bg-single

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (1)

31.05.2026

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

มีปรากฏการณ์ทางแสงรูปแบบหนึ่ง ซึ่งใครที่ได้เห็นเป็นครั้งแรกก็มักจะรู้สึกฉงน เนื่องจากอาจปรากฏเป็นแถบแสงอยู่ด้านข้างดวงอาทิตย์ บางครั้งมีสีคล้ายรุ้ง แต่บางครั้งเป็นจุดสว่างก็มี แถบแสงนี้มักมา 2 ข้าง แต่บางครั้งก็มาเพียงข้างเดียว ดูภาพที่ 1 ครับ

แถบแสงที่ว่านี้เป็นการทรงกลด (halo) รูปแบบหนึ่ง ซึ่งถ้าพูดถึงแถบแสงข้างใดข้างหนึ่งก็เรียกว่า ซันด็อก (sundog) แต่ถ้าเรียกรวมทั้ง 2 ข้าง ก็เติม s เข้าไปเป็น sundogs คำว่า sundog บางครั้งก็สะกดแยกเป็น sun dog ก็ได้

ชื่ออย่างเป็นทางการของซันด็อก คือพาร์ฮีเลียน (parhelion) มาจากคำว่า par คือ อยู่ข้างๆ + helios คือ ดวงอาทิตย์ ดังนั้น parhelion จึงหมายถึง (แถบแสง) ที่อยู่ข้างๆ ดวงอาทิตย์นั่นเอง พหูพจน์คือ พาร์ฮีเลีย (parhelia)

หากซันด็อกค่อนข้างสว่าง อาจดูคล้ายกับดวงอาทิตย์อีกดวงหนึ่ง ฝรั่งจึงเรียกว่า mock sun หรือดวงอาทิตย์เลียนแบบ คำว่า mock ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ไม่ใช่ของจริง แต่ดูคล้ายหรือเหมือนของจริง (ส่วน mock ที่เป็นคำกริยา แปลว่า เลียนแบบ)

ดังนั้น หากมีซันด็อกสว่างมากๆ 1 จุด ก็เปรียบเสมือนว่าบนฟ้ามีดวงอาทิตย์ 2 ดวง คือ ดวงอาทิตย์จริง 1 กับดวงเลียนแบบอีก 1

แต่หากซันด็อกสว่างมากเกิดพร้อมกัน 2 จุด ก็เปรียบเสมือนว่าบนฟ้ามีดวงอาทิตย์ 3 ดวง คือ ดวงอาทิตย์จริง 1 กับดวงเลียนแบบอีก 2 นั่นเอง

ถึงตรงนี้ขอแทรกไว้นิดหนึ่งว่า ยังมีปรากฏการณ์ทรงกลดรูปแบบอื่นที่ทำให้บนท้องฟ้าเปรียบเสมือนมีดวงอาทิตย์ 5 ดวง และ 7 ดวงอีกด้วย!

ใครสนใจแวะไปอ่านในเว็บมติชนได้ตามนี้นะครับ ปรากฏการณ์อาทิตย์ 5 ดวง ที่

https://www.matichon.co.th/bullet-news-today/news_988531

การทรงกลดครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก : สัปตสุริยา (อาทิตย์ 7 ดวง) เหนือฟ้ากรุงโรม ที่

แต่บทความนี้จะเจาะลึกเรื่องอาทิตย์ 3 ดวง ในแง่มุมประวัติศาสตร์เป็นหลัก

วิทยาศาสตร์ในปัจจุบันบอกเราว่า ซันด็อกเกิดจากการที่แสงอาทิตย์ตกกระทบกับผลึกน้ำแข็งแบนๆ รูปหกเหลี่ยมแล้วหักเหออกจากผลึกน้ำแข็งนั้น ผลึกน้ำแข็งแบนๆ นี้เรียกว่า ผลึกน้ำแข็งรูปแผ่น (plate ice crystal) ซึ่งนักวิชาการมักเรียกว่า ผลึกรูปแผ่น (plate crystal) เนื่องจากทึกทักว่ารู้อยู่แล้วว่าเป็นน้ำแข็ง ผลึกที่ว่านี้อาจอยู่ในเมฆ หรืออาจล่องลอยอยู่ในอากาศในสภาพที่เรียกว่า ไดมอนด์ดัสต์ (diamond dust) ก็ได้

ภาพที่ 2 แสดงแสงสีขาวตกกระทบผลึกน้ำแข็งรูปแผ่น ทำให้แสงสีต่างๆ ในแสงสีขาวหักเหด้วยมุมต่างกันเล็กน้อย ผลก็คือ ซันด็อกจะหันฝั่งสีแดงเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ

แล้วคนโบราณล่ะ บันทึกซันด็อกไว้หรือเปล่า?

ถ้าเป็นโลกตะวันตก ผมพบว่าอริสโตเติล นักปรัชญาชาวตะวันตกคนแรกที่อธิบายปรากฏการณ์ฝนฟ้าอากาศอย่างเป็นระบบ ได้เขียนเรื่องซันด็อกนี้ไว้ในหนังสือ มีทีโอโรลอจิกา (Meteorologica) ซึ่งตีพิมพ์ราว 340 ปีก่อนคริสต์ศักราช

นั่นคือ กว่า 2,300 ปีมาแล้ว!

ภาพที่ 1 ซันด็อก
22 สิงหาคม 2560 6 : 58 น. ถนนวงแหวนตะวันตก
ภาพ : บัญชา ธนบุญสมบัติ

อริสโตเติลกล่าวถึง ‘ดวงอาทิตย์เลียนแบบ (mock suns)’ และ ‘แถบแสง (rods)’ เขาเขียนว่าทั้งดวงอาทิตย์เลียนแบบและแถบแสงเกิดขึ้นในช่วงดวงอาทิตย์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตก และปรากฏการณ์ทั้งสองแบบนี้ไม่ได้อยู่ด้านบนหรือด้านล่างของดวงอาทิตย์ แต่อยู่ด้านข้าง อีกทั้งยังไม่ได้อยู่ใกล้มากหรืออยู่ห่างออกไปไกลมาก

ทั้งนี้ อริสโตเติลระบุรายละเอียดสำคัญว่า “เนื่องจากสีสันของดวงอาทิตย์ดูสว่าง ดังนั้น สีสันของดวงอาทิตย์เลียนแบบก็เช่นเดียวกัน” คำบรรยายนี้ตรงกับซันด็อกนั่นเอง

ส่วนกรณีของแถบแสงนั้น หนังสือมีทีโอโรลอจิกาภาคภาษาอังกฤษ (แปลจากต้นฉบับภาษากรีก) ใช้ว่า rods ซึ่งแปลว่า แท่ง เมื่อใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเข้าไปจับจะพบว่าอาจเป็นไปได้ 2 แบบ

แบบแรกคือ ส่วนหนึ่งของวงกลมพาร์ฮีลิก (parhelic circle) ซึ่งเป็นแถบแสงสีขาวยื่นต่อออกไปจากซันด็อก

ส่วนแบบที่สองคือ ซันด็อกที่ปรากฏเป็นเส้นในแนวดิ่งและมักมีสีรุ้ง โดยหันสีแดงเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ

โชคดีที่อริสโตเติลเขียนอธิบายไว้อย่างละเอียดว่า “….ในขณะที่สีสัน (หลายสี) ของแถบแสงปรากฏบนก้อนเมฆนั่นเอง” ดังนั้น ผมจึงขอสันนิษฐานตามข้อความนี้ว่า rods ของอริสโตเติลก็คือทางเลือกอย่างที่สอง หรือซันด็อกที่ปรากฏเป็นเส้นในแนวดิ่งและมักมีสีรุ้งนั่นเอง

แม้จะน่าเสียดายว่า ในมีทีโอโรลอจิกาไม่ได้มีภาพประกอบที่แสดงซันด็อกเอาไว้ แต่การที่อริสโตเติลแบ่งซันด็อกออกเป็น 2 อย่าง กล่าวคือ แบบจุดสว่างที่เรียกว่า ‘ดวงอาทิตย์เลียนแบบ’ หรือ mock suns กับแบบเส้นแนวดิ่งมีสีสันที่เรียกว่า ‘แถบแสง’ หรือ rods ก็นับเป็นเรื่องน่าทึ่งของภูมิปัญญากรีกไม่น้อยทีเดียว

ภาพที่ 2 แผนภาพแสดงการเกิดซันด็อก
ที่มา : https://bellaireastro.wordpress.com/wp-content/uploads/2009/06/sundog_geometry.jpg

คราวนี้ลองมาดูโลกตะวันออกบ้าง ผมค่อนข้างเชื่อว่าจีนโบราณน่าจะมีบันทึกเก่าแก่อยู่ด้วย แต่เท่าที่ค้นหลักฐานได้ในขณะนี้ คือหนังสือชื่อ ??????? แปลว่า บทประพันธ์พยากรณ์ลางดีลางร้ายในปฏิทินหยกแห่งสวรรค์

หนังสือฉบับนี้เผยแพร่ครั้งแรกใน ค.ศ.1425 ในรัชสมัยจักรพรรดิหมิงเหรินจง และจัดพิมพ์อีกครั้งใน ค.ศ.1619 โดยขุนนางชื่อ หยูเหวินหลง (???) ได้ตรวจสอบชำระและตีพิมพ์ใหม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น ?????????? โดยปรับรูปแบบให้มีภาพประกอบด้านบน และมีเนื้อหาอธิบายด้านล่าง

เนื้อหาของหนังสือเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์และอุตุนิยมวิทยา เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ทั้งห้า ดาวหาง ดาวตก ปรากฏการณ์ในบรรยากาศ เช่น รุ้ง และการทรงกลด รวมทั้งคำพยากรณ์และลางบอกเหตุ

ปัจจุบันถือว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการผสมผสานระหว่างดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ และอุดมการณ์จักรวรรดิในจีนโบราณ

น่ารู้ด้วยว่าในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง หนังสือเล่มนี้ถูกจัดเป็นหนังสือต้องห้าม เนื่องจากการทำนายโชคชะตาของบ้านเมืองผ่านปรากฏการณ์ท้องฟ้าอาจกระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพทางการเมืองได้

ผมไล่ดูภาพในแต่ละหน้าแล้วรู้สึกตื่นเต้น บางภาพมีมังกรจีนโผล่ออกมาด้วยน่าสนุก ส่วนภาพวาดการทรงกลดก็มีหลากหลายรูปแบบ แต่ในที่นี้ขอนำภาพที่เชื่อว่าเป็นซันด็อกมาให้ชมกันชัดๆ

ภาพที่ 3 ภาพวาดซันด็อกและเส้นทรงกลดแบบ CZA
ที่มา : เอกสาร???????

ภาพที่ 3 แสดงภาพวาดที่เห็นว่า วงกลมสีแดงตรงกลางคือดวงอาทิตย์ แถบสีแดงข้างๆ ซ้ายและขวาคือซันด็อกนั่นเอง ส่วนเส้นโค้งหงายที่อยู่เหนือดวงอาทิตย์นั้นเป็นไปได้อย่างมากว่าคือเส้นการทรงกลดแบบเซอร์คัมซีนิทัล (Circumzenithal Arc) เรียกย่อว่า CZA

เส้น CZA นี้บนท้องฟ้าของจริงมีสีรุ้งสดใส และเนื่องจากปรากฏเป็นเส้นโค้งหงาย ทำให้บางคนเรียกว่า ‘รอยยิ้มสีรุ้ง’ แต่จริงๆ แล้วเส้นนี้ไม่ใช้รุ้งกินน้ำ ทว่าเป็นการทรงกลดรูปแบบหนึ่งที่มักเกิดพร้อมๆ กับซันด็อก เนื่องจากผลึกน้ำแข็งที่หักเหแสงมีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ เช่นเดียวกัน

พื้นที่หมดพอดี ไว้จะมาเล่าประวัติสนุกๆ ของซันด็อกกันต่อในครั้งหน้าครับ!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”