bg-single

Wolf Loving Princess นิทรรศการที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ ระหว่างชีวิต ภาษา ตำนาน และความฝัน โดยมีโลกของสัตว์เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ จากศิลปินมองโกเลีย (1)

29.04.2026

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

เวลาดูนิทรรศการศิลปะจากต่างประเทศ หลายคนคุ้นเคยกับการดูงานนิทรรศการของประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป หรือถ้าเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงก็จะเป็นประเทศอย่าง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี

แต่เราอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากนี้

ในครานี้ขอกล่าวถึงนิทรรศการจากประเทศที่เรายังไม่คุ้นเคยในการชมนิทรรศการศิลปะ

นั่นคือ ประเทศมองโกเลีย กับนิทรรศการ Wolf Loving Princess โดยศิลปินชาวมองโกเลีย ทูกูลเดอ ยอนดอนจัมส์ (Tuguldur Yondonjamts)

ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างชีวิต ภาษา ตำนาน และความฝัน โดยมีโลกของสัตว์เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ

ผลงานชวนผู้ชมตั้งคำถามถึงพื้นที่รอยต่อระหว่างโลกที่ถูกควบคุม (tamed) และโลกที่ยังคงเสรี (untamed) ภายในนิทรรศการประกอบด้วยผลงานหลากหลายสื่อ ทั้งหนังสือศิลปะ ภาพวาด ประติมากรรม วิดีโอจัดวาง และเสียง

จิรัสย์ รัฐวงศ์จิรกุล ผู้อำนวยการ Gallery VER เล่าให้ฟังเกี่ยวกับนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“ชื่อนิทรรศการ Wolf Loving Princess แรกเริ่มเดิมทีมาจากการที่ศิลปินสนใจภาพยนตร์ไซไฟที่เกี่ยวกับจินตนาการ เขาไปสะดุดกับชื่อตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง The Terminator (1984) ก็คือ ซาราห์ คอนเนอร์ ซึ่งในภาษาฮิบรูและไอริช คำว่า ซาราห์ แปลว่า Princess ส่วนคำว่า คอนเนอร์ แปลว่า Wolf Loving เขาก็เลยรู้สึกว่าเป็นชื่อที่น่าสนใจ แล้วเนื้อหาในเรื่อง The Terminator ก็เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับโลกอนาคตที่มีการกวาดล้างมนุษยชาติโดยหุ่นยนต์ AI ซึ่งหุ่นยนต์เป็นตัวแทนของเทคโนโลยีในอนาคตที่กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ หรือสภาพแวดล้อมต่างๆ”

“พอเขาได้คีย์เวิร์ดอันนี้มา เขาก็เลยสนใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศมองโกเลีย ที่มีหลายเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของสภาพภูมิประเทศต่างๆ ที่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยเกิดจากหลายอย่าง”

“สิ่งหนึ่งที่เขาเชื่อมกับ The Terminator ก็คือเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของประเทศ ซึ่งมองโกเลียจริงๆ แล้วเป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่ส่วนใหญ่มีความเชื่อเรื่องของขนบธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ที่สืบทอดกันมา แต่ในปัจจุบัน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศมองโกเลีย เป็นเรื่องของระบบทุนนิยม เรื่องของเทคโนโลยีที่เข้ามา”

“อย่างทางตอนเหนือของประเทศมองโกเลียในปัจจุบัน ก็มีเรื่องของการทำเหมือง ที่เกิดขึ้นจากการที่นายทุนเข้ามา ซึ่งระบบของการทำเหมืองก็ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม ต่อความเป็นอยู่ของคนในประเทศ แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยใส่ใจ หรือไม่ได้รับการเหลียวแล ก็เลยเป็นจุดตั้งต้นของปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

“สิ่งนี้สะท้อนอยู่ในนิทรรศการ จากการที่บรรดาข้อความหรือภาพต่างๆ ที่ศิลปินเขียนขึ้นบนผนังทั้งสี่ด้าน มีส่วนผสมของสนิมเหล็ก เพราะผงสนิมเหล็กปลิวขึ้นมาจากการทำเหมือง ผงสนิมเหล็กก็คือสิ่งที่เป็นคราบ หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่เทคโนโลยีเหล็กถูกกัดกร่อน สุดท้ายก็กลายเป็นสนิม”

“ศิลปินหยิบยกสิ่งนี้ขึ้นมาใช้ในการผสมกับสี และก็วาดลงไปบนผนัง ส่วนต่อมาที่ศิลปินพูดถึง ก็คือส่วนที่เขาผสมผสานเรื่องของวัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณีแบบชาวมองโกเลีย ซึ่งเป็นชนชาติที่คล้ายกับประเทศในเอเชียหลายๆ ประเทศ ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในแต่ละสถานที่”

“ผลงานแรกสุดที่เราเห็นเมื่อเดินเข้าไปในนิทรรศการ คือ Fear ซึ่งเป็นฟิล์ม ที่มีที่มาจากช่วงเวลาที่ศิลปินได้ไปเดินสำรวจในทะเลทรายโกบี ซึ่งมีชาวบ้านพูดถึงความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของทะเลทรายโกบีว่า ถ้าคุณเดินเข้าไปในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปกปักรักษาโดยวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ถ้าคุณคิดไม่ดี คุณก็จะโดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขับไล่ออกไป”

“มีอยู่วันหนึ่ง ศิลปินเดินไปในทะเลทรายโกบีตอนกลางคืนอยู่หลายชั่วโมง ระหว่างที่เดินอยู่ก็มีช่วงหนึ่งได้ปรากฏใบหน้าปริศนาที่มีรอยยิ้มเล็กน้อย ตามเขามาเป็นเวลา 30 วินาที ศิลปินจึงวาดภาพนี้ขึ้นมาจากความทรงจำลงบนฟิล์ม เกี่ยวกับความกลัวของเขาที่จำได้ระหว่างเดินอยู่ในทะเลทรายโกบี แล้วเจอใบหน้าของดวงวิญญาณที่เดินตามเขาเป็นระยะทาง 13 เมตร”

“พอนำฟิล์มนี้ไปเข้าเครื่องเล่น จะออกมาเป็นระยะเวลา 30 วินาที คือเป็น 30 วินาทีแห่งความกลัว แต่สุดท้ายแล้วศิลปินบอกว่า ดวงวิญญาณนี้ไม่ได้ทำอันตรายเขา เขาเลยเชื่อว่าน่าจะเป็นดวงวิญญาณที่ปรากฏขึ้นมาดูว่าเขาทำอะไร”

“คล้ายๆ กับเวลาที่คนไทยเข้าไปในป่า แล้วเจอเจ้าป่าเจ้าเขาที่ออกมาดูว่าเราทำอะไร ถ้าเราทำอะไรไม่ดี เราก็จะถูกขับไล่ ประสบอุบัติเหตุ หรือมีอันเป็นไป สิ่งนี้เป็นความเชื่อร่วมของชาวเอเชีย”

“เมื่อมองดูผนังฝั่งตรงกันข้าม เราจะพบงานวาดเส้นที่ศิลปินทำตั้งแต่สมัยที่เขายังเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ภาพวาดลายเส้นนี้ผสมผสานหลากหลายเรื่องมาก ทั้งเรื่องของการเดินทางที่ศิลปินเคยฝันว่า เขามีโอกาสได้พาเพื่อนผจญภัยเข้าไปในทะเลทรายโกบี จึงเกิดภาพภูมิทัศน์ของทะเลทรายที่มีความเหนือจริงมาก”

“เป็นภาพบนรถบรรทุกที่เขาขับเข้าไปในทะเลทราย แต่ในขณะเดียวกันก็มีภาพของทุ่งหญ้า และส่วนผสมของหนังจระเข้ ซึ่งในผนังหนึ่งในห้องนิทรรศการ ก็จะมีภาพที่เขาพูดถึงเรื่องราวที่ไปเจอผู้ชายที่มีรอยสักจระเข้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ผสมปนเปจนออกมาเป็นความฝันที่เหนือจินตนาการมากๆ”

“ภาพวาดลายเส้นนี้วาดขึ้นจากจินตนาการของศิลปิน ซึ่งเกิดขึ้นจากความฝัน ผสมปนเประหว่างสิ่งที่ศิลปินคิด ความทรงจำ จินตนาการ และความเชื่อออกมาเป็นผลงาน”

“พอเราเดินเข้ามาในห้องนิทรรศการหลัก ก็จะมีภูมิทัศน์ที่เป็นการทำงานร่วมกับคุณฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ที่มีสถานะเป็นทั้งภัณฑารักษ์และอาจารย์ของศิลปิน ในสมัยที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เลยทำให้ศิลปินได้แรงบันดาลใจมาจากคุณฤกษ์ฤทธิ์เหมือนกัน”

“ในการจัดงานคุณฤกษ์ฤทธิ์ได้มองภาพของห้องนิทรรศการเป็นเหมือนกับภูมิทัศน์ของทะเลทรายโกบี เวลาเดินเข้าไปในห้องนิทรรศการ ภาพแรกที่เราเห็น เลยเป็นภาพที่ภัณฑารักษ์จงใจให้เหมือนกับทะเลทรายโกบี พอเราเดินเข้าไป ก็จะเห็นงูกำลังเลื้อยไปในทิศทางหนึ่ง โดยที่รอบๆ จะมีผนังสี่ด้าน ที่มีเรื่องราวต่างๆ ปรากฏอยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่มีแสงไฟเพียงน้อยนิด เสมือนว่าเรากำลังเดินเข้าไปในโบราณสถาน แต่ละผนัง เป็นผนังเหมือนเวลาที่เราเดินเข้าไปในถ้ำของมนุษย์ยุคหิน มนุษย์ยุคโบราณเวลาเขาพูดเรื่องราวต่างๆ ในความทรงจำ หรือสิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวัน เขาไม่มีกระดาษให้จดบันทึก สิ่งที่เขาทำก็คือเขาจะเขียนลงบนผนังถ้ำ”

“นี่คือสิ่งที่ภัณฑารักษ์มองเห็นภาพ และอยากให้ศิลปินวาดลงไป สิ่งที่ศิลปินวาดลงไปมีความคล้ายกับผนังในโบราณสถาน คือเรื่องราวในชีวิตประจำวัน เวลาที่เขาไปเจอเรื่องราวต่างๆ เขาก็จะจดบันทึกเอาไว้ในสมุดบันทึกหลายเล่ม ซึ่งแต่ละเล่ม เขาจะเขียนลงไปบนผนังด้านหนึ่งในนิทรรศการ เพราะฉะนั้นสี่ผนังคือสี่เรื่องราว สี่ความทรงจำที่เกิดขึ้น”

“พอเดินเข้าไปภายในห้องนิทรรศการใหญ่ ผนังซ้ายสุดจะเป็นผนังที่ถัดจากผนังที่แสดงภาพวาดลายเส้นความฝัน ผนังนั้นจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ศิลปินไปพำนักที่บ้านของคุณฤกษ์ฤทธิ์ แล้วก็เจอบุคคลต่างๆ ทั้งมนุษย์และสัตว์”

“อีกเรื่องราวหนึ่งที่ศิลปินเชื่อก็คือ เขาเชื่อในเรื่องของโลกที่มีกฏระเบียบและไม่มีกฏระเบียบควบคุม ในโลกมนุษย์ มนุษย์เป็นผู้สร้างกฏเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมา ผ่านกรอบ ผ่านกฏระเบียบ เพื่อใช้ชีวิตร่วมกัน ในขณะที่โลกของสัตว์ไม่มีกฏระเบียบต่างๆ เหล่านี้ในการควบคุม แต่จริงๆ แล้ว สัตว์ก็สร้างกฏเกณฑ์และระบบในแบบของมันเอง”

“ผนังนี้เป็นผนังแรกที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ศิลปินเชื่อเกี่ยวกับโลกที่ถูกควบคุม (tamed) และไม่ถูกควบคุม (untamed) สิ่งที่เล่าก็คือศิลปินพูดถึงสุนัขของคุณฤกษ์ฤทธิ์ ที่ชื่อ “พิ้งกี้” ที่เดินเข้ามาเหมือนจะกระโดดคว้าอะไรสักอย่าง และหันมามองศิลปิน แน่นอนว่าสุนัขตัวนี้พูดภาษามนุษย์ไม่ได้ แต่ด้วยสายตา ท่าทาง กิริยาต่างๆ เขาก็คิดว่าสุนัขตัวนี้กำลังสื่อสารอะไรบางอย่างกับเขาอยู่ ในจินตนาการศิลปิน เขาเดาว่าสุนัขต้องการอะไร ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ศิลปินมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ชนิดอื่น”

(ยังมีต่อ)

นิทรรศการ Wolf Loving Princess โดย ทูกูลเดอ ยอนดอนจัมส์ และภัณฑารักษ์ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช จัดแสดงที่ Gallery VER ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 25 เมษายน 2569

เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-เสาร์ เวลา 12.00-18.00 น.

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Gallery VER



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“รมช.พลพีร์“ สวนแรง อย่าเก่งแต่ค้านแบบสร้างภาพ ขอหลักฐานด้วย จะได้เด็ดหัวถูก ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วยคนภูเก็ต หลังสส.ส้ม ปูด ภูเก็ต ยังมีรีดส่วยประชาชน
ลิซ่า จี้ ความชัดเจนกรณีโยกย้ายข้าราชการและการขยับฐานอำนาจ “ระบอบสีน้ำเงิน”
“อนุชา-อภิสิทธิ์” บุกซันพลาซ่า ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ขอคะแนนชาวออฟฟิศคึกคัก ตอกย้ำ “แก้โกง-กู้เศรษฐกิจยั่งยืน”
ทีมแพทย์วัดคีรีวงก์ จ.ชุมพร เปิดให้คำแนะนำ-รักษาโรค ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยที่สืบทอดมากว่า 100 ปี โอกาสหายากของคนกรุงเทพฯ 
ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ
ใต้ระอุ ศึกใน-ในกว่า ‘แม่ทัพยูร’ เหนียว ลุ้น นั่งต่อ ตท.26 สับราง ‘แม่ทัพน้อยต่อ’ จ่อ ‘รองคิ้ว’ ตท.28 รอ ‘รองด้วง’ ยังฮอต