bg-single

‘ช้างกระทืบโรง’ คืน ‘พรีเมียร์ลีก’ ปิดฉาก 25 ปีที่วนเวียนในลีกรอง

25.04.2026

Technical Time-Out | จริงตนาการ

([email protected])

โคเวนทรี ซิตี้ หรือทีมที่คนไทยให้ฉายาว่า “ช้างกระทืบโรง” เลื่อนชั้นกลับมาสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนาน 25 ปีเต็ม และดิ่งลงไปถึงลีกทู หรือดิวิชั่น 4 เลยด้วยซ้ำ

โคเวนทรีตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกไปสู่แชมเปี้ยนชิพไปเมื่อปี 2001 ด้วยการมีนักเตะอย่าง มุสตาฟา ฮัดจิ, ยุสเซฟ ชิปโป้ สองแดนกลางทีมชาติโมร็อกโก แม็กนุส เฮดแมนนายทวารทีมชาติสวีเดน ลี คาร์สลีย์ กองกลางไอริช เจย์ โบธรอยด์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ

ซึ่งแน่นอนว่า ณ ปัจจุบัน นักเตะเหล่านี้ แขวนสตั๊ด วางถุงมือกันไปหมดแล้ว และเดินหน้าไปสู่เส้นทางใหม่กันมานานแล้ว

ทีมช้างกระทืบโรงร่วงไปลีกวัน ในปี 2012 หลังจากนั้นในปี 2017 ก็อาการหนักไปกว่าเดิม เมื่อตกชั้นไปวนเวียนอยู่ในลีกทู แต่ก็ยังมีแฟนบอลคอยหนุนหลัง

และหวังว่าสักวันทีมรักของพวกเขาจะกลับไปแข็งแกร่งได้เหมือนในอดีต

ถึงแม้ว่ากุนซือที่พาเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีก คือ แฟร้งก์ แลมพาร์ด แต่เครดิตอีกส่วนหนึ่งต้องยกให้ มาร์ก โรบินส์ อดีตผู้จัดการทีม ที่เข้ามาสร้างความหวังและพัฒนาการให้ทีมจนมีวันนี้

หลังจากร่วงไปลีกทู ในปี 2017 โรบินส์ได้รับการแต่งตั้งให้มาคุมทีม และพาทีมคว้าแชมป์อีเอฟแอล โทรฟี่ (บอลถ้วยสำหรับทีมในลีกวันและลีกทู) รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ มีแฟนบอลโคเวนทรีไปอยู่ในสนาม 43,000 คน แชมป์เหนือออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด

ในวันนั้นนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยปลุกพลังของแฟนบอลให้กลับมาเชื่อมั่นในทีมอีกครั้ง

ฤดูกาล 2017-2018 โคเวนทรีเลื่อนชั้นกลับไปลีกวันได้ทันที และกลับไปแชมเปี้ยนชิพได้ในฤดูกาล 2019-2020 เหมือนกับว่ากราฟของทีมพุ่งขึ้นเรื่อยๆ และเกือบจะได้กลับสู่พรีเมียร์ลีกมาแล้วก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ

แต่กลับแพ้รอบชิงชนะเลิศ เพลย์ออฟ เลื่อนชั้นใน 2 จาก 3 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ทั้ง 2022-2023, 2024-2025

ทำให้การรอคอยยังไม่สิ้นสุด

การมาของแลมพาร์ดยังคงรักษามาตรฐานที่ดีเอาไว้ได้ ถึงแม้จะผิดหวังในรอบรองชนะเลิศ เพลย์ออฟ เมื่อฤดูกาลก่อน ด้วยการแพ้ซันเดอร์แลนด์ จากการโดนยิงประตูในนาทีที่ 122 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ

แต่ความเจ็บปวดวันนั้นเป็นแรงผลักดันให้ลูกทีมของแลมพาร์ดอยากไปให้ไกลกว่าเดิม ไม่ใช่การชนะเพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้น

แต่เป็นการเลื่อนชั้นแบบไม่ต้องไปลุ้นจากการเพลย์ออฟอีกแล้ว

สำหรับแลมพาร์ด เขาถูกยกให้เป็นโค้ชดาวรุ่งพุ่งแรง หลังจากเคยพาดาร์บี้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ เพลย์ออฟ เลื่อนชั้น ขึ้นพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2018-2019 แต่แพ้ให้กับแอสตัน วิลล่า

อย่างไรก็ตาม จากผลงานในตอนนั้น ทำให้เชลซี อดีตต้นสังกัดที่เขาเป็นตำนานในช่วงที่เป็นนักเตะ ดึงแลมพาร์ดไปคุมทีม

แต่ผลงานกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด แลมพาร์ดถูกปลดไปเมื่อปี 2021 ไปอยู่กับเอฟเวอร์ตัน 1 ซีซั่น ก็ต้องแยกทาง ก่อนจะกลับไปช่วยเป็นกุนซือรักษาการให้เชลซีอีกครั้ง เมื่อปี 2023

แลมพาร์ดกลายเป็นโค้ชที่ไปไหนไม่ได้ไกล แต่ ดอจ คิง เจ้าของสโมสรที่เพิ่งเข้ามาครอบครองทีมช้างกระทืบโรง เมื่อปี 2023 กลับมองเห็นว่าโค้ชคนนี้ มีดีพอจะมาสานต่องานจากโรบินส์ได้

และให้มาคุมทีมเมื่อปี 2024

การทำงานที่เล็กลง ไม่อยู่ในสายตาของสื่อมากนัก ทำให้แลมพ์ทำงานภายใต้ความกดดันที่ลดลง เขาออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมแรกที่เป็นโค้ชให้โคเวนทรีว่า “ผมมาที่นี่เพื่อเป็นเฮดโค้ช ไม่ได้มาเพื่อเป็นคนดัง”

โคเวนทรีในช่วงท้ายที่โรบินส์คุมทีม เหมือนทีมที่ไร้ทิศทาง และมาเจอกับโค้ชที่เพิ่งผิดหวังจากการทำงานในลีกสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้อยคนจะแน่ใจว่า ทีมนี้จะฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

แต่แนวทางของแลมพาร์ด ประกอบกับความเป็นผู้นำ ความไม่กลัว และกระหายในชัยชนะ เข้ากับเคมีของนักเตะที่โคเวนทรี

สตีเฟ่น ฮันต์ อดีตนักเตะในพรีเมียร์ลีก ที่ปัจจุบันเป็นเอเย่นต์ฟุตบอล บอกว่า ลูกทีมช้างกระทืบโรงต่างชมแลมพาร์ดว่าเป็นผู้นำที่มีความนิ่ง เมื่อทีมโดนยิงก็บอกให้ลูกทีมไม่ต้องกังวล และไปยิงให้ได้สัก 2-3 ประตู ซึ่งมันก็ได้ผล ความดุดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนทำให้โคเวนทรีกลายเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุด และเสียน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้

โคเวนทรีเลื่อนชั้นก่อนจบฤดูกาล 3 แมตช์

งานต่อไปแตกต่างจากฤดูกาลก่อนๆ ที่จะต้องมาพะวงถึงการเลื่อนชั้น แต่เป็นการทำอย่างไรก็ได้ให้รักษาตัวรอดในลีกสูงสุดให้ได้นานที่สุด หรือเติบโตขึ้นไปเป็นทีมกลางตารางให้ได้อีกในอนาคต

การเตรียมพร้อมเจองานยาก แต่เป็นงานที่คุ้นเคยของแลมพาร์ดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เพราะเขารู้ดีว่าประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกของลูกทีมช้างกระทืบโรงไม่ได้มีมากนัก

และถ้าเขาพาทีมทำผลงานแย่ในลีกสูงสุดอีก จะเป็นคำครหาว่าอดีตตำนานเชลซี เป็นแค่โค้ชธรรมดาๆ ที่ไปไม่เป็นเมื่อคุมทีมในพรีเมียร์ลีก ซ้ำรอยกับสิ่งที่เจอมาก่อนหน้านี้

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แฟนบอลโคเวนทรีขอดื่มด่ำกับความสุขที่รอคอยมาตลอด 25 ปี ให้เต็มที่ก่อนจะเจอของจริงในวันข้างหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร