bg-single

กางแผน ปฏิรูปอาชีวะ ปั้นคนตอบโจทย์ประเทศ

09.05.2026

| การศึกษา

หลังการมอบนโยบายขับเคลื่อนการศึกษาของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง หรือครูไก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

ภาพใหญ่ที่ถูกวางไว้มีทั้งการลดภาระครู รื้อโครงสร้างงบประมาณ ลดความเหลื่อมล้ำ ปรับหลักสูตรสู่ฐานสมรรถนะ และเร่งผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ภายในรัฐบาลนี้

ได้รับเสียงตอบรับไปในทางบวก สำหรับคนแวดวงวิชาการ

แต่การศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาถึงจะเห็นผล โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ คือ “การเรียนฟรีมีงานทำ” ที่รัฐบาลผลักดัน โดยเฉพาะการเรียนฟรีมีจริง ยังเป็นเรื่องที่พูดง่าย ทำยาก ยิ่งในภาวะวิฤตพลังงาน ต้นทุนชีวิตมนุษย์อยู่ในภาวะเสี่ยงและอาจส่งผลให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น

การเรียนสายอาชีพ ที่สามารถทำงานระหว่างเรียนได้ อาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบของปัญหาดังกล่าว

ล่าสุด ในการประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) นายประเสริฐได้มอบนโยบาย ทิศทางการพัฒนาการอาชีวศึกษาไว้น่าสนใจ โดยสะท้อนประเด็นปัญหาที่สำคัญหลายเรื่อง ทั้งโครงสร้างด้านกำลังคนที่ยังไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีนักเรียนสามัญ ต่ออาชีพ 70 : 30 แต่เป้าหมายกำลังคนอยู่ที่ 45 : 55 หมายถึงเราผลิตคน ยังไม่ตรงกับความต้องการของประเทศ

นายประเสริฐระบุว่า สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรี และเป็นคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC พบว่า ความต้องการกำลังคนมีกว่า 50,000 คนต่อปี ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส. ) ซึ่งพบว่าช่างอุตสาหกรรมและแรงงานไทยยังมีทักษะไม่สูงนี่คือความท้าทายแรก

ขณะที่ช่องว่างทางการศึกษาและทักษะโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน กำลังจะพูดที่การศึกษาที่ต้องปรับตัว เรามี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ผ่านมา 27 ปี พ.ร.บ. มีการแก้ไขเป็นระยะๆ แต่ยังไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

ยกตัวอย่างเช่น ไม่มีการพูดถึงทักษะในการเข้าไปทำงานในโรงงานและนำทักษะเหล่านั้นมาแปลงเป็นหน่วยกิตสะสม ในเครดิตแบงก์ หรือธนาคารหน่วยกิต ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่ท้าทาย

รวมถึงการผลิตกำลังคน เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีนักลงทุนชาวจีนสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่เรายังไม่มีกำลังคนรองรับ

สิ่งเหล่านี้จึงเป็นโจทย์สำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการผลิตกำลังคนได้เพียงพอกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

ขณะที่ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ยังไม่เป็นระบบแบบไร้รอยต่อ แม้จะมีระบบทวิภาคีแต่ยังขาดมาตรฐาน ดังนั้น อนาคตต้องเชิญบริษัทต่างๆ เข้ามาพูดคุยกันต้องปรึกษาว่าเราควรจะเริ่มต้นอย่างไรดีที่จะทำให้เรื่องงานบางแห่งฝึกงานไม่ตรงกับสาขา หรือใช้เป็นภาคแรงงาน

อาชีวะถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ เห็นได้จากในต่างประเทศ เช่น เยอรมนี หรือประเทศในแถบยุโรป หรือประเทศญี่ปุ่น จะให้ความสำคัญกับการเรียนอาชีวศึกษาอย่างมาก แต่ในประเทศไทยกับมองภาพลักษณ์ของเด็กอาชีวะอีกมุมหนึ่ง ทั้งที่คนที่จบอาชีวะจบไปแล้วเงินเดือนควรสูงกว่าคนจบปริญญาตรีบางแผนกเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการเรียนทักษะ ที่ใช้เวลาเรียนน้อยกว่า โอกาสหางานทำได้มากกว่า

ซึ่งคงต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ค่านิยมเหล่านี้หมดไป

ยกตัวอย่างช่างเชื่อมใต้น้ำ ซึ่งจากข้อมูลจากกรมพัฒนาฝีมีอแรงงาน บริษัทจ้างเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 4,000-5,000 บาท เป็นกำลังแรงงานคุณภาพสูง เป็นต้น

จากความท้าทายนี้ จึงคิดว่า จะขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านกลไกที่เรียกว่า Human Capital Super board ซึ่งจะเป็นบอร์ดที่มีรองนายกฯ เป็นประธาน บูรณาการการทำงาน เชื่อมโยงกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบการวางแผนการผลิตบุคลากร เพื่อพัฒนาประเทศ

เกิดเป็นนโยบาย คือ “ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ ให้เป็นมาตรฐาน” เพราะหัวใจของการเรียนรู้ของอาชีวะคือการปฏิบัติการเรียนรู้จากการทำงานจริง พัฒนาระบบโดยอิงกับระบบ Dual System ของเยอรมัน ที่ยืนอยู่ 3 เสาหลัก

เสาหลักที่ 1 ด้านมาตรฐานสมรรถนะด้านวิชาชีพ เราจะจัดทำมาตรฐานกับหน่วยงานที่สำคัญหลายอย่าง เช่น สภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้า สมาคมวิชาชีพต่างๆ เรายังมองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในปี พ.ศ.2570 จะต้องมีอย่างน้อยครบ 10 สาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ

เสาหลักที่ 2 คือชั่วโมงการฝึกงานมาตรฐาน ที่ต้องมีการกำหนดสัดส่วนที่เหมาะสม

เสาหลักที่ 3 สร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้าร่วม ผลักดันผ่าน Human Capital

“นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้ว ยังต้องเร่งปฏิรูปหลักสูตรให้ทันโลกและเทคโนโลยี เรื่องอุตสาหกรรมและเรื่องการศึกษาต้องก้าวหน้าไปพร้อมๆ กันเรื่องของหลักสูตร เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ หรือเรื่องโรบอต มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น หลักสูตรจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง มีการสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนทั้งหมดนี้นำไปสู่การยกระดับภาพลักษณ์อาชีวะ ที่จะต้องเร่งทำให้อาชีวะไม่ใช่อาชีพทางเลือกแต่เป็นอาชีพแห่งความสำเร็จ” นายประเสริฐกล่าว

โจทย์ใหญ่อาชีวะที่ ‘ครูไก่-ประเสริฐ’ วางไว้ ถือว่าเดินมาถูกทางในเชิงโครงสร้าง

ที่ต้องวางเป้าหมายการผลิตกำลังคน

เชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับเศรษฐกิจ รวมถึงดึงภาคเอกชนร่วมผลิตกำลังคน

และการยกระดับทักษะให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต

แต่ในทางปฏิบัติยังคงเป็นท้าทาย ว่าจะสามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่

การปฏิรูปอาชีวะครั้งนี้ จะสำเร็จหรือไม่ จึงไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เรียนที่เพิ่มขึ้น

แต่ต้องวัดจากคุณภาพกำลังคนที่ผลิตออกมาว่า สามารถทำงานได้จริง มีรายได้จริง และมีเส้นทางเติบโตจริงหรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน