดึงออกมาตรงๆ คล้ายกับรถสันดาปทั่วไปที่คุ้นเคย ไม่ได้เรียบไปกับตัวถังเหมือนรถจีนส่วนใหญ่ ที่เวลาใช้งานต้องกดลงไปให้ด้ามมือจับโผล่ออกมา
ด้านหลังดูเรียบๆ ไฟท้าย LED ไม่ได้มีเส้นลากพาดกลางเหมือนเทรนด์รถจีนทั่วไป
ฝาท้ายระบบไฟฟ้า
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว แต่ยางใช้แบรนด์ที่ได้ชื่อว่าค่อนข้างเนื้อแข็งไปนิด
มองจากด้านข้างดูโปร่งดี เพราะมีกระจกครบทั้ง 3 แถว
ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry หากออกห่างจากตัวรถระบบล็อกจะทำงาน และเมื่อเดินเข้าใกล้รถจะปลดล็อกอัตโนมัติ

ขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยแบบ 2 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
มาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว
หน้าจอกลางขนาด 12.8 นิ้ว ใช้ควบคุม เปิด-ปิดระบบต่างๆ รวมถึงเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ส่งเสียงผ่านลำโพง 6 ตำแหน่ง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผ่นกรอง PM2.5
ใต้จอกลางมีปุ่มปรับแอร์และอุณหภูมิ รวมทั้งปุ่มไฟฉุกเฉิน
ถัดมาอีกนิดเป็นถาดวางของกระจุกกระจิก ส่วนอีกครึ่งหนึ่งแบ่งเป็นที่ชาร์จสมาร์ตโฟน
คอนโซลหน้าและแผงข้างประตูบุด้วยวัสดุแบบนิ่ม
เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ กระชับลำตัวและรองรับต้นขาได้ดี
เบาะคู่หน้าปรับมือธรรมดา ส่วนแถว 2 แบบ Captain Seats มีทางเดินตรงกลาง และปรับไฟฟ้าทั้ง 2 เบาะ
เบาะแถว 3 นั่งได้สบายประมาณหนึ่ง เพราะพนักพิงสามารถปรับเอนได้
ส่วนการเข้าออกเบาะแถว 3 จากที่ผมทดลองดู การปรับเบาะแถว 2 อาจไม่สะดวกเท่ากับการเดินผ่านที่ว่างตรงกลางของเบาะแถว 2
ช่องแอร์มีให้ครบทุกที่นั่ง โดยแถว 2 ติดตั้งปุ่มปรับเพิ่ม-ลดลมแอร์ได้
ภาพรวมภายในตกแต่งโทนน้ำตาล-ดำ ดูเรียบและโปร่งสบายตา

รถคันนี้ติดตั้งเกียร์เป็นก้านไว้ที่คอพวงมาลัยด้านซ้าย ใช้การขยับขึ้น-ลง และกดเปลี่ยนเกียร์ตามต้องการ
เวลาขึ้นนั่งเบาะคนขับเหมือนรถเตรียมพร้อมทำงาน แค่เหยียบเบรกแล้วเข้าเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง รถเคลื่อนตัวไปได้ทันที
ส่วนเมื่อถึงจุดหมาย เข้าเกียร์ P แล้วลงจากรถได้เลย เมื่อล็อกประตูระบบจะดับเครื่องอัตโนมัติ แต่ก็มีปุ่มไว้กดดับเครื่องด้วยเช่นกัน
มอเตอร์ไฟฟ้า 150 kW กำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตัน-เมตร
MAGIC Battery ขนาด 69.2 kWh ระยะวิ่งสูงสุด 540 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
รองรับการชาร์จเร็ว 30 – 80% ใช้เวลา 20 นาที
มีโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ Eco, Standard, Sport และ Custom
ส่วนพวงมาลัยและเบรกสามารถปรับตั้งได้ด้วยทั้งมาตรฐานและสปอร์ต
จากที่ลองมาแล้ว ส่วนตัวปรับเป็นโหมดมาตรฐานทั้งหมดเหมาะกับผมที่สุด
เพราะคันเร่ง เบรก และพวงมาลัยน้ำหนักกำลังพอดี เช่นเดียวกับอัตราเร่งของรถก็ขับสบายขึ้น
ส่วนใครที่ชอบสวิงสวายหน่อยไปโหมด Sport ก็ไม่ว่ากัน
อัตราเร่งหายห่วงเพราะแรงบิดมาตั้งแต่ต้น ไล่ความเร็วขึ้นไปได้เรื่อยๆ มาค่อนข้างเร็วเช่นกัน

ช่วงล่างเซ็ตมาออกนุ่มนวลแบบรถครอบครัว ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์
แต่อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ยางติดรถมีความแข็งหน่อยๆ หากพอมีงบแนะนำควรเปลี่ยน หรือถ้ายังไม่พร้อม ลดลมยางลงนิดหน่อยพอช่วยได้บ้าง กรณีมีผู้โดยสารไม่เยอะนัก
การเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนแบบความเร็วปกติ ไม่มีปัญหา แต่ถ้ากระชากแรงๆ มีโคลงเคลงอยู่เหมือนกัน
เสียงลมมีเข้ามาบ้างประปรายเมื่อเร็วเกิน 120 กม./ชั่วโมง ถือว่าเก็บเสียงได้ค่อนข้างดี เพราะรถประเภทครอบครัวแบบนี้ส่วนใหญ่ความเร็วที่ใช้มักอยู่ที่ 100-110 กม./ชั่วโมง

แต่ถ้าเท้าหนักอยากจะเหยียบ 140-150 กม./ชั่วโมง ทำได้ไม่ลำบาก เพียงแต่ต้องกระชับพวงมาลัยสักหน่อย
ทดลองไปนั่งเบาะแถว 2 สบายจริง เพราะมีเท้าแขนมาให้ทั้ง 2 ฝั่ง ที่วางเท้า พื้นที่เหนือศีรษะมีมาให้เหลือเฟือ
ขณะที่แถว 3 หากปรับเบาะดีๆ สามารถนั่งได้สบาย เพียงแต่จำกัดแค่ 2 ที่นั่งพอ เพราะที่นั่งตรงกลางหากทางไกลไม่แนะนำ
ความปลอดภัยและตัวช่วยขับขี่มีมาให้ครบตามมาตรฐาน แต่ที่น่าสนใจไม่พ้นระบบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน (Adaptive Cruise Control) และระบบรักษารถให้อยู่ในเลน
เมื่อเปิดทำงานพร้อมกันเหมาะมากกับการวิ่งทางไกล เพราะรถแล่นตามคันหน้าและลดความเร็วอัตโนมัติ แถมพวงมาลัยบังคับรถให้อยู่ในเลนแบบอัตโนมัติด้วย
อันที่จริงรถหลายๆ รุ่นก็มีระบบนี้ เพียงแต่หากเทียบกับราคา ต้องถือว่าให้มาแบบเกินคุ้ม
วู่หลิง STARLIGHT DARION EV มี 2 รุ่นย่อย ราคาช่วงแนะนำ
Comfort 799,000 บาท
Premium 859,000 บาท
ถ้าพอมีงบอยากให้ไปรุ่นท็อปเลยครับ เพราะได้ออปชั่นเกินคุ้ม เกินราคาจริงๆ
