จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

เมื่อไทยเราคบค้าสมาคมกับชาวตะวันตก เป็นธรรมดาอยู่เองที่วัฒนธรรมไทยเริ่มมีกลิ่นอายตะวันตกผสมผสาน

หนังสือ “สาส์นสมเด็จ” เล่ม 6 (ภาค 26 – ภาค 32) บันทึกว่า ‘แตรฝรั่ง’ คือ หนึ่งในเครื่องดนตรีที่อยู่ในริ้วกระบวนแห่พระศพ ‘พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า’ ประกอบด้วย กลองชนะพื้นแดงลายทอง จ่าปี่ จ่ากลอง สารวัตรกลอง แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ และสารวัตรแตร

นอกจากนี้ยังมีข้อความว่าในพระราชพิธีตะรุษะ 28 มีนาคม พุทธศักราช 2481 และพระราชพิธีเถลิงศก 30 มีนาคม พุทธศักราช 2481 – 2 ‘แตรฝรั่ง’ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดนตรีที่ขาดมิได้ ลองพิจารณาข้อความบางส่วนที่คัดมาจากพระราชพิธีทั้งสอง

“ระหว่างพระฤกษ์ เวลา ๑๖ นาฬิกา ๑๔ นาที จนเวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๖ นาที ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงจุดเทียนทองถวาย สมเด็จพระสังฆราชจุดเทียนชัย พราหมณ์เป่าสังข์ พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย แตรงอน แตรฝรั่ง เครื่องดุริยางค์ พระสงฆ์ ๖๘ รูปสาธยายคาถาจุดเทียนชัย แล้วเจริญพระพุทธมนต์” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

“ระหว่างพระฤกษ์ เวลา ๑๗ นาฬิกา ๒๔ นาที จนเวลา ๑๘ นาฬิกา ๔๖ นาที ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงจุดเทียนทองถวาย สมเด็จพระสังฆราชจุดเทียนชัย พราหมณ์เป่าสังข์ พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย แตรงอน แตรฝรั่ง เครื่องดุริยางค์ พระสงฆ์ ๖๘ รูปสาธยายคาถาจุดเทียนชัย แล้วเจริญพระพุทธมนต์”

(อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

จะเห็นได้ว่า ‘แตรฝรั่ง’ เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้เป่าในงานพระราชพิธีมงคลและอวมงคลของไทยมาแต่โบราณ หนังสือ “สาส์นสมเด็จ” เล่มเดียวกันนี้มีพระดำริของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เกี่ยวกับเครื่องดนตรีในกระบวนแห่ว่า

“สังเกตดูสิ่งที่เข้าอยู่ในกระบวนแห่ก็เป็นของต่างประเทศทั้งนั้น เช่น สังข์ก็เป็นของแขกพราหมณ์ แตรฝรั่งก็เป็นของฝรั่ง ชื่อบอกอยู่ในตัวแล้ว ปี่ไฉนที่เป่ากับกลองชนะก็เป็นของแขกอินเดีย”

มาถึงตรงนี้มีคำถามว่า ‘แตรฝรั่งใช้ในงานพระราชพิธีเท่านั้นหรือ?

คำตอบอยู่ที่วรรณคดีสมัยอยุธยาเรื่อง “กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง” เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรทรงพรรณนาถึงกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เมื่อครั้งตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี ตอนต้นกล่าวถึงขบวนช้าง เครื่องสูงและเครื่องประโคม (หมายถึง เครื่องดนตรีที่ใช้ประโคมในกระบวนเสด็จ อาทิ กลองชนะ ปี่ไฉน แตรงอน แตรฝรั่ง สังข์) เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ดังนี้

“๏ เกลื่อนกรูหมู่จัตุรงค์ เปนกันกงเรียบเรียงไป

ทรงช้างระวางใน เทพลีลาหลังคาทอง ฯ

๏ เกลื่อนกรูหมู่แห่ห้อม เรียงไสว

เสด็จพุดตาลทองไคล หว่างเขรื้อง

ทรงช้างระวางใน มีชื่อ

เทพลีลาเยื้อง ย่างแหน้หลังดี ฯ

๏ เครื่องสูงเพราเพริศพราย ชมชุมสายซ้ายขวาเคียง

ธงไชยธงฉานเรียง ปี่กลองชนะตะเต่องครึม ฯ

๏ กลองทองตีครุ่มครึ้ม เดิรเรียง

จ่าตะเติงเติงเสียง ครุ่มครื้น

เสียงปี่รี่เรื่อยเพียง กระเวก

แตร้นแตร่นแตรฝรั่งขึ้น หวู่หวู้เสียงสังข์ ฯ ” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ข้อความว่า ‘แตร้นแตร่นแตรฝรั่งขึ้น’ นอกจากบอกถึงลักษณะเฉพาะของเสียงแตรฝรั่งแล้ว ยังบอกให้รู้ว่าไทยเรามีแตรฝรั่งในกระบวนพยุหยาตรามาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

(ภาพจาก สูจิบัตร เพลงไทยประสานเสียง, กรมศิลปากร มิถุนายน 2548)

‘แตรฝรั่ง’ มีอีกชื่อว่า ‘แตรลางโพง’ หรือ ‘แตรลำโพง’ ที่ได้ชื่อเช่นนี้ “สารานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน” เล่ม 13 ให้ความกระจ่างว่าเป็นผลจากรูปลักษณะของแตรนั่นเอง ‘เหตุเพราะตอนปลายเขาทำให้บานออกเป็นรูปลำโพง’ ดังจะเห็นได้จากวรรณคดีสมัยรัชกาลที่ 1 เรื่อง “ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง” ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่งขึ้นเมื่อ จ.ศ.1159 (พ.ศ. 2340) ตอนหนึ่งกล่าวถึงกระบวนประโคมแทรกเป็นระยะๆ นำหน้าช้างพังพระที่นั่ง ดังนี้

“๏ แตรงอนงอนง่าเข้า เคียงคัน

สังข์เหล่าพรรคสังข์สรร กลาดกลุ้ม

ลางโพงคู่เคียงกัน ปนเป่า

แตรฝรั่งรังโรมร้อง แตร่นแตร้นถวายเสียง ฯ”

ในที่นี้กวีใช้ทั้งคำว่า (แตร) ลางโพง และแตรฝรั่งคู่กัน

คำว่า “แตรลางโพง” ยังพบใน ‘กฎมนเทียรบาล’ ในหนังสือ “กฎหมายตราสามดวง ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” เล่ม 2 จัดพิมพ์ตามต้นฉบับหลวง มีข้อความตอนหนึ่งว่า

“คานหามเก้าอี้ทองศิรเพศมวยทอง แตรลางโพง ๓ คู่แลปี่กลองครั้นมาถึงขนอนหลวง ลดเครื่องทังปวงไว้แต่กันชิงคานหาม” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

นอกจากนี้ ใน “หมายรับสั่งสมัยรัชกาลที่ ๑ เรื่อง เกณฑ์แห่เรือรับพระบรมสารีริกธาตุจากเมืองทวาย จ.ศ.๑๑๕๓” (พ.ศ.๒๓๓๔) มีทั้งกระบวนแห่ทางน้ำ และทางบก โดยเฉพาะกระบวนแห่ทางบกนี้บันทึกเกี่ยวกับ ‘แตรฝรั่ง’ ว่า

“ทหารพลเรือนเกณฑ์แห่พระสารีริกธาตุ มาถึงประตูท่าช้าง แห่ทางบกแต่ประตูท่าช้างตามถนนขึ้นมาเข้าประตูวิเศษไชยศรีไป ณ พระวิหารใหญ่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ณ วัน เดือน ๔ ปีกุนตรีนิศก

เป็นคนทหารได้เกณฑ์ สี่ตำรวจหามพระเสลี่ยง ๘ คน ถือธงสามชาย หน้า ๓๐ คู่ หลัง ๒๐ คู่ รวม ๑๐๐ คน กลองชนะ จ่าปี่ ๑ กลอง ๕ คู่ รวม ๑๑ คน แตร แตรงอน ๒ คู่ แตรฝรั่ง ๒ คู่ รวม ๘ คน รวมทหารเกณฑ์ ทั้งหมด ๑๒๗ คน”

คำว่า ‘แตรฝรั่ง’ กับ ‘แตรลางโพง’ เป็นเครื่องดนตรีชนิดเดียวกัน จึงใช้แทนกันได้

“สารานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน” เล่มที่ 13 ให้รายละเอียดที่มาของชื่อแตรไปในทิศทางเดียวกับพระดำริของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงบันทึกไว้ใน “สาส์นสมเด็จ” เล่ม 6 ดังที่เล่ามาก่อนหน้านี้

“ในหมายกำหนดการพระราชพิธีครั้งรัชกาลที่ ๑ เรียกแตรฝรั่งว่า ‘แตรวิลันดา’ ข้อนี้อาจเป็นเพราะฝรั่งฮอลันดาเป็นชาติแรกที่นำแตรชนิดนี้มาให้เรารู้จักก็ได้ และที่เรียกกันทั่วไปว่า ‘แตรฝรั่ง’ นี้ ก็บ่งชัดอยู่แล้วว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ดัดแปลงมาจากของฝรั่ง มิใช่เป็นเครื่องดนตรีของไทยมาแต่เดิม แตรฝรั่งคงเป็นของที่เกิดขึ้นภายหลัง เมื่อเราเริ่มคบหากับฝรั่งชาติต่างๆ โดยเฉพาะชาติฮอลันดาแล้วเท่านั้น”

สอดคล้องกับ “หมายรับสั่ง เรื่อง พระราชทานพระกฐินทางชลมารค ณ วัดบางหว้าใหญ่ และวัดหงส์ ทางสถลมารค ณ วัดโพธิ์ และวัดสระเกศ จ.ศ.๑๑๔๕” (พ.ศ.๒๓๒๖) ตอนหนึ่งกล่าวถึงแตรนี้ว่า

“เสด็จพระราชทานพระกฐินทางสถลมารค ฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนเกณฑ์แห่พระกฐินไปพระราชทานวัดโพธิ์ที่ ๑ วัดสระเกศที่ ๒ ณ วัน ๗ เดือน ๑๑ แรม ๘ ค่ำ เพลาเช้า ปีเถาะ เบญจศก (กระบวนแห่ผ้าไตรพระกฐิน) เป็นคนฝ่ายทหารปี่กลองชนะ ๑๕ คู่ รวม ๓๐ คน แตรงอน ๓ คู่ แตรวิลันดา ๓ คู่ สังข์งอน ๑ รวม ๑๓ คน”

‘แตรฝรั่ง’ มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร คำอธิบายจาก “พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน” ทำให้นึกออกทันทีว่าเราต่างเคยเห็นแตรนี้กันมาแล้วจากข่าวในพระราชสำนักที่ออกอากาศทางโทรทัศน์

“แตรฝรั่ง – น. เครื่องเป่าชนิดหนึ่งของชาวตะวันตก ทำด้วยโลหะ ใช้ลมเป็นต้นกำเนิดของเสียง มีหลายลักษณะ ใช้เป่าในงานพระราชพิธี มีผ้าของหมู่ทหารห้อยเป็นที่สังเกต, แตรลำโพง ก็เรียก”

วรรณคดีไทยหลายเรื่องบันทึกเกี่ยวกับแตรฝรั่งไว้

ติดตามฉบับหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย