bg-single

Young Leaders’ Perspectives 2026 บ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ ปลุกไฟในตัวคุณ

08.05.2026

คอลัมน์ Agora : กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit

ครั้งหนึ่ง “นโปเลียน โบนาปาร์ต” (Napoleon Bonaparte) อดีตจักรพรรดิฝรั่งเศสผู้ยิ่งยงเคยกล่าวไว้ว่า “ผู้นำคือผู้มอบความหวัง” (A leader is a dealer in hope.)

วาทะของเขาแสดงให้เห็นลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของภาวะผู้นำอันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสังคมทุกยุคทุกสมัยในการจุดประกายความหวังให้กับผู้คน

ปัจจุบันหากกล่าวถึงเรื่องผู้นำและภาวะความเป็นผู้นำแล้ว เชื่อว่าหัวข้อนี้น่าจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ให้ความสนใจมากที่สุด

นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งที่หลักสูตรต่างๆ ในสถาบันการศึกษาให้ความสำคัญมากในฐานะที่เป็นพันธกิจหนึ่งสำหรับการผลิตบัณฑิตผู้มีศักยภาพในการเป็นผู้นำหรือมีภาวะผู้นำอยู่ในตัว โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีตำแหน่งผู้นำตลอดเวลา

ทั้งนี้ เนื่องจากการเป็นผู้นำโดยตำแหน่งนั้นมีอย่างจำกัดและไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเป็นได้อยู่เสมอ

แต่ภาวะผู้นำนั้นคงอยู่ในตัวของบุคคลไปตลอด และยังทำให้คนผู้นั้นสามารถเป็นผู้ตามที่ดีได้อีกด้วย

นั่นคือ มีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนขณะทำงานเป็นทีม อันเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน

ยิ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทักษะนี้ก็ยิ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษ

ผมเองในฐานะที่ทำงานอยู่ในหลักสูตรปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE ลำปาง) วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เลยพยายามกำหนดเงื่อนไขแวดล้อมเพื่อทำให้เกิดบรรยากาศที่นักศึกษาซึ่งกำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาวซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการทำงาน ได้มีโอกาสฝึกฝนการเป็นผู้นำการพัฒนาด้วยตัวเอง ผ่านการทำโครงการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชนก็ตาม

โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ 2 จำนวน 8 คนทำ 8 โครงการที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามความถนัด

พวกเขาเหล่านี้มีเวลาลองผิดลองถูกในสนามจริงภายใต้กรอบเวลาไม่เกิน 4 เดือน และไม่มีทุนตั้งต้นมา แต่ต้องออกแบบหาวิธีที่จะทำให้เกิดทุนทำงานเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ปลายทางให้ได้

นับว่าเป็นโจทย์ที่ยากและท้าทายความสามารถอย่างยิ่ง

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือ เมื่อดำเนินโครงการไปจนเสร็จแล้ว พวกเขาจะได้นำเสนอโครงการเหล่านี้สู่สายตาสาธารณชนในห้องประชุมใหญ่ ไม่ใช่นำเสนอแบบปิดตัวอยู่ภายในห้องเรียนแคบๆ ที่ไม่ได้กระตุ้นความกระตือรือร้นในตัวของผู้นำเสนอมากนัก

ที่สำคัญและมีความพิเศษกว่าปกติก็คือ พวกเขาจะได้นักการเมืองอาชีพจริงๆ เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อเป็นพี่เลี้ยง (mentor) คอยซักถาม แนะนำ และให้คำปรึกษาต่างๆ

ตลอดจนประเมินศักยภาพของโครงการกับศักยภาพความเป็นผู้นำของแต่ละคนอีกด้วย

เรียกได้ว่า กิจกรรมนี้เป็นไฮไลต์ประจำเทอมของวิชา “หัวข้อเฉพาะทางปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์” ที่มุ่งผลักดันให้นักศึกษาได้บูรณาการวิชาความรู้ทั้งหมดที่เรียนมาตลอด 2 ปีมาใช้ในการทำงาน โดยอาจแฝงอยู่เบื้องหลังโครงการหรือแสดงตัวออกมาอย่างเด่นชัดทางหน้าฉากก็ได้

ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า “Young Leaders’ Perspectives 2026” (YLP)

ซึ่งมีสโลแกนว่า “บ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ ปลุกไฟในตัวคุณ”

มีรูปแบบเป็นโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำในการจัดทำโครงการพัฒนาที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2569 เวลา 13:00 – 16:30 น. ณ ห้อง 1208 อาคารสิรินธรารัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สายฝน สุเอียนทรเมธี คณบดีวิทยาลัยสหวิทยาการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

สำหรับวิทยากรหลักของกิจกรรมก็คือ “ลูกเกด” ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ เขต 32 จากพรรคประชาชน และ “เพชร” กรุณพล เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน

ลักษณะของกิจกรรมประกอบไปด้วยการบรรยายเรื่อง “จากชีวิตนักศึกษาสู่สภาผู้แทนราษฎร” และ “การจัดทำโครงการพัฒนาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน” การนำเสนอโครงการพัฒนาจากนักศึกษาหลักสูตรปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE ลำปาง) และการประกวดโครงการพัฒนาดีเด่นประจำปี 2569

สำหรับโครงการทั้ง 8 ได้แก่

(1) “สูงวัยไซเบอร์เซฟ” ของต้นข้าว ธรรมมา (ต้นข้าว) เป็นโครงการติดอาวุธทางปัญญาให้กับผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตอยู่ตามบ้านเรือนในเขตชุมชนบ้านสันหลวง ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร ให้รู้เท่าทันภัยร้ายจากมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวงผู้คนผ่านช่องทางดิจิทัล

โดยบุกตะลุยเข้าไปตามบ้านต่างๆ ผ่านการประสานงานจากทางผู้ใหญ่บ้านเพื่ออธิบาย ให้ความรู้ และแสวงหาแนวทางในการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายระหว่างชาวบ้านกันเองเพื่อช่วยกันระแวดระวังและเตือนภัย

(2) โครงการ “หนังสือจากคนแปลกหน้า” ของสุภัคสิริ พรรณรัตน์ (ข้าวนุ่ม) ที่สร้างชุมชนนักอ่านขึ้นที่อุทยานการเรียนรู้นครลำปาง (LK Park) โดยประสานความร่วมมือกับเทศบาลนครลำปาง จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือกันอ่าน โดยที่แต่ละคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และที่สำคัญคือ ไม่รู้ว่าหนังสือที่อยู่ในห่อนั้นมีชื่อว่าอะไร รู้แต่เพียงว่าเป็นหนังสือแนวใดและมีคำแนะนำเบื้องต้นทิ้งไว้อย่างไรบ้าง

(3) โครงการ “หมอภาษา” ของสุภรดา วงศ์รัตน์วิจิตต์ (โอปอ) และ (4) โครงการ “Hello English” ของณัฐภรณ์ จั่นพงษ์ (แอนนี่)

ทั้งสองโครงการนี้ลงไปปฏิบัติงานที่โรงเรียนชุมชนวัดพระธาตุลำปางหลวง ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา โดยทำกิจกรรมในลักษณะ “Edutainment” คือให้ความรู้ไปพร้อมกับความสนุกสนานบันเทิงผ่านการเล่มเกม การสนทนา และการตรวจให้คำปรึกษาในแบบคลินิก

(5) โครงการ “เด็กดีมีวินัย ใช้ถนนปลอดภัย” ของนัทภร คุ้มวงศ์ (แจน) ที่ใช้การจัดกิจกรรมแบบ Edutainment อีกเช่นกัน แต่ใช้ตำรวจจราจรจริงๆ มาเป็นผู้นำในการเล่น และให้ความรู้กับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา โดยใช้โรงเรียนบ้านสัน ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร เป็นสนามทดลอง

(6) โครงการ “ฮอยพุทธศรัทธา” ของชุติมณฑน์ กุงวงศ์ (ทาโร่) ที่เข้าไปศึกษารอยพระพุทธบาทที่องค์พระนอนของวัดปงสนุกเหนือ ซึ่งปัจจุบันยังขาดคำอธิบายว่าลวดลายที่ปรากฏอยู่ในรอยพระบาทนั้นแต่ละช่องมีความหมายว่าอย่างไร เนื่องจากลวดลายมงคล 108 ประการของรอยพระบาทนี้เป็นแบบล้านนาที่ยังไม่มีผู้ศึกษามากนัก เมื่อเทียบกับรอยพระบาทภาคกลางที่สามารถอธิบายได้อย่างละเอียดครบถ้วน โดยหวังว่าข้อมูลจากการศึกษาจะช่วยเติมเต็มองค์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนผ่านการท่องเที่ยวได้ด้วย

(7) โครงการ “ฮูปแต้ม ไว้กึดหา นครละกอน” ของหยาดทิพย์ สุวรรณาพงศ์กร (เปียโน) ที่สร้างจุดเชื่อมโยงอารมณ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเมืองลำปาง ผ่านงานศิลปะภาพวาดย่อส่วนในรูปแบบของแม่เหล็กติดตู้เย็น โดยเปลี่ยนจากภาพถ่ายทั่วไปมาเป็นฮูปแต้ม (ภาพวาด) ทำหน้าที่เป็นจดหมายเหตุทางใจที่คอยย้ำเตือนถึงความสุขเมื่อครั้งมาเยือนลำปางและทำให้กึดเติงหา (คิดถึง) อยากกลับมาอีก

สุดท้ายคือ (8) Qr Civic Quest เกมล่าขุมทรัพย์ (Mong La Kon) ของชนิสรา ทับแสง (แพนเค้ก) ที่ใช้เกมเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสังคม โดยเปิดพื้นที่ให้เกิดการคิดวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการออกแบบเนื้อหาและกลไกเกมให้ผู้เล่นเข้าถึงข้อมูลจากหลากหลายมุมมอง และสามารถใช้วิจารณญาณของตนในการตัดสินใจได้อย่างอิสระ

นำไปสู่การสร้างพลเมืองตื่นรู้ และมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างแท้จริง

แม้เรื่องราวที่นำมาแบ่งปันและเล่าสู่กันฟังนี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ลำปาง ซึ่งเป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดหนึ่งของประเทศเท่านั้น

และผู้ที่ได้ประโยชน์ไปมากที่สุดก็คือนักศึกษาเจ้าของโครงการทั้ง 8 ที่ได้ทั้งความรู้ บทเรียน และความทรงจำครั้งสำคัญในชีวิตก็ตาม

แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์จากกิจกรรมในครั้งนี้จะมีประโยชน์กับทุกคน ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างและพัฒนาสังคมของเราให้เจริญก้าวหน้าและน่าอยู่ขึ้น

ดังถ้อยคำของ “เนลสัน แมนเดล่า” (Nelson Mandela) อดีตประธานาธิบดียอดนักสู้แห่งประเทศแอฟริกาใต้ ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า “Education is the most powerful weapon which you can use to change the world.”

“การศึกษาคืออาวุธอันทรงพลังที่สุดสำหรับใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลก”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง