bg-single

สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (1)

26.05.2026

Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องอุตสาหกรรมชีววิทยาสังเคราะห์ให้คณะผู้บริหารของบริษัทไทยแห่งหนึ่ง

ผมเลยได้ถือโอกาสทบทวนสถานการณ์ล่าสุดของศาสตร์แขนงนี้ที่เผลอแป๊บเดียววันเวลาก็ผ่านมานานโข

ย้อนกลับไปช่วงประมาณปี 2005 ผมยังเป็นนักศึกษาปริญญาตรีปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าแล็บ หัดจับปิเปตครั้งแรก และตื่นเต้นไปกับกระแสตื่นตัวเรื่องชีววิทยาสังเคราะห์ที่ก็กำลังเริ่มต้นฝั่งสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น

ณ เวลานั้นศาสตร์พันธุวิศวกรรมมีอายุได้เกือบสามสิบปีแล้ว

ต่อยอดมาเป็นอุตสาหกรรมไบโอเทคสมัยใหม่ที่สร้างผลงานชิ้นแล้วชิ้นเล่าเป็นที่ประจักษ์

ตั้งแต่บริษัทยุคบุกเบิกของวงการอย่าง Genentech และ AMGen ที่เข้ามาดิสรัปต์อุตสาหกรรมยาที่เดิมมีแต่ผู้เล่นรายใหญ่อายุร่วมร้อยปี

งานฝั่งพืชตัดต่อพันธุกรรมอย่างของ Monsanto, Calgene, Bayer ฯลฯ ที่ฝ่ากระแสต่อต้านมาจนมาเป็นกิจการพันล้านฝั่งเกษตร

บริษัทฝั่งขายอุปกรณ์สนับสนุน เอนไซม์ ชุดตรวจ เครื่องถอดรหัสพันธุกรรม ฯลฯ อย่าง NEB, Invitrogen, ABI, Illumina ฯลฯ ยึดหัวหาดตลาดงานในห้องวิจัย และเตรียมขยายออกไปสู่ตลาดงานวินิจฉัยในระบบสาธารณสุข

กระแสตื่นตัวเรื่องชีววิทยาสังเคราะห์ฝั่งสหรัฐอเมริกาช่วงปี 2005
cr. ณฤภรณ์ โสดา

การก่อตัวของกระแสชีววิทยาสังเคราะห์ช่วงปี 2005 เป็นเรื่องของการเปลี่ยนมุมมองใหม่ต่ออนาคตของวงการไบโอเทค ไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาเทคนิคใหม่อย่างใดอย่างหนึ่ง

เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือ การที่นักวิจัยและวิศวกรจากฝั่งที่ทำงานอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์หลายท่านกระโดดเข้ามาเล่นในวงการพันธุวิศวกรรม แล้วก็มองว่างานวิศวกรรมสิ่งมีชีวิตควรจะต้อง “ง่ายกว่านี้” ง่ายแบบที่วงการการอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ทำได้

วงการที่เราสามารถซื้อชิ้นส่วนสำเร็จรูป (ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์) มาประกอบกันแล้วก็ได้สิ่งประดิษฐ์ที่พร้อมเอาไปลองใช้เลย แทนที่จะต้องลองผิดลองถูกในห้องแล็บเป็นปีกว่าจะได้ของแต่ละชิ้นอย่างที่วงการไบโอเทคทำกันอยู่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวทำให้วงการชีววิทยาสังเคราะห์ยุคแรกเริ่มนี้ได้หยิบยืมหลายแนวคิดจากวงการวิศวกรรมไฟฟ้า/วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เช่น การทำมาตรฐานชิ้นส่วนวิศวกรรม (ดีเอ็นเอ) มาตรฐานการวัด สวิตช์ วงจร ฯลฯ

แนวคิดพวกนี้ฝังอยู่ในแผนปฏิบัติการของสมาคมชีววิทยาสังเคราะห์แห่งแรกของโลกอย่าง SynBERC (Synthetic Biology Research Center) กิจกรรมการแข่งขันสำหรับนักศึกษาอย่าง iGEM (international Genetically Engineered Machines)

ไปจนถึงการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้าที่พยายามผลักดันให้คนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการประดิษฐ์คิดค้นงานวิศวกรรมสิ่งมีชีวิต (DIY Biology) แบบเดียวกับที่งานวิศวกรรมไฟฟ้า/คอมพิวเตอร์สามารถเริ่มต้นง่ายๆ โดยใครก็ได้ในโรงรถในสวนหลังบ้านจากงานอดิเรกจนโตเป็นธุรกิจระดับโลก

การหยิบยืมแนวคิดฝั่งวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์มาใช้กับเซลล์ในช่วงต้นของวงการชีววิทยาสังเคราะห์
cr. ณฤภรณ์ โสดา

ภายในเวลาไม่กี่ปีวงการชีววิทยาสังเคราะห์ทั้งพื้นที่สื่อ งานวิจัยตีพิมพ์ เงินลงทุนมหาศาลจนกลายมาเป็นกระแสระดับโลก “synthetic biology” กลายเป็นคำฮิต (buzzword) ที่ปรากฏบนข่าว นโยบายระดับชาติ ยุทธศาสตร์องค์กรตั้งแต่สถาบันการศึกษาถึงบริษัทเอกชน

นักวิเคราะห์พากันตีมูลค่าและผลกระทบจากศาสตร์แขนงนี้ขึ้นไปสูงลิบ

ช่วงเวลายี่สิบปีที่ผ่านมาเราเห็นตัวอย่างความก้าวหน้ามากมายของเทคโนโลยีงานวิศวกรรมสิ่งมีชีวิต การถอดรหัสพันธุกรรม การสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายยาว การปรับแก้จีโนม งานวิศกรรมระบบเซลล์ที่หลากหลายขึ้นซับซ้อนขึ้นมหาศาลจากยุคแรกเริ่ม

แต่คำถามสำคัญคือ ชีววิทยาสังเคราะห์ได้สร้างผลกระทบโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงหรือยัง?

มีสินค้าหรือบริการจากวงการชีววิทยาสังเคราะห์อะไรบ้างที่ขายออกสู่ตลาดแล้ว?

แก้ปัญหาสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้คนทั่วไปในวงกว้าง และสร้างกำไรงามๆ คืนให้นักลงทุนหรือยัง?

ก่อนจะตอบคำถามเหล่านี้เราต้องมาเคลียร์ประเด็นปวดหัวเรื่องนิยามของ “ชีววิทยาสังเคราะห์” เสียก่อน

นิยามแบบกว้างของชีววิทยาสังเคราะห์ครอบคลุมทุกอย่างในวงการไบโอเทคตั้งแต่ยุคแรก
cr. ณฤภรณ์ โสดา

ถ้าคุณคือคนนักอ่านนอกวงการทั่วไป คุณน่าจะคุ้นเคยกับนิยามแบบกว้างๆ ว่ามันคือการออกแบบวิศวกรรมปรับเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตเพื่อใช้ประโยชน์

นิยามนี้ไม่ได้ผิดอะไรแต่มันครอบคลุมแทบทุกอย่างในวงการไบโอเทคตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มงานพันธุวิศวกรรมในยุค 1970s

แน่นอนว่าตามนิยามนี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจของวงการชีววิทยาสังเคราะห์จะใหญ่มหาศาล

ความสำเร็จของบริษัทตั้งแต่ยุคบุกเบิกอย่าง Genentech, AMGen, ABI ฯลฯ รวมไปถึงยาทุกตัวในตลาดที่เกี่ยวข้องกับงานพันธุวิศวกรรมไม่ว่าจะเป็นการผลิตหรือทดสอบ รวมไปถึงพืชทุกต้นทั้งที่เป็นจีเอ็มโอและแก้ไขยีน

จุดบอดของการเหมารวมแบบนี้คือวงการชีววิทยาสังเคราะห์ดูจะไม่ได้มีอะไรใหม่พลิกโลก

เป็นการค่อยๆ ต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีมาเรื่อยๆ (เหมือนการบอกว่า “เอไอคือระบบที่คิดและตัดสินใจอย่างชาญฉลาดได้ ดังนั้น คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มนับเป็นเอไอหมด”)

หรือถ้าคุณไปถามนักวิจัยแนวหน้าในวงการ นิยามที่ได้ก็ยังจะแตกต่างกันไปอีกตามพื้นฐาน ความสนใจ ความถนัดของนักวิจัยท่านนั้น

ดังนั้น ในบทความนี้เราจะเริ่มจากนิยามกว้างๆ หลวมๆ ที่ครอบคลุมทั้งวงการไบโอเทคก่อน

จากนั้นจะค่อยอภิปรายรายประเด็นตามความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ว่างานส่วนนั้นน่าจะนับเป็นชีววิทยาสังเคราะห์ได้ชัดๆ งานไหนดูจะก้ำกึ่งตีความได้หลายด้านแล้วแต่มุมมอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
คุยกับทูต | ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ 170 ปีแห่งมิตรภาพไทย-ฝรั่งเศส เมื่อภารกิจสิ้นสุด แต่มิตรภาพยังคงอยู่
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
IN THE HAND OF DANTE | ‘ต้นฉบับวรรณกรรมชิ้นเอก’
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย