bg-single

‘พจนานุกรมฉบับชัชชาติ’ (5) การเมืองไทย ในสายตาผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 17

18.05.2026

รายงานพิเศษ | พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

ใกล้ถึงวันครบวาระผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 เข้ามาทุกขณะ

21 พฤษภาคม 2569 คือวันสุดท้ายบนเก้าอี้ หากไม่ลาออกเสียก่อน

และแม้ยังไม่ประกาศ แต่ส่งสัญญาณแรงชัด ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ จะมีชื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้ชาวกรุงได้เลือกกา

ท่ามกลางบรรยากาศที่ (ว่าที่) ผู้สมัครจากพรรคการเมือง และสังกัดอิสระทยอยเปิดตัว โชว์วิสัยทัศน์ เมื่อถูกจ่อไมค์ถามในแนวส่อแววโยงดราม่า ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แตะเบรก จบวิวาทะตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

นับเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่อันสะท้อน ‘ทัศนคติ’ ไม่เน้นโจมตี ไม่ขยี้ดราม่า

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นผู้ว่าฯ ที่มี ‘คลังคำ’ เฉพาะตัว บางวาทะอ้างอิงหยิบยืมจากแนวคิดบุคคลระดับตำนาน บางวาทะบัญญัติศัพท์ใหม่ เข้าปากคนไทย จำง่าย เข้าใจเคลียร์ๆ

ไม่ว่าจะเป็น ‘พี่กวาด’ ซึ่งหมายถึง พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะกรุงเทพมหานคร เรียกคู่กับ ‘พี่เก็บ (ขยะ)’

ไม่ต้องโทร.เข้าสำนักงานราชบัณฑิตฯ ก็เข้าใจความหมาย

ทั้ง 2 คำนี้ เรียกได้ว่า ‘แรกมี’ ในยุคชัชชาติ

“อย่างที่บอกว่า เขาคือคนสำคัญของเรา พี่กวาดมีหลากหลายอายุ แก่กว่าเราก็มี ใกล้เกษียณก็มี หลักง่ายๆ คือเรียกพี่ไปเลย ให้เกียรติเขา เรียกทุกคนเป็นพี่กวาด เราจำชื่อทุกคนไม่ได้หรอก เวลาเราเรียกพี่กวาด เขาก็หันทุกคน (ยิ้ม) เรียก พี่กวาด กับพี่เก็บ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เล่าที่มาของการบัญญัติศัพท์ใหม่ ชวนให้ย้อนนึกถึงกิจกรรม ‘ผู้ว่าฯ สัญจร’ ในเขตต่างๆ ตั้งแต่ช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.

การนั่งร่วมโต๊ะกินข้าว แกะซีลพลาสติกห่อจาน ไปจนถึงการสอบถามสารทุกข์สุกดิบ กลายเป็นภาพจำคุ้นตาที่ชัชชาติต้องคอยย้ำพี่เก็บ-พี่กวาดในชุดยูนิฟอร์มว่า

‘ไม่ใช่ดารา ไม่ต้องเขิน’

อีกหนึ่งสำนวนในพจนานุกรมฉบับชัชชาติที่ฉายภาพความคิดลึกซึ้ง คือ ‘(อย่า) เสียดายน้ำจิ้ม เลยซื้อเป็ดย่าง’

“อันนี้มีหลายเคสตั้งแต่ผมทำงานภาคธุรกิจแล้ว คือบางทีไปกังวลกับ Sunk Cost คือคอสต์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังไงก็เอาคืนไม่ได้ ก็เลยไปลงทุนอะไรเพิ่มเติมมากมาย เพราะเป็นห่วงของเล็กๆ ที่มีอยู่”

“ยกตัวอย่าง กทม. ได้รับการบริจาคที่ดินมาเยอะ บางทีไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเท่าไร แต่เอาตึกไปลงจุดนั้น เพราะเสียดายที่ดิน ทั้งที่ที่ดินตรงนั้น มูลค่าอาจจะแค่ 1 ใน 10 หรือ 1 ใน 100 ของค่าก่อสร้าง เราสามารถหาจุดที่มันดีกว่า โดยค่าก่อสร้างเท่าเดิม บางทีเราไปกังวลกับสิ่งที่เสียไปแล้ว หรือสิ่งที่ได้มาแต่ไปลงทุนเพิ่มเติมโดยไม่ได้คิดให้รอบคอบ คือไปเสียดายน้ำจิ้ม เลยต้องไปซื้อเป็ดย่างมากินกับน้ำจิ้ม ต้องระวัง” ชัชชาติอธิบาย

ก่อนให้ความหมายสำนวนถัดไปที่เจ้าตัวหยิบใช้บ่อยครั้ง คือ ‘ยืนบนไหล่ยักษ์ ไม่ต้องคิดอะไรใหม่’

“อันนี้น่าจะเป็นของเซอร์ ไอแซก นิวตัน ที่เขาบอกว่า การที่เราเห็นได้ไกลกว่าคนอื่น ไม่ใช่ว่าเราเก่งนะ แต่เรายืนอยู่บนบ่ายักษ์ นี่คือสิ่งสำคัญเลย เพราะมันทำให้เราไม่ต้องไปลองผิดลองถูก มุมมองผม มีเรื่องหนึ่งที่ก่อนหน้าจะเป็นผู้ว่าฯ ไม่เคยคิดคือ เรื่องนโยบายต่างประเทศ แต่พอมาเป็นผู้ว่าฯ แล้ว เราให้ความสำคัญกับเรื่องคณะทูตเยอะ เราเจอทูตเยอะมาก เพราะเขาคือยักษ์ในเรื่องของเขา แต่ละคนก็เป็นยักษ์ในแต่ละด้าน

อย่างเนเธอร์แลนด์ เก่งเรื่องขี่จักรยาน การจัดการน้ำ เราก็พยายามคุย หาแนวร่วม

เอกชนก็เป็นยักษ์ ถ้าเราสามารถรวบรวมยักษ์หลายๆ ด้าน ก็จะเห็นได้ไกลขึ้น ทำให้ประหยัดเวลาและการลองผิดลองถูก” ผู้ว่าฯ เฉลย

ที่มาของการได้เห็นข่าวชนหมัดระหว่างทูตานุทูตต่างๆ มากมายตลอด 4 ปีแห่งการดำรงวาระ

อีก 1 คำ ไม่ถามไม่ได้ คือคำว่า ‘หัวใจคือ’

เพราะนี่คือคำที่ชัชชาติใช้ในความถี่สูงมากของบทสนทนา ปาฐกถา การให้สัมภาษณ์ และวาระอื่นๆ อีกมากมาย

ผู้ว่าฯ ไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง อาจเพราะคือคำติดปาก หากแต่มอบคำตอบสำคัญที่ยังไม่ทันเอ่ยถาม

“สำหรับเมือง หัวใจคือคน ในแง่ของการทำงาน คือความไว้วางใจ ต้อง define ให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุด”

จากการโฟกัส ‘เมือง’ ขอลองขยายภาพกว้างไปยังการเมืองระดับชาติ เมื่อถามว่า อะไรคือสิ่งที่การเมืองไทยยังขาด?

ผู้ว่าฯ กทม.ตอบในภาพรวม ไม่ได้เจาะจงถึงรัฐบาลไหน หรือห้วงเวลาใด

“ตอบยากเลย อาจจะไม่ได้ขาด แต่อาจจะเกิน การเมืองเป็นเรื่องอารมณ์ซะเยอะ ที่ผ่านมาอารมณ์เป็นเรื่องรุนแรงขึ้น เลยทำให้คนเก่งๆ ไม่ค่อยอยากเข้ามาการเมืองสักเท่าไร ผมรู้สึกอย่างนั้นนะ

ถ้าเราสามารถเอาคนที่มีความรู้แต่ละด้านมารวมพลังกัน ลดเรื่องความเกลียดชัง ความโกรธ ใช้เหตุผลให้มากขึ้น ผมเชื่อว่าเราไม่แพ้ชาติใดในโลก เรามีคนเก่งๆ เยอะ

อารมณ์เป็นเรื่องที่ปลุกเร้าได้ไม่ยาก แต่ติดนาน บางทีพอเราเกลียดใคร ก็เกลียดนาน ทำให้เหนื่อยเหมือนกัน

เหตุผลเป็นเรื่องยากนิดหนึ่ง เพราะต้องอธิบายทุกเรื่อง แต่มันคือสิ่งที่ได้ประโยชน์จริงๆ ก็อาจจะต้องคิดให้เยอะขึ้น แล้วใช้เหตุผลให้มากขึ้น” ผู้ว่าฯ กทม.ฝากไว้ให้คิด

มาถึงตรงนี้ ขอถามต่อไปว่า บรรยากาศตอนนี้ กับครั้งนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนตัวมองว่าสังคมการเมืองไทยมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง?

“ผมว่าก็ดีนะ เราเห็นคนเก่งๆ เข้ามาในการเมืองเยอะขึ้น บางทีบริบทที่น่าจะดีขึ้น ผมเองก็แฮปปี้ คือเรามาอยู่ที่ระดับท้องถิ่น ผมว่ามันก็เป็นความสุข ตรงกับสิ่งที่เราทำได้ และเห็นผลได้เยอะ บางส่วนที่แย่ลงก็ไม่แน่”

ตอบมาด้วยโทนนี้ ต้องถามแทนใจคนไทยไม่น้อยที่แสดงเจตจำนงปักธงในใจ ‘อยากให้ชัชชาติเป็นนายกฯ’

“โอ๊ยยยย หัวใจคือต้องประมาณตัวเอง ว่าเราทำอะไรได้แค่ไหน ผมว่าตรงผู้ว่าฯ นี่แหละเหมาะกับเรา ตรงกับความสามารถของเรา ทีมงานของเรา เราก็ทำตรงนี้ให้ดีที่สุด ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มันก็จะประกอบร่างเป็นภาพใหญ่ได้ เราทำเมืองให้ดี มันก็จะมีผลต่อประเทศ กับเศรษฐกิจ กับเมือง เพราะฉะนั้น อย่าไปทำอะไรเกินตัว รู้จักประมาณตัวเอง ยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งคือ การเลือกที่จะไม่ทำอะไร” ชัชชาติตอบ ก่อนทิ้งท้ายโดยไม่ลืมใช้คำใน ‘พจนานุกรม’ ฉบับส่วนตัวว่า

หัวใจคือ ต้องเลือกที่จะไม่ทำ

ต้องทำในสิ่งที่เหมาะกับตัวเรา ความสามารถของเรา อย่าไปคิดอะไรเกินตัว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘อนุทิน 2’ คะแนนร่วง กระทุ้ง รมต.โลกลืม …ฟื้นเชื่อมั่น!
สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง