bg-single

มองโครงสร้าง ครม.ส่วนหน้า ‘ใต้’ ‘สีหศักดิ์-อดุลย์’ ทหารพรึ่บ!! ‘เสธ.เอี่ยว’ อาวุธลับ ‘อนุทิน’ สมช.ยังคุกรุ่น

18.05.2026

รายงานพิเศษ

มองโครงสร้าง ครม.ส่วนหน้า ‘ใต้’

‘สีหศักดิ์-อดุลย์’

ทหารพรึ่บ!!

‘เสธ.เอี่ยว’ อาวุธลับ ‘อนุทิน’

สมช.ยังคุกรุ่น

การขยับหมาก ขยับวางตัวขุนพลด้านความมั่นคง ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เริ่มมีให้เห็นอย่างคึกคัก

นายอนุทินซึ่งคุมความมั่นคงในภาพรวมทั้งการสวมหมวก ผอ.รมน. คุมกระทรวงกลาโหม และคุมตำรวจเอง ในยามที่มีปัญหาความมั่นคง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และชายแดนภาคใต้มากขึ้น ทำให้เห็นบทบาทของนายทหารข้างกายนายอนุทินมากขึ้น นอกจากมี บิ๊กวิน พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข เพื่อนสนิทวัยมัธยมฯ อัสสัมชัญ 98 และ วปอ.61 มาเป็น ผช.รมต.ประจำนายกรัฐมนตรีแล้ว

เสธ.เอี่ยว พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ก็มาปรากฏตัวแบบเปิดเผยข้างกายนายกฯ บ่อยครั้งขึ้น

จากเดิมที่มักจะเป็นตัวแทน ผบ.ทหารสูงสุด หรือ บก.ทัพไทย มาประชุมร่วมกับนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล และลงพื้นที่ชายแดนกับนายกฯ

นายอนุทินเปิดตัว พล.อ.ณัฐพงษ์ชัดเจน หลังการเดินทางกลับจากฟิลิปปินส์ โดยให้ร่วมยืนเป็นแผงแถลงข่าวการไปประชุมสุดยอดอาเซียน และหารือสามฝ่าย กับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยมีประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ร่วมด้วย

โดยนายอนุทินบอกสื่อให้ถาม “พี่เอี่ยว” พร้อมระบุว่า ส่งคนนี้ไป ไม่มีผิดหวัง

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

ต่อมานายอนุทินลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ Special Envoy โดยแต่งตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ที่ดูแลความมั่นคง ในมิติการต่างประเทศ เป็นประธาน เพราะจะต้องมีการประสานงานกับมาเลเซีย

ซึ่งมี เสธ.เอี่ยว พล.อ.ณัฐพงษ์ เป็นเลขานุการฯ ถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญ เพราะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนคณะทำงานชุดนี้

แม้โดยภาพลักษณ์ พล.อ.ณัฐพงษ์อาจจะดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับ ชายแดนใต้ แต่ทว่าก่อนหน้านี้เคยอยู่ในคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้มาก่อน และเคยเป็นเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร ที่รับผิดชอบชายแดนรอบบ้าน และในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย

อีกทั้งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ส่งผล ให้ พล.อ.ณัฐพงษ์มีความโดดเด่น และถูกจับตามองต่อไปว่า ในช่วงการแต่งตั้งปลายปีนี้จะได้ย้ายโอนจากกองบัญชาการกองทัพไทย มาสู่รั้วทำเนียบรัฐบาล เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือไม่ เพราะในระยะหลังนี้ พล.อ.ณัฐพงษ์ก็เข้าออกทำเนียบบ่อยครั้ง

อีกทั้งนายอนุทินให้บทบาทกับสภาความมั่นคงแห่งชาติอย่างมาก จึงเป็นที่จับตามองว่ามีการเปลี่ยนตัวเลขาฯ สมช.หรือไม่ แม้ว่านายฉัตรชัยจะยังไม่เกษียณราชการ โดยมีอายุราชการถึงตุลาคม 2570 ก็ตาม

แต่ก็เป็นที่จับตามองกันอย่างยิ่งใน สมช.ว่า พล.อ.ณัฐพงษ์จะย้ายโอนมาอยู่ตึกแดงทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้จริงหรือไม่ขณะที่ยังมีอีกกระแสข่าวด้วยว่า นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ก็มีชื่ออยู่ในแคนดิเดตที่จะย้ายกลับมาถิ่นเก่า สมช. ในตำแหน่ง เลขาฯ สมช.ด้วย

พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว

คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลฯ ที่แต่งตั้งขึ้นมานั้นต้องทำหน้าที่เสมือน “ครม.ส่วนหน้า” จึงมีรัฐมนตรีในรัฐบาลร่วมด้วย นอกเหนือจากนายสีหศักดิ์ รมว.ต่างประเทศแล้ว ยังมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นรัฐมนตรีอีกคนที่มาร่วมคณะ

มีหน้าที่ประสานงานระหว่างคณะรัฐมนตรีและราชการส่วนกลางกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งประสานงานกับรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็คือนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ที่รับผิดชอบชายแดนภาคใต้ ทั้งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยและในนามรัฐมนตรีที่นายกฯ มอบหมาย เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

รวมถึงการประสานงานใกล้ชิดกับคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ที่มีนายฐนัตถ์ สุวรรณนานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะด้วย พร้อมด้วยนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นรองประธาน

ส่วนฝ่ายทหาร ที่จะเป็นโดยตำแหน่ง คือ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ลธ.รมน.) ซึ่งก็คือ เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก แกนนำ ตท.26 ที่มีความสนิทสนมทำงานใกล้ชิดนายอนุทิน ในห้วงการเป็นนายกรัฐมนตรีชุดแรก จน ปัจจุบัน

พล.อ.สรรเพชร พิเนตรบูรณะ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในคณะผู้แทนพิเศษชุดนี้ นอกจากมีปลัดกระทรวงกลาโหม และกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นคณะกรรมการฯ แล้ว ในส่วนกองทัพมีเพียงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเท่านั้น

ไม่มีผู้บัญชาการทหารเรือ แม้ว่าเรื่องของชายแดนภาคใต้มีพื้นที่ที่กองทัพเรือรับผิดชอบ โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาสก็ตาม

และไม่มีแม่ทัพภาค 4 พล.ท.นรธิป โพยนอก มาร่วมคณะ แม้จะมีบทบาทสำคัญหลักในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ก็ตาม

คณะผู้แทนพิเศษนี้จะมีแต่เจ้าหน้าที่ระดับนโยบาย และมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ร่วมอยู่แล้วจึงไม่มีแม่ทัพภาค 4

ถือว่าเป็นการปรับโฉมและปรับโครงสร้างครั้งสำคัญของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลซึ่งที่ผ่านมามักมีแต่อดีตแม่ทัพภาค 4 และอดีตนายทหารชั้นนายพล ที่ทำงานในชายแดนภาคใต้รวมอยู่ในคณะ จนถูกวิจารณ์ว่าไม่มีผลงานและลักษณะงานซ้ำซ้อนกับหน่วยในพื้นที่อยู่แล้ว จึงต้องมีการเปลี่ยนใหม่และให้ พล.อ.ณัฐพงษ์มาเป็นแกนหลักสำคัญ ซึ่งจะเป็นการแสดงผลงานให้มากขึ้น

ข้อได้เปรียบของ พล.อ.ณัฐพงษ์คือ เคยทำงานในระดับผู้บริหารเพราะเคยเป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการในยุคที่บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็น รมว.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลของบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังการรัฐประหาร โดย พล.อ.ดาว์พงษ์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์

นอกจากนั้น มาในยุคนี้ พล.อ.ณัฐพงษ์ยังเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 ของ พล.ท.อดุลย์ และบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และบิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. และบิ๊กจุ๊ฟ พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร ที่ถูกคาดหมายว่าจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนต่อไปอีกด้วย ที่จะทำให้การประสานงานทำได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ที่ต้องประสานความร่วมมือโดยตรงกับทั้ง พล.อ.พนา ผบ.ทบ. และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ เลขาฯ กอ.รมน.ด้วย

พล.อ.อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์

เป็นที่น่าสังเกตในเรื่องความมั่นคงและกองทัพหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือมีข้อสอบถามนายอนุทินมักจะต่อสายตรงถึง พล.อ.ชัยพฤกษ์มากกว่าจะสอบถามจาก พล.อ.พนา ด้วยเพราะเป็นที่รู้กันดีว่า พล.อ.พนามีการวางระยะห่างกับฝ่ายการเมืองค่อนข้างมาก อีกทั้งบุคลิกภาพก็เป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร

ดังนั้น เวลาประชุม หรือลงพื้นที่จึงจะมีนายทหารรุ่นเตรียมทหาร 26 อยู่ข้างกายนายอนุทิน จนชินตา โดยสำหรับ พล.อ.ณัฐพงษ์แล้วเปรียบเสมือนเป็นอาวุธลับข้างกายของนายอนุทินในการแก้ปัญหาความมั่นคงแบบครอบจักรวาล โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ถือเป็นเรื่องถนัดสำคัญของ พล.อ.ณัฐพงษ์ที่ก็เติบโตมาจากกรมยุทธการทหารบก และเป็นนายทหารจากสายยุทธการอีกคน ที่มาจากกองทัพบกและมาเติบโตในกองบัญชาการกองทัพไทย

คาดว่าที่นายอนุทินเลือก พล.อ. ณัฐพงษ์ให้รับหน้าที่สำคัญในการรับมือกัมพูชาในที่ต้องมีการต่อสู้กันบนโต๊ะเจรจาและการลงนามในข้อตกลงต่างๆ เพราะ พล.อ.ณัฐพงษ์ถือว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการร่างถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชาที่ลงนามร่วมกันในวันหยุดยิง 27 ธันวาคม 2568 โดยทำหน้าที่ได้ดีซึ่งถือเป็นผลงานการเจรจาต่อรองของ พล.อ.ณัฐพงษ์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC ซึ่งมี พล.ท.อดุลย์ ในฐานะ รมว.กลาโหม เป็นหัวหน้าทีม ที่จะต้องนำประชุมร่วมกับ พล.อ. เตียเซรยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ และ พล.อ.ณัฐพงษ์ ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ด้วยกันจึงน่าจะเข้าขากัน

ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องดินแดนที่กัมพูชาพยายามจะทวงคืน หากการเจรจาเป็นฝ่ายเสียเปรียบจะทำให้รัฐบาลและนายอนุทินเสียคะแนนนิยมอย่างหนัก และจะกระทบต่อฐานเสียงที่สนับสนุนภูมิใจไทยอย่างมากจึงพลาดไม่ได้

ขณะที่ในส่วนของกระทรวงกลาโหม พล.ท.อดุลย์ได้จัดทีมงานและทีมหน้าห้องใหม่ที่ล้วนเป็นเพื่อน ตท.26 นอกจากที่มีบิ๊กต๋อง พล.อ.สรรเพชร พิเนตรบูรณะ เป็นเลขานุการ รมว.กลาโหมแล้ว ครม.เพิ่งแต่งตั้ง บิ๊กชาย พล.อ.อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ เป็นกรรมการ ผช.รมต. ที่จะเป็น ผช.รมต.ประจำ รมว.กลาโหม

สำหรับ พล.อ.อัฏฐพล เป็นอดีตปลัดบัญชีทหารบก และในช่วงสถานการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชา ได้เป็นผู้ประสานกับสำนักงบประมาณในการจัดหาสิ่งของยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้พร้อมใช้ในการปะทะที่ผ่านมา และยังเป็นเพื่อนที่ฝึกจู่โจม ตอนเรียนนายร้อย จปร. ชุดเดียวกันกับ พล.ท.อดุลย์ด้วย

นอกจากนี้ ครม.ยังแต่งตั้ง เสธ.พรต พล.ท.วรพรต แก้ววิจิตร อดีตรอง ผอ.ศปป.5 กอ.รมน. เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ของ พล.ท.อดุลย์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหม คนที่ 2 อีกคน

ทั้งนี้ พล.อ.สรรเพชรถือเป็นนักรบป่าหวาย ทหารรบพิเศษ เป็นผู้ช่วยทูตทหาร รับผิดชอบสายงานการข่าวและยุทธการ และทำหน้าที่ประสานในส่วนของสำนักนโยบายและแผนกลาโหม (สนผ.กห.) และงานต่างประเทศ

เนื่องจาก พล.ท.อดุลย์ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และเห็นว่างานด้านความมั่นคงมีหลากหลายจึงมีการตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรี 2 คน คือ พล.อ.สรรเพชร และ พล.อ.อัฏฐพล

ตอนนี้ต้องถือว่าเพื่อน ตท.26 เต็มกระทรวงกลาโหมแล้ว เพราะยังมีเพื่อนสนิทอีกหลายคน ที่มาช่วยงาน แบบไม่มีตำแหน่ง รวมถึงเพิ่งแต่งตั้ง พล.ต.เฉลิม สีเจริญ เพื่อนรักอีกคน เป็นที่ปรึกษา รมว.กลาโหม โดยมีการมอบหมายให้ช่วยงานในด้านต่างๆ อีกแรง

อย่างไรก็ตาม การจับตามอง พล.ท.อดุลย์ ว่ามีภาพของการเป็นนายทหารสายตรงบุรีรัมย์มากกว่าสายตรงนายอนุทิน แม้ว่าจะเรียน วปอ.61 ด้วยกันก็ตาม

ทำให้ พล.ท.อดุลย์มีเพาเวอร์ ในฐานะใกล้ชิดครูใหญ่ แม้จะเป็น รมว.กลาโหม ที่เป็นแค่พลโท อดีตแม่ทัพภาค 2 ก็ตาม แต่วันนี้มายืนหนึ่งแถวหน้า แซงทหารเก่า พลเอกหลายคน ที่มีชื่อชิง รมว.กลาโหมมานั่งเป็นเจ้ากระทรวงปืนใหญ่ได้ และนำ ตท.26 และผองเพื่อน เข้าสู่ยุคทองได้สำเร็จ

และกำลังถูกจับตามองว่า ตท.26 จะทะยานขึ้นจุดพีกสุดกว่านี้ได้อีกหรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘อนุทิน 2’ คะแนนร่วง กระทุ้ง รมต.โลกลืม …ฟื้นเชื่อมั่น!
สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง