Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
ติดปีกเสมือนแต่เปลี่ยนสมอง
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยนอนหลับฝันว่าตัวเองบินได้
ฉันก็มีฝันแบบนี้อยู่บ่อยๆ มีปีกบ้าง ไม่มีปีกบ้าง บินไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา อยากจะบินสูง บินต่ำ โฉบไปมารวดเร็วแค่ไหนก็ทำได้ดังใจนึก
พอตื่นขึ้นมาพบว่าเป็นเพียงแค่ความฝัน ฉันไม่ได้มีปีก ลอยตัวขึ้นได้สูงที่สุดก็แค่ที่ขาพอกระโดดไหวเท่านั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกห่อเหี่ยวใจนิดๆ เสียดายความรู้สึกที่โบยบินได้อิสระกลางอากาศที่สุด
แต่ในยุคที่เทคโนโลยีสร้างสรรค์สิ่งที่เราต้องการให้ได้แทบทุกอย่าง การที่เราจะติดปีกโผบินได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่อยู่แค่ในความฝันยามหลับอีกต่อไป
เราเพียงแค่ต้องมีอุปกรณ์ Virtual Reality หรือ VR เท่านั้น
หากเราเสกปีก VR ให้ตัวเองแล้ว มันอาจจะไม่ได้มีอยู่แค่ในโลกเสมือน แต่สามารถส่งผลต่อวิธีคิดของสมองจริงๆ ของเราด้วยก็ได้
นักวิจัยจาก Beijing Normal University และ Peking University ในจีนได้ทำการทดลองว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเราลองติดปีกและใช้งานปีกนั้นในโลก VR
สิ่งที่นักวิจัยอยากรู้คือ การทดลองให้มีปีกเป็นอวัยวะใหม่ในโลกเสมือน จะส่งผลกระทบต่อสิ่งที่เรียกว่า Occipitotemporal Cortex หรือ OTC อย่างไรบ้าง โดย OTC นั้นมีหน้าที่ประมวลผลอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่านทางสายตา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวิวัฒนาการเผ่าพันธุ์มนุษย์เรามานานหลายแสนปีแล้ว และเป็นสิ่งที่ทำให้เราจดจำรับรู้อวัยวะอย่างมือและเท้าได้
โจทย์ก็คือ ถ้าจู่ๆ สมองรับรู้ว่าเรามีอวัยวะใหม่เอี่ยมคือปีกงอกขึ้นมากลางหลัง OTC จะประมวลผลอวัยวะชิ้นนี้อย่างไร
ทีมนักวิจัยคัดเลือกอาสาสมัครมา 25 คน และให้ทุกคนได้ลองใช้ปีก VR เซสชั่นละ 30 นาที เป็นเวลานาน 1 สัปดาห์
ในการทดลอง อาสาสมัครจะได้ฝึกใช้ปีกในการทำภารกิจต่างๆ เช่น บินลอดห่วงบนท้องฟ้า โดยในโลกเสมือนของอาสาสมัคร ปีกจะมาทดแทนแขนโดยสิ้นเชิง ทุกคนจะมองไม่เห็นแขนของตัวเองอีกต่อไปแต่จะเห็นปีกที่มีขนแบบปีกนกแทน
นักวิจัยเก็บข้อมูลด้วยการใช้เครื่อง fMRI ในการสแกนสมองของอาสาสมัครทุกคนทั้งก่อนและหลังการฝึกบินด้วยปีกเสมือนจริง
สิ่งที่พวกเขาค้นพบก็คือ สมองส่วน OTC ได้ถูกจัดเรียงใหม่ให้มีปฏิกิริยาต่อภาพปีกเสมือนจริงอย่างเข้มข้นขึ้น ในขณะที่รูปแบบการทำงานของเซลล์ประสาทเมื่อเห็นปีก VR ก็ไปคล้ายคลึงกับรูปแบบที่สมองใช้ในการมองแขนมนุษย์
ผลการวิจัยในอดีตเคยระบุไว้ว่า สมองของมนุษย์จะมองเครื่องมือต่างๆ ที่เราใช้ หรือแขนขาเทียมว่าเป็นสิ่งที่แยกออกจากอวัยวะของร่างกายจริงๆ สมองจะมองว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งนอกกายที่ต้องบังคับควบคุม
แต่ในกรณีของปีก VR สมองจะประมวลผลให้ไปในทางที่มองมันเหมือนกับอวัยวะของร่างกายมากกว่าเครื่องมือหรืออวัยวะเทียม
หมายความว่า เทคโนโลยี VR ไม่ได้แค่สร้างภาพลวงตาขึ้นมา แต่มันสามารถส่งผลต่อการรับรู้ของสมองได้เลยทีเดียว
ฉันคิดว่านี่เป็นการทดลองที่น่าสนใจมาก เทคโนโลยี VR ได้ผลักขอบเขตจำกัดของร่างกายมนุษย์ออกไปอีก ทำให้เราได้ลองสัมผัสดูว่าจะเป็นอย่างไรหากเรามีอวัยวะใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน สมองของเราจะมีวิธีการประมวลผล โต้ตอบ และปรับตัวแบบไหน
นักวิจัยเชื่อว่า ผลการทดลองในครั้งนี้จะช่วยทำให้เราพัฒนาศาสตร์ด้านกายภาพบำบัดให้ล้ำหน้าขึ้นอีก อย่างเช่นการบำบัดสำหรับคนที่สูญเสียแขนหรือขาไป เป็นต้น
ฉันมองต่อไปว่า นี่อาจจะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาอวัยวะเทียมขั้นสูงในอนาคตก็ได้ ในเมื่องานวิจัยเคยบอกไว้ว่าสมองจะมองอวัยวะเทียมแยกออกจากร่างกายของเราอย่างเด็ดขาด แต่หากเราสามารถใช้ VR มาช่วยฝึกสมองให้ยอมรับอวัยวะเทียมนั้น จะช่วยทำให้สมองยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายได้ดีขึ้นหรือเปล่า
การทดลองนี้อาจจะทำให้เราได้เห็นว่า ขอบเขตของร่างกายมนุษย์ไม่ได้สิ้นสุดแค่สิ่งที่ติดมาพร้อมกับตัวเราเท่านั้น แต่หากสมองของเราพร้อมขยายขอบเขตออกไปด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยี ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยคิดมาก่อนก็ได้
สิ่งที่เรื่องนี้ชวนให้คิดอีกอย่างก็คือ แม้จะเป็นเรื่องดีที่สมองของเราสามารถยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับปีกเสมือนจริง หรืออาจจะเป็นอวัยวะเทียมในระดับขั้นสูงในอนาคตได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากโลกเดินไปในเส้นทางเดียวกับที่เราเคยเห็นในซีรีส์เรื่อง Black Mirror ที่ผู้คนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือนมากกว่าโลกความเป็นจริง
ถ้าโลกเสมือนถูกสร้างให้ตอบโจทย์ทุกอย่างที่เราไม่มีในโลกความจริง และเป็นทุกอย่างที่เราอยากได้มาโดยตลอด หากเราเลือกที่จะอยู่ในโลก VR และสมองของเราก็ปรับให้ยอมรับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา
เมื่อถึงวันที่เราต้องถอดแว่น VR ออก สมองของเราจะประมวลผลการกลับเข้าสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้งอย่างไรบ้าง
ก็หวังว่ามันจะยืดหยุ่นพอที่จะปรับไปปรับมาได้โดยไม่ทำให้เราแตกสลาย
