bg-single

ถอดรหัส 6 คลิปเสียงคดีสินบนทอง หมัดเด็ดยุทธศาสตร์ ‘ทำลายล้าง’ ทนายงัด ‘เอไอ’ ปลอมเสียง ‘บิ๊กโจ๊ก’

24.04.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

ท่ามกลางกระแสสังคมจับจ้องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คดีสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาท

คดีทุจริตที่มีข้อกล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) ร่วมกับพวก นำทองคำติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ช่วยเหลือทางคดีที่เกี่ยวพันกับเว็บพนันออนไลน์

ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องตัวเลข หรือความผิดพลาดทางกฎหมาย

แต่กลายเป็น “สมรภูมิ” ชี้วัดว่า ระบบอุปถัมภ์และคอนเน็กชั่นในวงการกระบวนการยุติธรรมจะสามารถอยู่เหนือความถูกต้องได้หรือไม่

เมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกเปิดเผยออกมาคือ “คลิปเสียง 6 ชุด” ความยาวกว่า 1 ชั่วโมง

การเปิดเสียงการพูดคุยกันของตัวละครในคลิปทั้ง 3 รายต่อสาธารณะ โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ตร.และคณะนั้น

เสมือนประกาศศักดาว่ากระบวนการสอบสวนมี “หลักฐานมัดแน่น” ที่ไร้ข้อกังขา

ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า ยุคสมัยของการใช้ “อิทธิพล” อยู่เหนือ “พยานหลักฐาน” ของเขากำลังจะหมดไปหรือไม่

พร้อมสำทับด้วยว่า การเปิดคลิปเสียง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพยานในสำนวน เพื่อให้สาธารณะเข้าใจข้อเท็จจริง

การวินิจฉัยทั้งหมด เป็นอำนาจของศาล และทุกฝ่ายยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม

ยุทธศาสตร์ “ต้นไม้พิษ” และกระบวนการทำลายล้างจากภายใน

จากสำนวนการสอบสวนและข้อมูลการแถลงข่าว เห็นภาพลักษณ์ “ยุทธศาสตร์การสู้คดีกลับ” ที่ไม่ได้อาศัยข้อเท็จจริงเป็นที่ตั้ง

แต่ดูเหมือนการทำลายกระบวนการสอบสวนให้กลายเป็นอัมพาต

กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ โดยเฉพาะ บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ดำเนินแผนการด้วยความมั่นใจผ่านกลยุทธ์ “ฟ้องกลับ” พนักงานสอบสวนยกชุด โดยมีทีมทนายความจำนวนมหาศาลเป็นฟันเฟืองสำคัญ

ในทางกฎหมาย สิ่งนี้ถูกเรียกว่า “การทำให้กระบวนการสอบสวนมิชอบ” เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคดีถูกฟ้องร้องจนเกิดความเกรงกลัว

ผลที่ตามมาคือการหยุดชะงักของคดี การดึงเกมให้ยาวออกไปจนพยานหลักฐานเริ่มจางหาย

นี่คือกลยุทธ์ที่สะท้อนความเข้าใจในจุดอ่อนของกฎหมายอย่างลึกซึ้ง หากต้นไม้ (การสอบสวน) เริ่มต้นด้วยการเป็นพิษ ผลไม้ (พยานหลักฐาน) ย่อมถูกมองว่ามิชอบตามไปด้วย เป็นการใช้ “กฎหมาย” เพื่อฆ่า “ความยุติธรรม”

ทางโฆษก ตร.ยังเผยอีกว่า นี่ยังไม่นับรวมถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือชี้นำสังคม การงาน “อวตาร” และสื่อออนไลน์มาปั่นกระแสข้อมูลเท็จ เพื่อสร้างแรงกดดันพนักงานสอบสวน

เป็นกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือที่ซับซ้อนและแยบยลยิ่งกว่าการสู้คดีในศาล

ถอดรหัส “6 คลิปเสียง” พฤติการณ์ชวนตะลึง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุด คือกลวิธีที่เผยออกมาในคลิปเสียงทั้ง 6 คลิปสะท้อนถึงการวางแผนที่เตรียมตัวมาอย่างดี

1. คลิป 1 (นิติสงคราม) : การใช้ช่องว่างกฎหมายข่มขู่ อ้างบารมี และใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือฟ้องปิดปาก เพื่อให้คดีที่ตนเองเป็นคู่ความถูกยกคำร้อง

2. คลิป 2 (ยุทธการบิดเบือน) : สร้างเรื่องเพื่อให้การต่อสู้คดี ด้วยความเท็จ และเผยแพร่ ทางสื่อออนไลน์ชี้นำสังคม เพื่อกดดันกระบวนการยุติธรรม

3. คลิป 3 (ซักซ้อมพยานเท็จ) : การสร้างพยานคนนอกให้การเท็จ สร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาในระบบ พร้อมเตือนพยานให้ระวังโทษอาญาเพื่อปิดปากไม่ให้ความช่วยเหลือฝ่ายตรงข้าม

4. คลิป 4 (เหลี่ยมกฎหมาย) : ใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อเอาตัวรอด ให้ตัวเองพ้นผิด

5. คลิป 5 (อ้างคอนเน็กชั่น ) : การแอบอ้างผู้ใหญ่ระดับสูงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและบังคับให้ทุกคนต้อง “ร่วมมือ”

6. คลิป 6 (ดีลลับฟอกเงิน) : การพยายามหาคนหาแพะรับบาปมา “รับผิดแทน” เรื่องการซื้อทองคำ ซึ่งเป็นคดีที่พยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนา

จิ๊กซอว์ตัวสำคัญคือ “เอ็ดเวิร์ด” หรือ นายสามารถ เจ้าของธุรกิจรถหรู พยานในคดีทนายตั้ม ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินเจ๊อ้อยเศรษฐินีจำนวน 71 ล้านบาท มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อทองคำน้ำหนักกว่า 14,000 บาทนั้น ได้รู้จักบิ๊กโจ๊ก ติดต่อกับทนายอู๊ดหนึ่งในทีมทนายความ “อดีตรอง ผบ.ตร.”

ในด้านคดีหลังพนักงานบริษัท 2 คนถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันฉ้อโกงกับทนายตั้ม ได้เปิดเผยพฤติการณ์ว่าเขาถูกโน้มน้าวให้เซ็นเอกสารเท็จและหาคนมารับผิดแทน

เมื่อเขาหวาดกลัวต่อผลทางคดีและถูกโยนภาระมาให้ จึงตัดสินใจอัดคลิปส่งให้ตำรวจ

ขณะเดียวกัน การที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 อดีตลูกน้องสนิทบิ๊กโจ๊ก ออกมาเป็นผู้นำข้อมูลดังกล่าวมาให้ตำรวจกับมือตัวเอง

ยิ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่าเกิด “รอยร้าว” ภายในขบวนการมีความพยายามจะโยนภาระความผิดทั้งหมดไปให้ “รองฯ หนึ่ง” พ.ต.อ.ภาคภูมิ เพื่อหวังใช้เป็นกำแพงรับกระสุนแทนพวกเขาทั้งหมดหรือไม่

และการที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้ไปปรากฏตัวหน้าห้องแถลงข่าวของฝ่ายทนายบิ๊กโจ๊ก ที่เตรียมโต้กลับทีมโฆษก ตร.

แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าตอนนี้เขากลายเป็นตัวปัญหาของขบวนการนี้ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทีมทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมนายสัญญาภัชระ สามารถ หรือทนายหมี ได้ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าคลิปเสียงที่ทีมโฆษก ตร.เผยแพร่ อาจเป็นการ “AI Voice Cloning และ Deepfake” เพื่อกลั่นแกล้ง โดยมีการสาธิตการปลอมแปลงเสียงให้สื่อมวลชนเห็นความแนบเนียน

นอกจากนี้ ยังยกปมเรื่องการเข้าเป็นพยานในคดีทนายตั้มของเอ็ดเวิร์ดมาหักล้าง

แต่ในขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันหนักแน่นว่า

“คลิปเสียงนี้ได้มาอย่างถูกต้อง ผ่านการตรวจพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง ไม่ใช่ AI ไม่ได้ดักฟัง แต่บันทึกจากการสนทนาจริง และศาลยุติธรรมเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | วิถี แห่ง เนเน่ นายแน่มาก สู่ เขาคือ พี่แอ๊ด คาราบาว
คลื่นแห่งความโกรธในยุโรป ! | สุรชาติ บำรุงสุข
“วรวงศ์” แนะ เศรษฐกิจจะขยายตัว ไทยต้องลดการขาดดุลการค้า ห่วง 9 เดือนแรก ติดลบ 1.4 ล้านล้านบาท ฉุดเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายภูมิภาค
ปฏิบัติการภาพยนตร์ฝรั่งเศส – Les Misérables- AI โชเน็นอะนิเมะ ไวรัลระดับโลกไอคอนแห่งการต่อสู้ของเจน Z ‘Stop! Back off! Stop pushing!’
อินเดีย จากแกนนำขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด สู่ประเทศที่ฝักใฝ่ทุกฝ่าย
เวียงจันทน์ขยับ ฮานอยเขยื้อน : เวียดนามกับการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว
ทรัมป์ ‘คนทรยศ’ (Betrayal) ยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซีย ซื้อดีเซลหมีขาวนำเข้าอเมริกา
6 ปทัสถาน ‘เคลียร์ได้’ ที่สังคมไทยต้องข้ามให้พ้น
4 ปีไม่มีใครฟัง ธีระ ศรีมงคล ผู้ใหญ่หมู่ 1 บ้านสระมะเขือ ย้ำอีกที ‘โรงขยะคือบทเรียนแสนสาหัส’
เมื่อประวัติศาสตร์เปลี่ยนข้าง : ถึงเวลาคืนความเป็นธรรม ให้เหยื่อของอำนาจรัฐ?
สัมผัสแง่งามสุดขมขื่น และความรักอันร้าวราน ผ่านอัลบั้ม O ของ เดเมียน ไรซ์
จากไทยหนึ่งเดียว สู่ ‘ไทยหลายใบ’ : ไทยศึกษาผ่านมุมมองนักวิชาการญี่ปุ่น