บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (175)
ร่วมมือทลายแก๊งโจร
จุดเริ่มต้นของการจับกุมแก๊งลักรถยนต์แก๊งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อตำรวจภูธรภาค 8 มีคำสั่งให้ตรวจสอบรถยนต์โฟวิล ซึ่งมักจะนำไปใช้ก่อเหตุร้ายทั่วไป จึงให้ตำรวจทุกพื้นที่ตรวจสอบว่าในพื้นที่ของตนเองนั้นมีอยู่กี่คัน มีใครครอบครองบ้าง และรายงานผลให้ทราบ
วันที่ 16 กรกฎาคม 2541 ผมได้สั่งการให้ ฝ่ายสืบสวน สภ.อ.เมืองภูเก็ต รับไปดำเนินการ
โดยมี ด.ต.เดชา ดำชุม และ ส.ต.อ.ปรีชา สอนจิตต์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเป็นทีมงาน เมื่อได้รับคำสั่ง ได้เดินทางไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น ส.ต.อ.ปรีชา สอนจิตต์ ได้รับการประสานเป็นการส่วนตัวจากเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดภูเก็ตบางคนที่ตั้งใจทำงานว่า มีพวกแก๊งลักรถจะมาติดต่อขอโอนย้ายทะเบียน ขอให้ไปตรวจสอบด้วย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2541 แก๊งคนร้ายชุดนี้เดินทางไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ส.ต.อ.ปรีชาเมื่อได้รับแจ้ง จึงรีบไปตรวจสอบหลักฐานทางทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นตำรวจ และมีไหวพริบของทั้ง ด.ต.เดชา และ ส.ต.อ.ปรีชา เมื่อพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน ง 1636 สงขลา จอดอยู่ที่บริเวณลานจอดรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต มีลักษณะที่เป็นพิรุธ
ด.ต.เดชา และ ส.ต.อ.ปรีชาจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่า รถคันดังกล่าวพยายามจะหลบหนี แต่ ด.ต.เดชา ส.ต.อ.ปรีชาสามารถขัดขวางการหลบหนีได้ และจับกุมตัวได้จำนวน 3 คนคือ นายสุรชัย มากกลาย, นายสุภาส ช้างชู และนายวัลลภ เครืออินทร์
ตรวจค้นในรถ พบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์จำนวนหลายแผ่น สอบถามแล้ว ไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถของใคร จึงได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมกับยึดรถยนต์เก๋งมายัง สภ.อ.เมืองภูเก็ต เพื่อสืบสวนขยายผลทันที
และการสอบสวนผู้ต้องหาทุกคน ต่างให้การยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันตั้งเป็นแก๊งออกตระเวนลักรถยนต์ในจังหวัดภูเก็ตเป็นแก๊งขนาดใหญ่มาก
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองภูเก็ต ได้ร่วมกันติดตามขยายผลกันอย่างจริงจังทันที
และผมต้องชื่นชมกับการทำหน้าที่ของ พ.ต.ท.สมาน ชัยณรงค์ รอง ผกก.(อก.) สภ.อ.เมืองภูเก็ต กับ พ.ต.ท.วีระศิลป์ ขวัญเซ่ง รอง ผกก.(ป.) สภ.อ.เมืองภูเก็ต ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ ทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อให้งานสำเร็จ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.อ.เมืองภูเก็ต และชุดเฉพาะกิจของฝ่ายปราบปราม ผนึกกำลังกันติดตามจับกุมเหล่าร้ายที่ออกอาละวาดลักรถยนต์ทั่วจังหวัดภูเก็ต
กลุ่มคนร้ายได้ใช้โรงแรมเล็กๆ เป็นแหล่งกบดานออกล่าเหยื่อ และลักรถยนต์ตามใบสั่งที่ต้องการรถยนต์ชนิดไหน ยี่ห้อ สี และรุ่นอะไร
คนภูเก็ตที่รู้ตัวว่ารับซื้อรถยนต์ที่ลักมาและนำมาสวมทะเบียน เริ่มเกรงกลัวกฎหมายอาญาแผ่นดิน หากยังครอบครองรถที่ผิดกฎหมายอยู่จะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดฐานรับของโจรอย่างแน่นอน ในเวลานั้นจึงเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน อยู่ๆ จะพบรถยนต์จอดทิ้งไว้ข้างถนนหลายพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต โดยไม่รู้ว่าใครนำไปจอดทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจพบจึงได้ยึดไว้แล้วนำกลับมายัง สภ.อ.เมืองภูเก็ต
และเมื่อให้กลุ่มคนร้ายที่จับมาได้ดูรถยนต์เหล่านี้ก็ยืนยันว่า เป็นรถยนต์ที่พวกตนทำการโจรกรรมมา
เมื่อการสืบสวนเจาะลึกจึงทราบว่า เมื่อลักรถได้แล้ว จะมีการปลอมแปลงทะเบียนรถแล้วนำไปสวมซากรถที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อนำไปจำหน่าย และบางคันถูกส่งไปถึงจังหวัดเชียงราย
พ.ต.ท.สมาน ชัยณรงค์ นำทีมตำรวจ สภ.อ.เมืองภูเก็ต บุกขึ้นเหนือไปถึงจังหวัดเชียงรายและลุยติดตามขึ้นไปถึงบนดอย ยึดรถยนต์กระบะที่ถูกโจรกรรมไป และนำกลับมาตรวจสอบได้ถึง 9 คัน และต้องการตรวจพิสูจน์ว่า เจ้าของรถยนต์ที่แท้จริงคือใคร จะได้นำส่งคืนเจ้าของ
ถ้าจะให้เห็นภาพรวมในการทำคดีครั้งนี้ว่ายิ่งใหญ่เพียงใด ก็ต้องนำรายงานที่ผมนำเสนอ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ให้ทราบในเวลาต่อมา ได้ดังนี้
ผมได้ลงนามในหนังสือสรุปรายงานคดีโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปยัง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ตามบันทึกข้อความที่ ภก.0120/10198 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2542
ตามวิทยุด่วนที่สุด ภ.จว.ภูเก็ต ที่ ภก.0020.21/3011 ลง 7 ตุลาคม 2542 เรื่องให้รายงานผลการปราบปรามจับกุม คดีโจรกรรมรถยนต์-รถจักรยานยนต์ รายสำคัญในลักษณะที่เป็นกลุ่มแก๊งคนร้ายหลายคน หรือจับกุมได้พร้อมด้วยของกลางจำนวนมากนั้น
สภ.อ.เมืองภูเก็ต ขอรายงานผลการปราบปรามจับกุม คดีโจรกรรมรถยนต์-รถจักรยานยนต์รายสำคัญ ดังนี้
คดีอาญา สภ.อ.เมืองภูเก็ตที่ 1438/2541
เรื่อง สมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปกระทำการอันเป็นซ่องโจรเพื่อลักทรัพย์
1. ผู้ต้องหาในคดีที่จับกุมตัวแล้ว 12 คน
2. ผู้ต้องหาที่ได้ออกหมายจับไว้แล้ว 6 คน
รวมผู้ต้องหา จำนวน 18 คน
3. ของกลางที่เป็นรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 3 คัน
4. ของกลางที่เป็นรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงสภาพหมายเลขเครื่องยนต์-ตัวรถ (ยึดในจังหวัดภูเก็ต-พังงา) จำนวน 20 คัน
5. ของกลางที่เป็นรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงสภาพหมายเลขเครื่องยนต์-ตัวรถ (ยึดจากจังหวัดเชียงราย) จำนวน 9 คัน
6. พฤติการณ์ในการกระทำผิดของผู้ต้องหา
กลุ่มคนร้ายในคดีนี้ จะมีพฤติการณ์ในการโจรกรรมรถยนต์เพื่อนำไปสวมซากแล้วจำหน่าย โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นผู้สั่งการจะซื้อซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุมีสภาพเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ เพื่อต้องการสมุดรายการจดทะเบียนรถ (คู่มือ) จากนั้นก็จะสั่งให้กลุ่มผู้ต้องหาที่มีความชำนาญในเรื่องลักรถยนต์ ทำการลักรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น สี ที่ตรงกันกับสมุดคู่มือรถที่ซื้อมาพร้อมซากรถ หลังจากกลุ่มผู้ต้องหาลักรถยนต์มาได้แล้ว กลุ่มผู้สั่งการก็จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ จากนั้นกลุ่มผู้สั่งการก็จะจ้างกลุ่มผู้ต้องหาที่มีความชำนาญในการดัดแปลงสภาพ ทำการขูดลบหมายเลขเครื่องยนต์-หมายเลขตัวรถ เดิมออก แล้วทำการตอกหมายเลขเครื่อง-หมายเลขตัวรถใหม่ ให้ตรงกับสมุดคู่มือรถที่ซื้อมาพร้อมซากรถ และทำการตกแต่งรถยนต์ให้อยู่ในสภาพใหม่ เพื่อไม่ให้เจ้าของรถเดิมจำรถได้
หลังจากนั้นกลุ่มผู้สั่งการก็จะดำเนินการเกี่ยวกับหลักฐานการจดทะเบียนรถให้ถูกต้อง กล่าวคือ แจ้งสมุดรายการจดทะเบียนรถเดิมว่าสูญหาย และแจ้งย้ายรถไปอยู่จังหวัดอื่น เพื่อขอออกสมุดรายการจดทะเบียนรถเล่มใหม่ หลังจากได้สมุดรายการจดทะเบียนรถเล่มใหม่มาแล้ว ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า รถคันที่ลักมานั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร จากนั้นก็จะนำรถยนต์ไปจำหน่ายต่างท้องที่กับท้องที่ที่ทำการลักรถมา อันเป็นการเสร็จกระบวนการ การลักรถยนต์มาสวมซาก
แก๊งลักรถจักรยานยนต์ คดีอาญาที่ 1827/2541
1. ผู้ต้องหาในคดีที่จับกุมตัวแล้ว 4 คน
2. ผู้ต้องหาที่ได้ออกหมายจับไว้แล้ว 2 คน
รวมผู้ต้องหา จำนวน 6 คน
3. ของกลางรถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดได้ จำนวน 9 คัน
4. ของกลางรถจักรยานยนต์ ยึดได้จากจังหวัดระนอง จำนวน 3 คัน
5. พฤติการณ์ในการกระทำผิดของผู้ต้องหา
กลุ่มคนร้ายในคดีนี้ ได้ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ตามตลาดนัด งานแสดงสินค้า ศูนย์การค้า โดยเมื่อลักไปแล้วจะนำไปขายในเขตพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า อ.คุระบุรี จ.พังงา และ อ.เมือง จ.ระนอง เพื่อนำส่งขายในประเทศพม่า
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 40 คัน ต่อมาในวันที่ 13 กันยายน 2541 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการจับกุมตัวนายศิริศักดิ์ หรืออี๊ด ทรงศิริ ผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ต่อมาได้ขยายผลสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายได้อีก 4 คน คือนายสำเริง สร้อยนาค นายอัครเดช สุวรรณกุล นายปัญญา โพธิ์สง่า และนายบรรจบ พรหมเพชร ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
รอง ผกก.(สส.) ปรท.ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต
รายการรถยนต์ที่ตรวจยึดได้ยาวเป็นบัญชีหางว่าวเช่นนี้ ปกติพื้นที่ลานจอดรถหน้า สภ.อ.เมืองภูเก็ตกว้างขวางมาก แต่ก็แทบจะไม่เพียงพอสำหรับนำรถยนต์ของกลางมาจอด
