bg-single

E-DUANG | เบื้องหลัง คำ”ขอโทษ” คือ การลงมือ “ปฎิบัติ”

18.04.2026

E-DUANG

คำ”ขอโทษ”อันมาจาก นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แม่ทัพภาคที่ 4 มีเป้าหมายเพื่อจะจบปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

       นับแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืน”เจาะไอร้อง”เป็นต้นมา นี่มิได้เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำ”ขอโทษ”จาก”นายกรัฐมนตรี”

       แต่ถามว่า”ปัญหา”จบลงหรือไม่

       กรณีความพยายามในการลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชน คือ คำตอบ

       ไม่เพียงแต่ตอบว่ายังไม่จบ หากทำท่าว่าอาจ”บานปลาย”

       ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่าสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ยอมรับคำ”ขอโทษ”จากบุคคลระดับ”นายกรัฐมนตรี”อย่างนั้นหรือ

       มิได้เป็นอย่างนั้น หากแต่อยู่ที่ว่าหลังจาก”ขอโทษ”แล้วได้มีการ”ทำ”อย่างไรต่างหาก

       ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญอย่างแหลมคมมากกว่า

สำคัญยิ่งกว่านั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่มิได้ดำรงอยู่ในลักษณะแยกส่วน ไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

       ดูกรณีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นตัวอย่าง

       หากพิจารณาบนพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์ของแต่ละสรรพสิ่งก็จะโยงยาวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

       มิได้เป็นเรื่องเฉพาะ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แน่นอน

       อย่างน้อยพรรคประชาชาติก็ต้องเข้ามาเกี่ยวในเมื่อพรรคประชาชาติเป็นส่วนหนึ่งภายในรัฐบาลยิ่งละเอียดอ่อน

       ยิ่งมีรถกอ.รมน.เข้ามาเป็นพาหนะยิ่งมีความร้อนแรง

       ยิ่งคนเป็นมือปืนเคยเป็นคนของกอ.รมน.มาก่อน ยิ่งทวีความซับซ้อน จำเป็นต้องอ้างอิงไปยังผู้อำนวยการรมน.ภาคที่ 4 ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4

       แล้วแม่ทัพภาคที่ 4 ก็พาดพิงถึงปอเนาะ ตาดีกา

       กรณีลอบสังหาร ส.ส.จึงเท่ากับดึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่า การกระทรวงกลาโหม แม่ทัพภาคที่ 4 เข้ามาเกี่ยวข้อง

       คำ”ขอโทษ”อาจจบกรณีปอเนาะ ตาดีกา ได้ระดับหนึ่ง

       แต่คำถามที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังอยู่ที่ผลที่ตามมาในคำ”ขอโทษ”ของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แม่ทัพกองทัพภาคที่ 4

       จะแสดงความรับผิดชอบทาง”การปฏิบัติ”อย่างเป็น”รูปธรรม” อย่างไร

ในเมื่อคำ”ขอโทษ”อันออกมาจากปาก”นายกรัฐมนตรี”มิได้เป็นครั้งแรก หากแต่เกิดขึ้นแล้วหลายครั้งและหลายคน

       แล้วทำไม”ปัญหา” 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงยังอยู่

       คำถามนี้อาจมาจากคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นด้านหลัก แต่เชื่อได้เลยว่าได้กลายเป็นคำถามระดับประเทศขึ้นมาแล้ว

       มองไปยัง”นโยบาย”ของพรรคภูมิใจไทยอันเป็นรากฐานให้กับ”รัฐบาล”มีเรื่องนี้อยู่หรือไม่

       และจะบูรณาการกับพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติอย่างไร

       นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญและกำลังเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลและสำหรับนายกรัฐมนตรี

เด่นชัดว่าที่สุดแห่งความสำเร็จไม่ว่าองค์การใด มิได้อยู่ที่แถลงการณ์หรือนโยบาย เพราะนี่เป็นเรื่องในทางนามธรรมความคิด

       ชี้ขาดจริงๆคือการแปร”นามธรรม”เป็น”รูปธรรม” แปร”นโยบาย”ไปสู่”การปฏิบัติ”

       เมื่อท่าน”พูด”คนจะฟัง เมื่อท่าน”ทำ”คนจะเชื่อ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)