bg-single

พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ เจาะลึกแดนประหารบางขวาง

12.05.2026

รายงานพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล

พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์

เจาะลึกแดนประหารบางขวาง

มีโอกาสร่วมเป็นหนึ่งในทีม OSK CONNEX (กลุ่มเครือข่ายนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ) เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ที่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เมื่อไม่นานมานี้

พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมภายในเรือนจำบางขวาง ชมแดนประหารของจริง

ทั้งนี้ ภายใต้คำเชิญและอำนวยความสะดวกจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีคนที่ 38 ท่านเป็น OSK รุ่น 102 พร้อมเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันเลิศรสที่ร้านอาหาร “Cook & Coff ณ บางขวาง” ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในบรรยากาศสายลมแม่น้ำอ่อยเอื่อย

มีสมาชิก OSK CONNEX เข้าเยี่ยมชมจำนวนหนึ่ง

พิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์ไทยที่น่าสนใจ ได้แก่

เครื่องพันธนาการและอุปกรณ์ลงฑัณฑ์โบราณ เช่น ขื่อคา, กรงขัง, ตรวนขนาดต่างๆ

เครื่องทรมานนักโทษในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ที่ใช้ให้เข็ดหลาบ เห็นแล้วน่ากลัวมาก

มีรูปหุ่นจำลองนักโทษขณะอยู่ในเครื่องทรมาน เช่น ขื่อค้ำคอ, เบ็ดเหล็กเกี่ยวใต้คางนักโทษเกี่ยวคอห้อยกับรอก, ค้อนตอกเล็บ ทำด้วยไม้แก่น ปลายไม้ข้างแหลมจะใส่เข้าไประหว่างเล็บและเนื้อแล้วใช้ค้อนตอกปลายแหลมเข้าไปในเล็บ

มีหุ่นจำลองนักโทษนั่งยองในที่คุมขังรูปหวายตะกร้อขนาดใหญ่, หีบทรมานและไม้บีบขมับ เป็นต้น

เครื่องมือทรมานนี้มีแสดงให้เห็นราว 10 ชนิด น่ากลัวสุดๆ

ถัดไปคือ นิทรรศการวิวัฒนาการการประหารชีวิต มีภาพจำลองให้เห็นตั้งแต่สมัยฆ่าตัดคอ ที่ให้นักโทษนั่งเหยียดขามัดแขนทั้งสองข้างไว้กับหลัก ผูกตา ให้เพชฌฆาตร่ายรำอยู่ข้างหน้า แล้วบั่นคอให้ขาดกระเด็น ถ้ายังคอไม่ขาดจะมีดาบที่สองที่อยู่ข้างหลังเข้าซ้ำ เพชฌฆาตแต่งชุดสีแดงทั้งตัว มีผ้ามงคลคาดหัวสีแดง

มีแท่นแสดงดาบสังหารชนิดต่างๆ เป็นสิบเล่มอยู่บริเวณนี้

จำลองการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า

ถัดไปคือ ภาพจำลองการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า

มีหลักประหารชีวิตจริงให้ดู เห็นรูกระสุนกัดพรุนเป็นแถบ มีภาพจำลองเพชฌฆาตกำลังเล็งเป้าผ่านแผ่นผ้ามีวงกลมตรงกับหัวใจด้านหลังนักโทษ มีผู้คุมชูธงแดงให้สัญญาณลั่นกระสุน มีหุ่นนักโทษถูกมัดร้อยแขน 2 ข้างกับหลักประหาร มัดลำตัวบนล่างกับหลักประหาร มีผ้าผูกตา

ผู้บรรยายเล่าวิธีชันสูตรหลังจากประหารแล้วว่าทำอย่างไร เล่าแม้แต่การเอาทรายมากลบกองเลือด

ประวัติที่ผ่านมามีนักโทษถูกประหารชีวิต 319 คน ในจำนวนนี้เป็นนักโทษหญิง 2 คน ผู้บรรยายบอกชื่อ นามสกุล คดีอะไร เพราะนั่นคือความจริงที่บันทึกไว้

การประหารชีวิตด้วยการ “ยิงเป้า” (หมายถึงการใช้ปืนแบล็กแมน “ยิงเข้าเป้า” วงกลมบนแผ่นผ้าที่ขึงทาบตรงเบื้องหลังหัวใจของนักโทษประหาร) คนสุดท้ายทำในปี 2546

หลังจากนั้นเปลี่ยนมาเป็นการประหารชีวิตด้วยการฉีดยา เตียงฉีดยามี 2 เตียง ใช้ประหารชีวิตนักโทษ 2 คนได้พร้อมกัน

วิธีประหารจะมัดนักโทษกับเตียงแล้วฉีดยา 3 เข็ม ตอนฉีดจะค่อยเปิดไฟ 3 สีตามจังหวะการฉีด 3 เข็ม คือสีส้ม สีแดง สีเขียวม่วง เข็มแรกเป็นยานอนหลับให้หลับลึก เว้นระยะหนึ่งแล้วฉีดเข็มที่สองเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ อันนี้สำคัญมาก นักโทษประหารต้องมีกล้ามเนื้อที่ผ่อนคลาย หลังจากนั้นอีก 5 นาที จึงฉีดยาพิษโพแทสเซียมคลอไรด์สังหารชีวิต

มีนักโทษถูกประหารด้วยการฉีดยาพิษมาแล้ว 7 คน รายสุดท้ายทำในปี 2561 ปัจจุบันไม่มีการประหารชีวิตด้วยการฉีดยามานานถึง 8 ปีแล้ว

แต่ตำแหน่งเพชฌฆาตยังมีอยู่ เมื่อไม่มีการประหารชีวิตก็ทำงานอื่นในเรือนจำไป

ประหารชีวิตด้วยดาบในอดีต

ขึ้นไปชั้นบน เป็นมุมจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ “การคุกการตะรางกับกาลเวลาที่เปลี่ยนไป” เป็นบอร์ดเล่าเรื่องการคุกการตะรางของไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และสมัยรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบัน

ในตู้กระจกจัดแสดงลายพระราชหัตถเลขาในหมายปล่อยตัวนักโทษของรัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 6, รัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบัน

มีการจัดแสดงภาพกิจวัตรประจำวันของนักโทษ ภาพโรงอาบน้ำ ภาพโรงอาหาร ผู้บรรยายเล่าว่า นักโทษมีเครื่องแต่งกาย 2 สี สีฟ้า คือชุดนักโทษเด็ดขาดที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ส่วนชุดสีน้ำตาล คือนักโทษที่ยังอยู่ในระหว่างรอคำพิพากษาขั้นสุดท้าย

มีภาพและสิ่งของเครื่องใช้สมัยโบราณที่ใช้งานได้จริงสมัยนั้น ได้แก่ ไม้คทา, กล้องโบราณ, ปืนพกลูกโม่, สมุดรายวันรับราชการ, หมวกกะโล่, อาวุธผู้ต้องขัง, บัญชีผู้ต้องขังหลบหนี, อุปกรณ์การหลบหนี และอุปกรณ์การพนันในคุก

โซนกิจวัตรประจำวันของนักโทษ เป็นการจำลองบรรยากาศและจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในเรือนจำ เช่น ห้องขัง, ช่องลม, โครงกระดูก, เครื่องโม่โบราณ, ฆ้อง, ภาชนะใส่อาหารของผู้ต้องขัง, ท่อส่งน้ำโบราณ, กระทะหุงต้มอาหารสามารถหุงข้าวได้ทั้งกระสอบเลี้ยงคนได้ 400 คน แถมด้วยครกไม้โบราณ

ภาพเรือนจำจังหวัดต่างๆ สมัยก่อน ภาพเรือนจำเกาะเต่า ภาพเรือนจำเกาะตะรุเตา ภาพเครื่องพิมพ์ดีดที่สอ เสถบุตร ใช้พิมพ์ต้นฉบับพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย ลักลอบส่งออกมาจากเกาะตะรุเตา จนเป็นพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยฉบับมาตรฐาน

เตียงฉีดยาประหารชีวิต

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้ก้าวเข้าสู่ประตูคุกบางขวาง ทุกชีวิตที่เข้ามาในเขตบางขวางจะต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด

กล่าวคือ ประการแรก จะต้องปลดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาดิจิทัล เพาเวอร์แบงก์ และอื่นๆ ทุกสิ่งจะต้องฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ในอาคารแรกที่เข้าสู่ดินแดนบางขวาง

ผู้บัญชาการเรือนจำบางขวาง นายยุทธนา นาคเรืองศรี มารอต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ผู้ติดตาม

ในเรือนจำบางขวาง รถกอล์ฟพาคณะผู้เยี่ยมชมเข้าสู่ดินแดนบางขวาง อันเป็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครเข้ามารู้เห็นได้ง่ายๆ

จุดแรกที่วิ่งผ่าน คือบริเวณเยี่ยมญาติที่เป็นเรือนแถวยาว 2 ฟากถนน จัดซอยเป็นห้องเล็กๆ ให้ญาติได้เข้าเยี่ยมนักโทษ เห็นพวกญาตินั่งหันหลังให้ ส่วนนักโทษอยู่ในห้องด้านใน

ต่อไปเริ่มเข้าสู่บริเวณที่คุมขังที่เรียกเป็นแดนต่างๆ แดนแรกที่แลเห็น มีนักโทษในเครื่องแต่งกายชุดสีน้ำตาลนั่งขัดตะหมาดบนพื้นซีเมนต์เป็นแถวยาวซ้อนหลายชั้นหน้าห้องขัง ผู้คุมยืนคุมด้านซ้ายและขวา เสียงผู้คุมสั่งให้นักโทษนั่งก้มหน้า

นักโทษในชุดสีน้ำตาลคือพวกที่คดียังไม่สิ้นสุด ยังไม่มีคำตัดสิน ยังไม่เป็นนักโทษเด็ดขาด ส่วนนักโทษในชุดสีฟ้าคือนักโทษเด็ดขาดที่ศาลมีคำตัดสินแล้ว

รถพาวิ่งผ่านอาคารคุมขังของแดนต่างๆ แต่ทุกแห่งปิดประตูเงียบ ไม่มีนักโทษให้เห็น

จนเข้าสู่จุดไฮไลต์ที่พามาดู คือแดนประหาร

ก่อนเข้าสู่แดนประหารจะมีศาลาอยู่ด้านหน้าให้นักโทษนั่งพัก นักโทษจะถูกเบิกตัวมาสู่แดนประหารโดยรถกอล์ฟที่พวกเรานั่งมานั่นแหละ

ที่นี่นักโทษจะได้กินอาหารมื้อสุดท้าย ถ้าอยากกินอะไรทางเรือนจำจะจัดสั่งมาให้ นักโทษประหารจะนั่งที่เก้าอี้ตัวเดียวของศาลานี้ เพื่อได้โทรศัพท์คุยกับญาติเป็นครั้งสุดท้าย และเพื่อเขียนพินัยกรรม

ถ้าอยากจะเห็นผ้าเหลืองก่อนตายก็จะนิมนต์พระจากวัดบางแพรกใต้เข้ามาทางประตูที่นำศพนักโทษออก เข้ามาทำพิธีให้

เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว นักโทษจะถูกนำเข้าสู่หลักประหารในอาคารข้างๆ ที่สมัยก่อนใช้วิธียิงเป้า หลักประหารมัดนักโทษของจริงยังอยู่ แท่นปืนก็ยังอยู่

มีคำถามจากผู้เยี่ยมชมว่า เคยมีนักโทษหนังเหนียวที่ยิงไม่ออกบ้างไหม

ผบ.เรือนจำบางขวางตอบว่า “มี”

“นักโทษคนนั้นมีเหรียญหลวงพ่อแดงวัดเขาบันไดอิฐ”

นี่คือเหรียญที่เหนียวจริง พิสูจน์จากแดนประหารบางขวาง

ท่าน ผบ.ก็มีเหรียญนี้ด้วย ปลดให้ดูจากพวงในคอ

สมัยนั้น เมื่อนักโทษถูกประหารแล้ว หลังการชันสูตรพลิกศพ จะนำร่างออกทางประตูเข้าวัดบางแพรกใต้ ที่เปิดออกด้านข้างแดนประหาร เพื่อส่งศพให้ญาติ

มีนักโทษถูกประหารด้วยการยิงเป้า 319 คน ในจำนวนนี้เป็นนักโทษหญิง 2 คน

หลังจากหมดยุคการ “ยิงเป้า” มาสู่ยุคการประหารด้วยการ “ฉีดยา”

ห้องฉีดยาอยู่ข้างห้องยิงเป้า ภายในอาคารเดียวกัน มีเตียงฉีดยา 2 เตียงอยู่คู่กัน ฉีดยาได้ 2 คนพร้อมกัน

นักโทษประหารที่ฎีกาขออภัยโทษตกไป ไม่พระราชทานอภัยโทษให้ จะถูกเบิกตัวมายังแดนประหาร ทำพิธีเบื้องต้นในซุ้มนอกแดนประหารเหมือนสมัยยิงเป้า แล้วส่งตัวเข้าห้องประหาร

ภายหลังการชันสูตรศพ ร่างนักโทษที่ประหารด้วยการฉีดยาจะไม่นำส่งผ่านประตูออกไปยังวัดบางแพรกใต้ แต่จะให้รถมูลนิธิฯ เข้ามารับศพออกไป

นับจากเริ่มการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษครั้งแรกในปี 2547 มีนักโทษถูกฉีดยาพิษมาแล้ว 7 คน คนสุดท้ายทำในปี 2561

จนถึงปัจจุบันไม่มีการฉีดยาพิษสังหารมา 8 ปีแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน