Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร
เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องอุตสาหกรรมชีววิทยาสังเคราะห์ให้คณะผู้บริหารของบริษัทไทยแห่งหนึ่ง
ผมเลยได้ถือโอกาสทบทวนสถานการณ์ล่าสุดของศาสตร์แขนงนี้ที่เผลอแป๊บเดียววันเวลาก็ผ่านมานานโข
ย้อนกลับไปช่วงประมาณปี 2005 ผมยังเป็นนักศึกษาปริญญาตรีปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าแล็บ หัดจับปิเปตครั้งแรก และตื่นเต้นไปกับกระแสตื่นตัวเรื่องชีววิทยาสังเคราะห์ที่ก็กำลังเริ่มต้นฝั่งสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น
ณ เวลานั้นศาสตร์พันธุวิศวกรรมมีอายุได้เกือบสามสิบปีแล้ว
ต่อยอดมาเป็นอุตสาหกรรมไบโอเทคสมัยใหม่ที่สร้างผลงานชิ้นแล้วชิ้นเล่าเป็นที่ประจักษ์
ตั้งแต่บริษัทยุคบุกเบิกของวงการอย่าง Genentech และ AMGen ที่เข้ามาดิสรัปต์อุตสาหกรรมยาที่เดิมมีแต่ผู้เล่นรายใหญ่อายุร่วมร้อยปี
งานฝั่งพืชตัดต่อพันธุกรรมอย่างของ Monsanto, Calgene, Bayer ฯลฯ ที่ฝ่ากระแสต่อต้านมาจนมาเป็นกิจการพันล้านฝั่งเกษตร
บริษัทฝั่งขายอุปกรณ์สนับสนุน เอนไซม์ ชุดตรวจ เครื่องถอดรหัสพันธุกรรม ฯลฯ อย่าง NEB, Invitrogen, ABI, Illumina ฯลฯ ยึดหัวหาดตลาดงานในห้องวิจัย และเตรียมขยายออกไปสู่ตลาดงานวินิจฉัยในระบบสาธารณสุข

cr. ณฤภรณ์ โสดา
การก่อตัวของกระแสชีววิทยาสังเคราะห์ช่วงปี 2005 เป็นเรื่องของการเปลี่ยนมุมมองใหม่ต่ออนาคตของวงการไบโอเทค ไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาเทคนิคใหม่อย่างใดอย่างหนึ่ง
เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือ การที่นักวิจัยและวิศวกรจากฝั่งที่ทำงานอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์หลายท่านกระโดดเข้ามาเล่นในวงการพันธุวิศวกรรม แล้วก็มองว่างานวิศวกรรมสิ่งมีชีวิตควรจะต้อง “ง่ายกว่านี้” ง่ายแบบที่วงการการอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ทำได้
วงการที่เราสามารถซื้อชิ้นส่วนสำเร็จรูป (ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์) มาประกอบกันแล้วก็ได้สิ่งประดิษฐ์ที่พร้อมเอาไปลองใช้เลย แทนที่จะต้องลองผิดลองถูกในห้องแล็บเป็นปีกว่าจะได้ของแต่ละชิ้นอย่างที่วงการไบโอเทคทำกันอยู่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวทำให้วงการชีววิทยาสังเคราะห์ยุคแรกเริ่มนี้ได้หยิบยืมหลายแนวคิดจากวงการวิศวกรรมไฟฟ้า/วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เช่น การทำมาตรฐานชิ้นส่วนวิศวกรรม (ดีเอ็นเอ) มาตรฐานการวัด สวิตช์ วงจร ฯลฯ
แนวคิดพวกนี้ฝังอยู่ในแผนปฏิบัติการของสมาคมชีววิทยาสังเคราะห์แห่งแรกของโลกอย่าง SynBERC (Synthetic Biology Research Center) กิจกรรมการแข่งขันสำหรับนักศึกษาอย่าง iGEM (international Genetically Engineered Machines)
ไปจนถึงการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้าที่พยายามผลักดันให้คนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการประดิษฐ์คิดค้นงานวิศวกรรมสิ่งมีชีวิต (DIY Biology) แบบเดียวกับที่งานวิศวกรรมไฟฟ้า/คอมพิวเตอร์สามารถเริ่มต้นง่ายๆ โดยใครก็ได้ในโรงรถในสวนหลังบ้านจากงานอดิเรกจนโตเป็นธุรกิจระดับโลก

cr. ณฤภรณ์ โสดา
ภายในเวลาไม่กี่ปีวงการชีววิทยาสังเคราะห์ทั้งพื้นที่สื่อ งานวิจัยตีพิมพ์ เงินลงทุนมหาศาลจนกลายมาเป็นกระแสระดับโลก “synthetic biology” กลายเป็นคำฮิต (buzzword) ที่ปรากฏบนข่าว นโยบายระดับชาติ ยุทธศาสตร์องค์กรตั้งแต่สถาบันการศึกษาถึงบริษัทเอกชน
นักวิเคราะห์พากันตีมูลค่าและผลกระทบจากศาสตร์แขนงนี้ขึ้นไปสูงลิบ
ช่วงเวลายี่สิบปีที่ผ่านมาเราเห็นตัวอย่างความก้าวหน้ามากมายของเทคโนโลยีงานวิศวกรรมสิ่งมีชีวิต การถอดรหัสพันธุกรรม การสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายยาว การปรับแก้จีโนม งานวิศกรรมระบบเซลล์ที่หลากหลายขึ้นซับซ้อนขึ้นมหาศาลจากยุคแรกเริ่ม
แต่คำถามสำคัญคือ ชีววิทยาสังเคราะห์ได้สร้างผลกระทบโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงหรือยัง?
มีสินค้าหรือบริการจากวงการชีววิทยาสังเคราะห์อะไรบ้างที่ขายออกสู่ตลาดแล้ว?
แก้ปัญหาสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้คนทั่วไปในวงกว้าง และสร้างกำไรงามๆ คืนให้นักลงทุนหรือยัง?
ก่อนจะตอบคำถามเหล่านี้เราต้องมาเคลียร์ประเด็นปวดหัวเรื่องนิยามของ “ชีววิทยาสังเคราะห์” เสียก่อน

cr. ณฤภรณ์ โสดา
ถ้าคุณคือคนนักอ่านนอกวงการทั่วไป คุณน่าจะคุ้นเคยกับนิยามแบบกว้างๆ ว่ามันคือการออกแบบวิศวกรรมปรับเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตเพื่อใช้ประโยชน์
นิยามนี้ไม่ได้ผิดอะไรแต่มันครอบคลุมแทบทุกอย่างในวงการไบโอเทคตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มงานพันธุวิศวกรรมในยุค 1970s
แน่นอนว่าตามนิยามนี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจของวงการชีววิทยาสังเคราะห์จะใหญ่มหาศาล
ความสำเร็จของบริษัทตั้งแต่ยุคบุกเบิกอย่าง Genentech, AMGen, ABI ฯลฯ รวมไปถึงยาทุกตัวในตลาดที่เกี่ยวข้องกับงานพันธุวิศวกรรมไม่ว่าจะเป็นการผลิตหรือทดสอบ รวมไปถึงพืชทุกต้นทั้งที่เป็นจีเอ็มโอและแก้ไขยีน
จุดบอดของการเหมารวมแบบนี้คือวงการชีววิทยาสังเคราะห์ดูจะไม่ได้มีอะไรใหม่พลิกโลก
เป็นการค่อยๆ ต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีมาเรื่อยๆ (เหมือนการบอกว่า “เอไอคือระบบที่คิดและตัดสินใจอย่างชาญฉลาดได้ ดังนั้น คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มนับเป็นเอไอหมด”)
หรือถ้าคุณไปถามนักวิจัยแนวหน้าในวงการ นิยามที่ได้ก็ยังจะแตกต่างกันไปอีกตามพื้นฐาน ความสนใจ ความถนัดของนักวิจัยท่านนั้น
ดังนั้น ในบทความนี้เราจะเริ่มจากนิยามกว้างๆ หลวมๆ ที่ครอบคลุมทั้งวงการไบโอเทคก่อน
จากนั้นจะค่อยอภิปรายรายประเด็นตามความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ว่างานส่วนนั้นน่าจะนับเป็นชีววิทยาสังเคราะห์ได้ชัดๆ งานไหนดูจะก้ำกึ่งตีความได้หลายด้านแล้วแต่มุมมอง
