bg-single

20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ (1)

11.09.2026

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองที่เคยเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศลงถนน ทวงคืนประเทศไทย พร้อมทั้งชี้ข้อเสียและปัญหาของรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล

นี่เป็นจังหวะก้าวทางการเมืองที่น่าสนใจของแต่ละฝ่าย

เพราะขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ความเชื่อถือของประชาชนต่อรัฐบาลมีน้อยมาก

สนธิเป็นคนที่รู้จังหวะการเมือง ดังนั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ทำอย่างเปะปะ ใครๆ ก็ประเมินได้ว่าเขาคงจะต้องรอดูผลที่ กกต.จะประกาศดำเนินการในคดีโกงเลือก ส.ว.อย่างไร ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ถ้าสิ่งที่ กกต.ประกาศขัดกับความเห็นของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การเคลื่อนไหวก็จะมีต่อและหนักขึ้น

งานนี้สนธิไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้มากกับได้น้อย เพราะจุดอ่อนของรัฐบาลอนุทินมีมากมาย แตะตรงไหนก็ยุบตรงนั้น

ยิ่งสนธิเสนอประเด็นข้อเรียกร้องหลายปัญหา คนที่เห็นด้วยก็ยิ่งมากขึ้น แต่การเคลื่อนไหวจะทำให้แรงหรือหยุดก็สามารถทำได้ เพราะทุกประเด็นสามารถให้เวลารัฐบาลในการแก้ไข

ถ้าย้อนกลับไปก่อนการรัฐประหาร 2549 วันที่สนธิเคลื่อนไหว กลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองกดดันรัฐบาลทักษิณในปลายปี 2548 อนุทินคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สังกัดพรรคไทยรักไทย และเมื่อเกิดการรัฐประหารและยุบพรรค อนุทินก็เป็นหนึ่งใน 111 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง กว่าจะกลับมาเล่นการเมืองได้ก็ปี 2555

20 ปีการเมืองผันแปรอย่างหนัก จากการต่อสู้กับทักษิณ แต่เกมไม่สามารถปิดลงได้ กลับยืดเยื้อยาวนานถึง 20 ปี

ตอนนี้ทักษิณอายุมากแล้ว ไม่ใช่นักมวย เป็นผู้จัดการ แต่กลุ่มอำนาจเก่าต้องต่อสู้กับประชาชนหลายสิบล้านคน

ลองย้อนศึกษาประวัติศาสตร์การเมือง 20 ปี จาก 2549 เพื่อประเมินสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569

ใครทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
ทำ…ทำไม?

เพราะต้องการทำลายการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่กำลังก้าวหน้า กลุ่มอำนาจเก่าไม่สามารถยอมรับความเท่าเทียมกันตามระบอบประชาธิปไตยได้

การวิเคราะห์ต้องย้อนดูการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

1. การเมืองหลังพฤษภาทมิฬ 2535 ช่วงเวลาประมาณ 15 ปี ได้มีการสร้างรากฐานให้เป็นระบอบประชาธิปไตยของประชาชนเพื่อประชาชนครั้งใหญ่

การเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อมีการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ส.ว.ไม่ได้ ต้องให้ประชาชนเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2543

2. วิธีการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2544 มีการเปลี่ยนแปลงใหม่เป็นแบบใช้บัตร ลงคะแนน 2 ใบ เลือก ส.ส.แบบเขต เขตละ 1 คน ซึ่งแบ่งเป็น 400 เขตทั่วประเทศ 1 ใบ อีก 1 ใบเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งส่งสมัครได้ไม่เกิน 100 คน ทำให้พรรคการเมืองมีความสำคัญมากขึ้น

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรคใหม่อย่างไทยรักไทย กลับชนะที่ 1 ได้ ส.ส.ถึง 248 คน เกือบครึ่งหนึ่งของสภา ถ้านับคะแนนนิยมของพรรคก็ได้ถึง 40.6%

ส่วนคู่แข่งสำคัญคือพรรคประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส. 128 คน คะแนนนิยมของพรรคคือ 26.6%

ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

3. ผลการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองมีจริงเมื่อรัฐบาลได้นำนโยบายที่ใช้หาเสียงมาปฏิบัติจริงและได้ผล จนคนตื่นเต้นและยกย่องไปทั่วประเทศ

…เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากการเป็นหนี้สินเมื่อเจ็บป่วย ตามมาด้วยการกระจายเงินเข้าชนบทผ่านกองทุนหมู่บ้าน การส่งเสริมชาวบ้านให้ทำการผลิตในโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์

นี่คือสิ่งกระตุ้นให้ชาวบ้านรับรู้ว่าถ้าการเมืองดี รัฐบาลมีนโยบายดี ชาวบ้านจะมีชีวิตที่ดีได้

การตัดสินใจยึดอำนาจ มีขึ้นเมื่อไร?

ครบ 4 ปี หมดวาระสภาและนายกฯ ทักษิณ มีการเลือกตั้งใหม่เดือนกุมภาพันธ์ 2548 พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ได้ ส.ส.ทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ถึง 377 เสียง ปชป.ได้ 96 มีการตั้งรัฐบาลพรรคเดียวจากไทยรักไทย ทำให้คู่แข่งทางการเมืองหมดหวังที่จะต่อสู้กับพรรคไทยรักไทยในระบบเลือกตั้ง

นี่เป็นกระแสการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน ที่รู้ว่าการเข้าร่วมการเมืองในระบอบประชาธิปไตยสามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนได้

และก็ส่งผลกระทบไปยังกลุ่มอำนาจเก่าและอภิสิทธิ์ชน แม้แต่นักการเมืองยุคเก่าที่จะต้องหลุดจากวงจรในการควบคุมอำนาจ รวมทั้งกลุ่มทุนที่เคยพึ่งพิงอำนาจรัฐอาจจะต้องสูญเสียผลประโยชน์ครั้งใหญ่ ปฏิกิริยาตอบโต้จึงเกิดขึ้น

เพียงแค่หนึ่งปี ทีวีจอเหลืองของพันธมิตรก็ประกาศตัวเป็นศัตรูเต็มตัว จากนั้นก็มีการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ ของกลุ่มเสื้อเหลืองที่ร่วมกับบุคคลชั้นนำบางส่วนพุ่งเป้ากดดัน โดยมีจุดมุ่งหมายให้ตัวนายกฯ ทักษิณลาออก

สุดท้ายถึงขั้นยื่นถวายฎีกา ยื่นหนังสือถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี ยื่นหนังสือถึง ผบ.ทบ.พร้อมกันทั้งสามจุดในคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2549 ในที่สุดทักษิณก็ต้องประกาศยุบสภาและกำหนดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 เมษายน 2549

การเลือกตั้งครั้งใหม่ดำเนินไป ในขณะที่ ปชป.และพรรคชาติไทยไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน

4 เมษายน 2549 หลังการเลือกตั้งได้เพียงสองวัน จู่ๆ ทักษิณก็แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่าขอลาพักระยะยาว และแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการนายกฯ แทน โดยที่ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุ ท่ามกลางความงุนงงของผู้คน ทักษิณได้แต่บอกว่าเขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดที่คิดว่าประเทศนี้มีประชาธิปไตย

ต่อมา ศาลตัดสินให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมาเป็นโมฆะ

แต่จะเลือกตั้งใหม่อีกกี่ครั้ง พรรคการเมืองที่ทักษิณเป็นหัวหน้าก็คงชนะอยู่ดี

ดังนั้น ฝ่ายตรงข้ามจึงสรุปได้ว่าจะต้องไม่มีการเลือกตั้งใหม่

การรัฐประหารที่ไม่มีผู้นำตัวจริง

เดือนกันยายน 2549 ในท่ามกลางกระแสรัฐประหารและข่าวลอบสังหาร แต่ทักษิณก็ยังกล้าไปประชุมที่ UN และการรัฐประหารก็เกิดขึ้นจริงในวันที่ 19 เดือน 9 2549 แม้ ผบ.ทบ. พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ได้ปฏิเสธมาตลอดว่าจะไม่ทำ แต่ก็เป็นหัวหน้า (แม้ภายหลังก็อ้างว่าได้พยายามหลีกเลี่ยงจนถึงที่สุดแล้ว แต่ถึงตายก็จะไม่บอกเบื้องหลังของการรัฐประหาร)

ผู้ทำการยึดอำนาจเรียกตัวเองว่าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)

ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งองคมนตรี ต้องลาออกเพื่อมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีชั่วคราว จากนั้น คมช.ต้องวางแผนสืบทอดอำนาจโดยเอาชนะทางการเมืองในระบบเลือกตั้งที่เตรียมการไว้แล้ว คมช.ให้พรรค ปชป.มาเป็นตัวแทนสู้ในสนามเลือกตั้ง

เริ่มใช้ระบบตุลาการภิวัฒน์

1.ยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการห้าปี ตัวเก่งหายไปทีเดียว 111 คน ถือเป็นบทบาทแรกที่อำนาจฝ่ายตุลาการมาเปลี่ยนการเมืองอย่างเด่นชัด

การเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 การปฏิบัติการได้ผลจริง แต่ไม่สำเร็จ ไทยรักไทยที่แปลงร่างเป็นพลังประชาชน เสียง ส.ส.หายไปกว่า 1 ใน 3 จาก 377 เหลือเพียง 233 เสียง แต่ประชาธิปัตย์ก็ทำได้เพียง 165 เสียง ยังห่างไกลกันมาก สำหรับ คมช.พูดได้คำเดียวว่า “เสียของ”

ปี 2551 พรรคพลังประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมา โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เพียงแค่ 3 เดือน กลุ่มพันธมิตรก็ชุมนุมต่อต้าน ยึดทำเนียบรัฐบาล เหตุการณ์ยืดเยื้อต่อเนื่อง ผลสุดท้าย บุกเข้ายึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยถูกปิดแล้ว ใครจะเจ๊งก็ช่างมัน

2 ธันวาคม 2552 ศาลนัดพิจารณาคดียุบพรรคพลังประชาชน, พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย กรรมการพรรคทั้งสามพรรค 109 คนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองห้าปี พรรคทักษิณใช้ชื่อใหม่คือพรรคเพื่อไทย

ตุลาการภิวัฒน์ครั้งนี้เป็นการประกาศเตือนนักการเมืองทั้งหลายว่า อย่าได้บังอาจมาคบกับทักษิณหรือพรรคทักษิณ มิฉะนั้นจะถูกลงโทษ

แต่กลุ่มอำนาจเก่าจบเกมไม่ได้ ต้องลากยาวมาเป็น 20 ปี จำเป็นต้องคิดแผนยึดอำนาจจากประชาชนทั้งประเทศ เกมการเมืองปัจจุบันจะเดินต่ออย่างไร? จะวิเคราะห์ต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ (1)
เบื้องลึก ทรัมป์สั่งยึดน้ำมันสำรอง เวเนซุเอลา
ไล่ล่าหาความจริง… จาก Watergate ถึงฮั้ว ส.ว. (2)
นิวยอร์กเดินหน้าแบน AI งดใช้ในโรงเรียนชั่วคราว
ครบรอบ 25 ปี 9/11 มะกันยังเตรียมไม่พร้อม
อนุรักษนิยมโบกมือลารัฐบาล
‘รบ.อนุทิน’ พลิกเกมปรับกลยุทธ์สื่อสาร ผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.’ ตั้ง ‘หมอเอก’ โฆษกรัฐคนใหม่
เพื่อน
วิญญาณโง่เขลาและเดียวดายจำนวนหนึ่ง | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
คอนเทนต์ความตาย | กวีกระวาด : พจน์ พันธา
นัยผ้าผะเหวด : และการฟังเทศน์มหาชาติของผู้ข้า | กวีกระวาด
อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย กกต.ไปต่อ หรือลาก่อน