bg-single

Tracing แกะรอยชีวิตทางศิลปะ ของ กวิตา วัฒนะชยังกูร

30.06.2026

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ในตอนนี้ขอแนะนำนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่น่าสนใจให้อ่านกันอีกหนึ่งนิทรรศการ

คราวนี้เป็นผลงานของ กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินร่วมสมัย ผู้มีผลงานเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เธอสร้างสรรค์ผลงานวิดีโอเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่ถ่ายทอดภาพศิลปะการแสดงสดของตัวศิลปินเอง ที่ใช้ร่างกายประกอบกิจกรรมอันพิลึกพิลั่นด้วยความยากลำบากและทุลักทุเล ในการเลียนแบบเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้านที่ผู้หญิงต้องใช้งานในชีวิตประจำวัน

Tracing นิทรรศการเดี่ยวครั้งสำคัญของกวิตา รวบรวมผลงานวิดีโอเพอร์ฟอร์แมนซ์ทั้งยุคแรกและผลงานล่าสุดของเธอ สะท้อนแนวปฏิบัติทางศิลปะที่ใช้ร่างกายเป็นพื้นที่ในการทดสอบระบบแรงงาน อำนาจ และการควบคุมมาอย่างต่อเนื่อง

กวิตาบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของนิทรรศการครั้งนี้ของเธอว่า

“ก่อนหน้านี้ แพรวทำนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ Yuz เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งออกทุนให้ทำผลงานชุดใหม่ ตอนนั้นแพรวเพิ่งทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จ และเปิดตัวไปแล้ว ใน The 11th Asia Pacific Triennial Art Gallery, Queensland Art Gallery & Gallery of Modern Art ประเทศออสเตรเลีย งานชิ้นนี้มีชื่อว่า The Machine Ghost in the Human Shell (2024) ซึ่งปกติแล้วแพรวจะพูดถึงเรื่องการโดนกดขี่ การโดนควบคุม มนุษย์ที่กลายเป็นเครื่องจักร แล้วตอนหลังก็พูดถึงเครื่องจักรกลที่กลายมาเป็นเหมือนมนุษย์มากขึ้น พูดเหมือนมนุษย์ คิดเหมือนมนุษย์ ทำอะไรเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง ที่ค่อยๆ ลบเลือนความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร ที่ตอนแรกมนุษย์ก็ถูกปฏิบัติเป็นเครื่องจักรอยู่แล้วในกระบวนการของแรงงาน ตอนหลังก็กลายเป็นว่า เครื่องจักรเป็นเหมือนมนุษย์มากขึ้น เราเองก็เหมือนเครื่องจักรมากขึ้นเรื่อยๆ ในทางความคิด เช่น เรามักจะใช้เครื่องจักรช่วยในการตัดสินใจหรือช่วยคิด ช่วยทำอะไรต่างๆ มากขึ้น อย่างการใช้ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ยิ่งลบเลือนเส้นแบ่งเข้าไปใหญ่ แพรวก็มาคิดว่า แพรวจะสื่อสารเรื่องนี้ออกมาอย่างไร แพรวก็ทำกับ คุณพีพี (ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร) MIT Professor ที่ MIT Media Lab ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้าน AI แล้วเขาแนะนำเครื่องหนึ่ง ชื่อว่า Electrical Muscle Stimulation (EMS) หรือว่าเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ที่ทำโดยวิศวกร Brainx Solution (Brain Interface Lab) ศูนย์ปฏิบัติการเชื่อมต่อสัญญาณสมองด้วยคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่กระตุ้นกล้ามเนื้อของเราด้วยไฟฟ้า สำหรับคนที่เป็นอัมพฤกษ์และอัมพาต เขาจะใช้เครื่องนี้เป็นการกระตุ้นการหยิบจับสิ่งของ เพื่อสร้างความทรงจำของกล้ามเนื้อ ให้กล้ามเนื้อเกิดความทรงจำว่า อันนี้หยิบอย่างนี้ อันนี้ทำอย่างนั้น เป็นการช่วยให้หายเร็วขึ้น

แพรวใช้เครื่องนี้ แต่ใช้ในระดับที่แรงกว่า ให้เข้าไปควบคุมทั้งร่างกายฝั่งซ้ายฝั่งขวา ที่ป้อนคำสั่งเข้าไปในตัว AI ที่ควบคุมไฟฟ้า โดยการทำอย่างไรก็ได้ให้หยุดเราที่กำลังวาดภาพวงกลมด้วยชอล์กเหมือนทำสมาธิ เราตั้งใจจะวาดรูปแบบลายนิ้วมือมนุษย์ แต่ว่าไฟฟ้านี้ก็จะชอร์ตเพื่อให้เรากลิ้งไปตามท่าทางต่างๆ ให้เราวาดไม่ได้ เหมือนว่าเขาต้องการควบคุมการกระทำของเรา ก็เลยเป็นการต่อสู้ระหว่างไฟฟ้าที่อยู่ในร่างเรา เหมือนเป็นร่างทรงที่คอยกำหนด คอยควบคุมเรา เราก็ต้องต่อสู้เพื่อให้กลับมาวาดรูปนี้ให้ได้ ซึ่งผลงานวิดีโอเพอร์ฟอร์แมนซ์ชิ้นนี้ใช้เวลา 30 กว่านาที ก่อนหน้านี้แพรวทำ AI หน้าแพรวให้เป็น Deepfake แต่ตอนนี้ตัว AI มาอยู่ในร่างกายของแพรวโดยสมบูรณ์ ก็เลยเป็นการยื้อกัน ว่าเราจะถูกควบคุม หรือกลับมาวาดรูปได้อีกครั้ง ซึ่งเวลาไฟฟ้าชอร์ต ก็ชอร์ตอย่างรุนแรง เราต้องมีสติเพื่อกลับมาวาดให้ได้ งานชิ้นนี้แสดงที่พิพิธภัณฑ์ Yuz ที่เซี่ยงไฮ้ และเอามาแสดงที่ Nova Contemporary ในครั้งนี้”

กวิตายังกล่าวถึงผลงานชิ้นอื่นๆ ในนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“ทางพิพิธภัณฑ์ Yuz เซี่ยงไฮ้ ยังออกทุนให้แพรวทำงานอีก 3 ชิ้น เกี่ยวกับ AI เหมือนกัน แพรวก็เลยมาคิดว่า เราทำเรื่องที่ไม่ต้องโหดมาก เพราะงานนั้นกดขี่สุดสุด ชอร์ตไฟฟ้าแรงไปแล้ว แพรวคุยกับแม่ว่า เรามีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้านี้อยู่ เราทำอะไรให้ลึกซึ้งได้บ้าง แม่บอกว่า แทนที่เราจะเป็นร่างทรงของ AI ตัวไหนตัวหนึ่งก็ไม่รู้ เราลองมาเป็นร่างทรงของพ่อ (ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร) ดูไหม เราก็เลยเริ่มกระบวนการเอาบันทึกของพ่อ ชีวประวัติของพ่อ ซึ่งมีค่อนข้างเยอะมาก มาสร้างข้อมูลใส่ในตัว AI ทีนี้เราก็สามารถคุยกับ AI เหมือนเขาเป็นพ่อ เพราะเขามีข้อมูลแทบจะทุกอย่างที่พ่อมี ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำต่างๆ พอเรารู้สึกว่าเราได้ AI ที่เป็นพ่อ เราก็เลยเอามาทำเป็นตัวกระตุ้นไฟฟ้า โดยการให้นักวิทยาศาสตร์เอา Coding ของ AI ตัวนั้นเข้ามาอยู่ในไฟฟ้า แล้วก็มาควบคุมร่างแพรว เวลาแพรวทำเพอร์ฟอร์แมนซ์ แม่ของแพรวกำลังถือแพรวเป็นพู่กัน แล้วแขนของแพรวกำลังพนมมือไปข้างบนหัว แล้วตวัดมือซ้ายขวาเหมือนเป็นการตวัดพู่กัน แต่จริงๆ แพรวไม่ได้ตวัดเอง แต่เป็นพ่อที่มาควบคุมร่างไฟฟ้าที่ตวัดให้ เป็นการชอร์ต แต่ว่าเป็นการชอร์ตที่นุ่มนวลกว่างานชิ้นก่อนหน้าที่ชอร์ตแรงกว่า เป็นการชอร์ตให้มือขยับไปทางซ้ายขวาเป็นพู่กันที่วาดบนพื้น แล้วแม่ก็จับตรงขาแพรว เหมือนแม่ถือพู่กัน แล้วพ่อก็เป็นปลายพู่กัน กลายเป็นว่าแม่กับพ่อกลับมาเจอกันผ่านร่างทรง ซึ่งก็คือตัวแพรว ที่เป็นพู่กัน แล้วเขาสองคนก็วาดภาพนามธรรมด้วยกันบนพื้น ส่วนสีที่ใช้วาด ตอนแรกแพรวก็คิดว่า ถ้าเป็นพวกสีน้ำ สีน้ำมัน สีหมึก ก็อาจจะไฟชอร์ตแพรวได้ เพราะว่าตัวแพรวเป็นไฟฟ้าไปหมดแล้ว แพรวก็เลยใช้เป็นผงฝุ่น ซึ่งก็จะไปเชื่อมโยงกับผงธุลีอัฐิของพ่อ ซึ่งเสียไปแล้ว 20 ปี ผงธุลีก็เลยเป็นตัวที่ใช้วาดในภาพนี้ แล้วระหว่างที่แม่กับร่างทรงพ่อกำลังวาดภาพด้วยกันที่พื้น แม่กับพ่อก็สวดมนต์ด้วยกัน โดย AI จำเสียงของพ่อ แล้วเปล่งเสียงสวดมนต์เป็นบทบังสุกุล แต่เป็นบทบังสุกุลดัดแปลง คือ บังสุกุลจักรกล เพราะบังสุกุลจะพูดถึงสังขารที่ไม่เที่ยง แต่อันนี้คือสังขารที่หายไปตั้งนานแล้ว เราเลยพูดถึงความทรงจำ และจิตที่ไม่เที่ยง

งานชิ้นนี้มีชื่อว่า My Mother and (A)I (2025) เพราะเมื่อก่อนแพรวชอบทำงานกับแม่ แล้วใช้ชื่อว่า My Mother and I แต่งานนี้เป็น My Mother and (A)I หมายความว่าไม่ใช่แพรว แต่เป็น AI ของพ่อที่อยู่ในร่างแพรว ในไฟฟ้าที่ควบคุมร่างแพรว”

“ยังมีงานอีกชิ้นหนึ่ง ที่แสดงที่พิพิธภัณฑ์ Yuz เซี่ยงไฮ้ ก่อนหน้านี้ เป็นงานที่แสดงคู่กัน คืองานที่เป็นระฆัง ซึ่งแพรวได้แรงบันดาลใจจากศิลปินจีน ชื่อ จาง ฮวน (Zhang Huan) ที่เป็นเจ้าพ่อศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์ เขาทาตัวสีทองแล้วใช้ร่างกายตัวเองตีระฆังอยู่ข้างใน ตอนที่แพรวส่งข้อเสนอแนวคิดไปที่รัฐบาลจีน แพรวบอกว่า เราต้องการที่จะต่อยอดจากจาง ฮวน แต่ด้วยการใช้ AI สิ่งที่บังคับเราจะไม่ใช่มนุษย์หรือตัวเราเอง แต่คือ AI ของพ่อ ซึ่งการตีไม่ได้ตีเหมือนตีระฆังเฉยๆ แต่ว่า AI ตีเป็นรหัสมอร์ส ซึ่งแปลงเป็นข้อความในจดหมายครั้งสุดท้ายที่พ่ออยากจะฝากไว้ให้แม่ เสียงระฆังเป็นเสียงที่แพรวได้ยินในช่วงเวลาก่อนที่จะเผาศพพ่อ แพรวจำได้ว่าได้ยินเสียงระฆังครั้งสุดท้าย และบทบังสุกุลตอนที่ทอดผ้าบังสุกุลก่อนที่จะเผาพ่อ เราก็เอาบทบังสุกุลนั้นมาเปิดซ้ำอีกครั้ง แต่เป็นบทบังสุกุลที่ไม่ได้หมายถึงอนิจจัง วัฏสังขารา แต่หมายถึงอนิจจังของความทรงจำที่เราเคยมี”

“นอกจากนั้น ในนิทรรศการยังมีงานอีกหลายชิ้น งานชั้นล่างเป็นภาพถ่ายที่เป็นธนู แต่เป็นธนูที่ง้างคันศรอยู่ แต่ไม่ยอมปล่อยลูกศรมาสักที งานนี้พูดถึงสภาวะในตอนแรกของแพรวกับแม่ ก่อนที่เราจะเอา AI พ่อมาใส่ไว้ในหน่วยความจำ แล้วก็เอามาเผากันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจากลากันจริงๆ ในตอนสุดท้าย”

กวิตายังกล่าวถึงอีกเหตุผลสำคัญเบื้องหลังนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“ชื่องาน Tracing นอกจากจะพูดถึงการแกะรอย ความทรงจำเก่า เรายังพูดถึงการแกะรอยช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ว่าเราทำอะไรไปบ้าง ก็เลยเอาผลงานเก่าชุดละชิ้นมาจัดแสดงใหม่ แพรวเริ่มต้นทำงานจริงๆ ในปี 2011 แต่แพรวเริ่มทำงานกับ Nova Contemporary ในปี 2016 คือระยะเวลา 10 ปี และยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ Nova Contemporary แพรวก็เลยเอางานที่เคยทำกับ Nova มาจัดแสดง ทั้งงานชุดแรงงานเกี่ยวกับอาหาร แรงงานผู้หญิงในบ้าน อุตสาหกรรมประมง แรงงานในการทอผ้า และแรงงานกสิกรรม คือมนุษย์ที่ถูกปฏิบัติเป็นเครื่องจักร เป็นการย้อนกลับไปสิบปีว่ากวิตาทำอะไรมาบ้าง แล้วก็ตอนนี้กำลังทำเรื่องอะไรอยู่เกี่ยวกับ AI บ้าง”

นิทรรศการ Tracing โดย กวิตา วัฒนะชยังกูร จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน-25 กรกฎาคม 2569 ที่ Nova Contemporary สี่พระยา เปิดวันอังคาร-เสาร์ เวลา 11.00-19.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากศิลปิน กวิตา วัฒนะชยังกูร และ Nova Contemporary



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ถนนราชดำเนิน มีต้นแบบมาจากถนนสายใดในยุโรป?
Tracing แกะรอยชีวิตทางศิลปะ ของ กวิตา วัฒนะชยังกูร
หมาก = มะ (1)
E-DUANG | ตำแหน่ง ประธานสภา กทม. กับสถานะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
‘ศิริกัญญา’ ซัดงบฯ 70 รายจ่ายประจำพุ่ง-ลงทุนหด สะท้อนแผลเรื้อรังการคลัง ‘ฝีแตก’ ห่วงอนาคตถ้าจัดงบแบบนี้ต่อจะไม่ใช่แค่หนอง แต่เลือดก็จะไหลไม่หยุด
SMEs ไทยแห่ร่วมงาน “Tokyo-Thailand Business Partnership Seminar 2026” เจาะลึกโอกาสขยายธุรกิจสู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ปลัดมหาดไทย-ปลัดกลาโหม ร่วมเป็นสักขีพยานขับเคลื่อน MOU ระหว่าง กลาโหม-ปภ.-เหล่าทัพ บูรณาการกลไกความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัย พัฒนาทักษะกำลังพลใช้งานเครื่องจักรกลกู้ภัย เพื่อยกระดับการจัดการภัยพิบัติทุกมิติ
เที่ยวประเทศไหน ควรมีประกันภัยการเดินทางก่อนบิน
ชนวน “กบฏแมนฮัตตัน” และความล้มเหลว ทั้งที่สามารถคุมตัว ‘จอมพล’ ป.’ ได้แล้ว
THE BRIDE! | ‘คืนชีพ’
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (6)
เปิดมหากาพย์ เยียวยา ครูสอบตกลูกจ้างชั่วคราว