bg-single

สงครามที่ไม่มีผู้ชนะ! ปัญหาการยุติสงคราม

20.05.2026

ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข

สงครามที่ไม่มีผู้ชนะ!

ปัญหาการยุติสงคราม

“ถ้าฝ่ายเสนาธิการของกองทัพและผู้นำทางการเมืองสามารถแบ่งแยกความรับผิดชอบได้อย่างที่เป็นในอุดมคติ โดยต่างฝ่ายต่างเน้นถึงรายละเอียดในระดับที่ถูกต้องแล้ว ความยากทางวิชาการก็ยังดำรงอยู่ในการประมาณการสำหรับการตัดสินใจที่จะยุติสงคราม”

Fred Charles Ikle

Every War Must End (1971)

นักเรียนในสาขา “สงครามศึกษา” (War Studies) ถูกสอนเสมอว่า สงครามเริ่มง่าย แต่จบยาก เพราะว่าที่จริงแล้วการยุติสงครามเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และอาจจะยุ่งยากมากกว่าที่เราคิดโดยทั่วไป ดังจะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ของสงครามนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ หลายเรื่อง และบางปัจจัยอาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในการทำความเข้าใจ เช่น สงครามกับผลกระทบต่อปัจจัยภายในของรัฐ เป็นต้น

ในสภาวะเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่า รัฐบาลในยามสงครามอาจจะไม่สนใจกับประเด็นในเรื่องของการยุติสงครามเท่าใดนัก หรือมองไม่เห็นถึงประเด็นในเรื่องของผลประโยชน์แห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการยุติสงคราม หรือประเด็นที่ทอดยาวออกไปในยุคหลังสงคราม ภาวะเช่นนี้อาจทำให้นักการทหารหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สงครามนั้น ไม่ตระหนักว่าผลลัพธ์ของสงครามและมิใช่ผลลัพธ์ของการรบ ที่เป็นปัจจัยในการตัดสินว่า แผนสงครามของฝ่ายทหารนั้น ได้ตอบสนองต่อผลประโยชน์แห่งชาติเพียงใด

ดังนั้น ในสภาวะที่รัฐต้องเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีบทบาทในการสงครามนั้น การพิจารณาถึงประเด็นการสิ้นสุดของสงครามจึงเป็นเรื่องสำคัญในนโยบายทางยุทธศาสตร์ของรัฐ เพราะรัฐไม่อาจทำสงครามไปได้โดยไม่มีจุดสิ้นสุด หากในอีกมุม สงครามในตัวเองนั้น เป็นกิจกรรมที่มีราคาสูง หรือเป็นกิจกรรมที่มีราคาสูงกว่าการดำเนินงานในกิจกรรมอื่นภายในรัฐ การคิดถึงการหาทางออกจากสงครามจึงมีนัยสำคัญในทางยุทธศาสตร์ มิเช่นนั้นรัฐจะเข้าไปจมอยู่กับสงครามแบบถอนตัวไม่ขึ้น

บทเรียนในอดีต

ตัวอย่างจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จากบทเรียนของจักรวรรดิญี่ปุ่นในการริเริ่มในการทำสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรในยุทธบริเวณเอเชีย ยังเป็นข้อเตือนใจที่ดีในการที่ผู้นำรัฐต้องคิดถึงการหาทางยุติสงคราม

ช่วงเวลา 3 เดือนหลังจากราชนาวีญี่ปุ่นตัดสินใจเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐที่ฮาวายในปลายปี 1941 แล้ว สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิญี่ปุ่นได้ทรงมีกระแสรับสั่งถามนายพลซูกิยามา (Sugiyama) เสนาธิการทหารบกว่า กองทัพบกญี่ปุ่นจะใช้เวลาอีกนานเท่าใดในการดำเนินการสงครามกับสหรัฐจนถึงจุดสุดท้ายในพื้นที่การรบด้านแปซิฟิกใต้ คำตอบของ เสธ.ทบ. ในขณะนั้นคือ กองทัพบกญี่ปุ่นต้องการเวลาอีกประมาณ 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พระองค์เคยมีรับสั่งถามว่า เมื่อครั้งที่กองทัพบกญี่ปุ่นตัดสินใจเปิดการบุกจีนในปี 1931 และในอีก 4 ปีถัดมานั้น พระองค์ทรงถามว่า กองทัพญี่ปุ่นจะจัดการปัญหาจีนได้เสร็จในระยะเวลานานเท่าใด คำตอบจาก เสธ.ทบ. คือ 1 เดือน ซึ่งทำให้พระองค์ไม่เห็นด้วยกับแผนการสงครามของฝ่ายทหารที่มองว่า กองทัพญี่ปุ่นจะเปิดการโจมตีสหรัฐ และสามารถจัดการปัญหาในแปซิฟิกใต้ได้ในเวลา 3 เดือน เพราะพระองค์ตระหนักดีว่า คำตอบเช่นนั้นไม่มีทางเป็นจริงในทางยุทธการ

เมื่อพระองค์ไม่เห็นด้วย นายพลซูกิยามาจึงแก้ตัวว่า พื้นที่ตอนในของจีนนั้นกว้างใหญ่เกินไป จนกองทัพบกญี่ปุ่นไม่สามารถจัดการปัญหาให้สำเร็จได้ในเวลาที่กำหนดไว้ในแผนการสงคราม สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิจึงกล่าวตอบสวนด้วยความโกรธว่า “ถ้าพื้นที่ตอนในของจีนกว้างใหญ่ พื้นที่ของมหาสมุทรไม่ยิ่งกว้างใหญ่มากกว่าหรือ?” ดังนั้น พระองค์จึงถามกลับว่า กองทัพจะมั่นใจได้อย่างไรว่า สงครามในแปซิฟิกจะยุติลงด้วยชัยชนะของกองทัพญี่ปุ่นในเวลา 3 เดือน

การคาดการณ์ของกองทัพญี่ปุ่นเช่นนี้ ถูกยืนยันด้วยข้อมูลของประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุทธบริเวณแปซิฟิกว่า กองทัพญี่ปุ่นประมาณการเวลาของสงครามผิดทั้งหมด และผิดอย่างมหันต์ด้วย

แน่นอนว่า ไม่ใช่ผู้นำทางทหารของญี่ปุ่นจะไม่ตระหนักถึงปัญหาทางภูมิศาสตร์ว่า พื้นที่ตอนในของจีนที่กว้างใหญ่อย่างมาก เช่นเดียวกัน ก่อนที่การโจมตีฮาวายจะเกิดในตอนปลายปี 1941 นั้น ไม่ใช่พวกเขาไม่รับรู้ถึงความกว้างใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก อีกทั้งพวกเขายังรับรู้อย่างดีถึงขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมของสังคมอเมริกันที่มีขนาดใหญ่อย่างมาก และพร้อมที่จะแปรพลังดังกล่าวให้กลายเป็น “พลังอำนาจทางทหาร” ในการทำสงครามกับญี่ปุ่น

ภาวะเช่นนี้จึงทำให้เกิดคำถามพื้นฐานประการสำคัญว่า ถ้าเช่นนี้แล้ว อะไรคือแผนการสงครามที่จะทำให้ญี่ปุ่นชนะสงครามกับสหรัฐ หรือจะดำเนินการอย่างไรในท้ายที่สุด ที่ญี่ปุ่นจะปิดฉากสุดท้ายของสงครามด้วยชัยชนะตามที่คาดหวังไว้ กระนั้นเสนาธิการของกองทัพเรือญี่ปุ่นได้กล่าวท้วงติงความเห็นของฝ่ายกองทัพบกว่า แม้ราชนาวีญี่ปุ่นจะได้รับชัยชนะในยุทธนาวีเหนือกองทัพเรืออเมริกัน แต่ชัยชนะนี้ ก็มิใช่ปัจจัยที่จะทำให้ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะในสงคราม

ปัญหาเช่นนี้อาจกล่าวในทางยุทธศาสตร์ได้ว่า จักรวรรดิญี่ปุ่นไม่มีเครื่องมือและวิถีทางที่จะทำให้รัฐบาลอเมริกันต้องยกเลิกเจตนารมณ์ในการทำสงคราม และประกาศการยอมแพ้ต่อฝ่ายญี่ปุ่น และที่สำคัญอย่างมากคือ จักรวรรดิญี่ปุ่นไม่มีทรัพยากรและพลังอำนาจในการทำสงครามระยะยาว ซึ่งปัญหานี้จะกลายเป็นความอ่อนแอทางยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญของจักรวรรดิในยามสงคราม

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้นำทหารของญี่ปุ่นไม่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว หากแต่พวกเขาไม่สามารถแสวงหาคำตอบที่เป็นรูปธรรมได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า คำตอบสำหรับแผนในการยุติสงครามของกองทัพญี่ปุ่นหายไป และไม่ถูกตอบ จนในที่สุดเมื่อสงครามทอดยาวออกไป จักรวรรดิญี่ปุ่นจึงเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ในปี 1945 ซึ่งอาจกล่าวในเชิงทฤษฎีได้ว่า ผู้นำญี่ปุ่นไม่ได้เตรียมคำตอบสุดท้ายของสงครามไว้ และไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว สงครามจะต้องจบลง แต่พวกเขาตอบปัญหาสุดท้ายไม่ได้ต่างหาก

กระนั้นสำหรับฝ่ายญี่ปุ่นแล้ว พวกเขามีความหวังอย่างมากว่า ชัยชนะในการโจมตีฐานทัพสหรัฐที่ฮาวาย จะเป็นปัจจัยที่ยืดเวลาของสงครามออกไป และระยะเวลาที่ขยายออกไป จะเปิดโอกาสให้ทั้งผู้นำทั้งพลเรือนและทหารของญี่ปุ่นคิดแผนที่จะรองรับต่อการสิ้นสุดของสงครามได้ตามที่ต้องการ ซึ่งคำตอบคือ “ไม่จริง”… กองทัพญี่ปุ่นไม่สามารถปิดฉากสุดท้ายของสงครามได้อย่างที่ต้องการ

สงครามยูเครนยังไม่สิ้นสุด

หากนำเอาบทเรียนของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเป็นข้อพิจารณาในสงครามปัจจุบันแล้ว สภาวะของสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็น่าจะไม่แตกต่างกัน ประธานาธิบดีปูตินมีความมั่นใจในพลังอำนาจทางทหารของรัสเซียอย่างมาก ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ผู้นำรัสเซียจะเชื่อว่าการบุกของรัสเซียจะจบลงอย่างรวดเร็วด้วยชัยชนะ เพราะด้วยอำนาจกำลังรบเปรียบเทียบแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐบาลยูเครนจะต้านทานการบุกของกองทัพรัสเซียได้

ทุกฝ่ายในเวทีโลกล้วนมีทัศนะที่ไม่แตกต่างกันว่า กองทัพรัสเซียจะใช้เวลาอย่างรวดเร็ว และประสบความสำเร็จในการยึดครองยูเครน ซึ่งผู้นำรัสเซียเชื่อว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากรัสเซียเปิดการรุกข้ามพรมแดนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 แล้ว รัฐบาลยูเครนจะล่มสลายลง และกองทัพรัสเซียจะจัดพิธีสวนสนามในการยึดครองกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ได้ในระยะเวลาอีกไม่กี่วันหลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้น และด้วยการประมาณการทางทหารเช่นนี้ จึงทำให้รัฐบาลตะวันตกไม่กล้าทุ่มความช่วยเหลือให้แก่รัฐบาลยูเครน เพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว อาวุธดังกล่าวจะตกอยู่ในความครอบครองของรัสเซีย

ถ้าจะกล่าวในเชิงเปรียบเทียบ ก็อาจเห็นความคล้ายคลึงกับการทำแผนสงครามของกองทัพญี่ปุ่น ที่มีแต่แผนในการเตรียมยึดเมืองหลวง แต่ดูเหมือนเครมลินจะลืมตอบคำถามว่า ถ้าสงครามเกิดความพลิกผันขึ้นไม่เป็นไปตามแผนยุทธการของกองทัพรัสเซียแล้ว รัฐบาลมอสโกจะคาดหวังอย่างไรต่อจุดสิ้นสุดของสงคราม

นักเรียนในสาขา “สงครามศึกษา” ถูกสอนมาตลอดชีวิตว่า จุดสุดท้ายของสงครามเป็นสิ่งที่คาดคะเนไม่ได้ แม้การได้รับชัยชนะในช่วงแรกของสงคราม ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะเป็นผู้ชนะสงครามในท้ายที่สุด… สงครามมีพลวัต และมีความพลิกผันได้ตลอดเวลา

อีกทั้งจะคาดหวังว่า รัฐฝ่ายตรงข้ามจะเดินไปถึงจุดสุดท้ายด้วยการประกาศการยอมแพ้ต่อฝ่ายเรานั้น ก็อาจจะเป็นเพียง “ความฝันทางยุทธศาสตร์” ที่ไม่เป็นจริง ดังเช่นการรบที่ต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 5 กองทัพยูเครนก็ยังสามารถดำรงสภาพการรบต่อไปได้ แม้จะต้องประสบความสูญเสียอย่างมาก แต่ในอีกด้าน กองทัพรัสเซียเองก็ประสบปัญหาความสูญเสียกำลังพลอย่างหนัก และเป็นจำนวนความสูญเสียที่มากกว่ายูเครนด้วย วันนี้เห็นชัดเจนว่า กองทัพรัสเซีย “ติดหล่ม” สงครามในยูเครน

สงครามอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป

บทเรียนของกองทัพญี่ปุ่นยังอาจนำมาเป็นข้อพิจารณาอย่างดีกับสงครามอิหร่านในปัจจุบัน สงครามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เริ่มต้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 นั้น สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดของทรัมป์ ที่ไม่แตกต่างจากการประมาณการสงครามของผู้นำทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือในทำนองเดียวกันก็ดูจะไม่แตกต่างจากประธานาธิบดีปูตินในสงครามยูเครน กล่าวคือ พวกเขาล้วนแต่คิดถึงชัยชนะที่รวดเร็ว และคาดหวังที่จะได้ชัยชนะนี้มาง่ายๆ

สภาวะในอุดมคติเช่นนี้ อาจเรียกจากเงื่อนไขของเวลาว่า “สงครามสั้น” คือ ฝ่ายรุกเปิดการโจมตีใหญ่ และใช้เวลาดำเนินการทางทหารไม่นานมากนัก จนฝ่ายที่ถูกโจมตีนั้นไม่สามารถทานแรงกดดันทางทหารได้ จึงประกาศการยอมแพ้ และสงครามสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วตามที่ฝ่ายที่ริเริ่มทางทหารต้องการ หรือทุกอย่างเป็นไปตามที่เขียนไว้ในแผนยุทธการตั้งแต่ต้นจนจบ

แต่ในท้ายที่สุดอาจกล่าวได้ว่า ภววิสัยของสงครามไม่เคยตามใจใคร และการยุติสงครามเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ หรือบางครั้งอาจกล่าวได้ว่า การสิ้นสุดของสงครามมักจะเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายเสมอ และในบริบทของสงครามอิหร่านนั้น คำตอบในเรื่องนี้ยังเป็นที่คาดเดาไม่ได้แต่อย่างใด ทั้งสงครามก็ยังคงดำเนินต่อไปผ่านเงื่อนไขการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และไม่มีท่าทีจะเดินไปสู่จุดสุดท้ายแต่อย่างใดด้วย!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย